วัสดุเพาะปลูกเอ็มเทค (MTEC Hortimedia)

Patent application no. 0801000627 และ Petty patent no.3947

 

 

                 วัสดุปลูกเอ็มเทค พัฒนาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตในระดับที่พร้อมขยายสู่เชิงพานิชย์ วัสดุนี้สังเคราะห์จากเถ้าแกลบ 100% วัสดุมีความพรุนตัวสูง อมน้ำได้ดี มีค่าการนำไฟฟ้า (EC) ต่ำ แข็งแรงกว่าวัสดุปลูกชนิดอื่นๆ เช่นขุยมะพร้าว เพอร์ไลท์ (Perlite) เวอร์มิคูไลท์ (Vermiculite) จึงเหมาะสำหรับใช้ปลูกพืชทั้งแบบไม่ใช้ดิน (hydroponics) หรือใช้ผสมกับวัสดุปลูกชนิดอื่น หรือผสมกับดิน เพื่อลดการยุบตัว และช่วยระบายอากาศ  

 

คุณสมบัติของวัสดุปลูกเอ็มเทคเปรียบเทียบกับวัสดุปลุกชนิดอื่น

การทดลองใช้งานวัสดุปลูก

เทคโนโลยีการผลิตวัสดุปลูก

 

คุณสมบัติของวัสดุปลูกเอ็มเทคเทียบกับวัสดุปลูกชนิดอื่น

ชนิด เม็ดเพาะปลูก MTEC เม็ดดินเผา เพอร์ไลท์ Vermiculite ขุยมะพร้าว แกลบสด เศษอิฐมอญ
ที่มา ทำจากเถ้าแกลบ 100%
ผ่านการเผา <1200C
เม็ดดินเผา 1100C. แร่เพอร์ไลท์ผ่าน 1200°C ให้พองตัว แร่ไมก้าผ่านอุณหภูมิ 850°C ให้พองตัว โรงทำเบาะ ที่นอน
โรงปลอกเปลือกมะพร้าว
โรงสีข้าว เศษอิฐหัก
pH 7, 8.5 5-7 7-7.2 7-7.2 6-7 6-7  
EC ต่ำ น้อย - 65-140me/100gm สูง เมื่อมีการสลายตัว ต่ำ น้อย
ความหนาแน่น 700-800 g/litre 0.3-0.6 g/cm3 0.075-0.08 g/cm3 0.09-0.14 g/cm3 ต่ำ ต่ำ  
ขนาด(mm) 4-20mm 8-16 1.5-6 >3mm.     2-15mm.
การอุ้มน้ำ 20-70wt% ขึ้นกับการใช้งาน 14.7-16.5wt% 250-300L/m3
(25-30vol%)
350-375L/m3
(35-37vol%)
อุ้มน้ำดีมากจนบางทีมีปัญหาเกี่ยวกับการระบายอากาศ น้อย  
อายุใช้งาน หลายครั้ง-หลายปี หลายปี 1 ครั้ง 1-2 ครั้ง 2-3 ครั้ง 2-3 ครั้ง หลายครั้ง
ราคา ถูกกว่าเม็ดดินเผา แพง ค่อนข้างแพง 1200B/m3 ถูก ถูก ถูก
ข้อดี ระบายอากาศดีมาก
ไม่สะสมโรคและแมลงแข็งแรง ไม่ยุบตัว คงทนดีมาก
ระบายอากาศดีมาก
ไม่สะสมโรคและแมลง
เบา
อุ้มน้ำดี
ปลอดโรคและแมลง
เบา
อุ้มน้ำดี
ปลอดโรคและแมลง
มีการอุ้มน้ำดี น้ำหนักเบา
ราคาถูก
ราคาถูก
ปลอดโรคและแมลง
ข้อเสีย   อุ้มน้ำน้อย
น้ำหนักมาก
สลายตัว และอัดแน่นง่าย -สลายตัวและอัดแน่นง่าย
-ราคาแพง
-ฆ่าเชื้อโรคและแมลงได้ยากเมื่อจะนำกลับมาใช้
-มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุได้
- การระบายอากาศที่รากพืชอาจมีปัญหา
- อัดตัวแน่นเมื่อสลายตัวหลังใช้
- กำจัดโรคยาก
-ระบายน้ำดีเกินไป
-อัดตัวแน่นหลังสลายตัว
-กำจัดโรคยาก
น้ำหนักมาก

 

 

การทดลองใช้งานวัสดุปลูกในระบบไฮโดรโปนิค

                  ระบบไฮโดรโปนิค เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน มีข้อได้เปรียบจากการปลูกแบบดั้งเดิม คือ สามารถควบคุมระบบได้ง่าย การจัดการเกี่ยวกับผลผลิตง่ายกว่าแบบลงดินดั้งเดิม ลดการใช้สารเคมีกำจัดโรคและแมลง สามารถใช้ปุ๋ยและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดปัญหามลภาวะมากขึ้น วัสดุเพาะปลูกที่จะนำมาใช้ในการปลูกพืชในระบบควบคุมนี้ควรจะไม่ยุบตัวเมื่อเมื่อใช้ไปนาน ๆ ไม่สลายตัวทั้งทางเคมีและทางชีวภาพ รากพืชสามารถแพร่กระจายได้สะดวก  ไม่มีสารที่เป็นพิษต่อพืชเจือปนอยู่ ไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายธาตุอาหาร แลกเปลี่ยนประจุต่ำหรือไม่มีเลย เพื่อไม่ไห้มีผลกระทบต่อประจุของธาตุอาหาร ไม่เป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลง และนำกลับมาใช้ได้ง่าย การทดลองใช้เม็ดเพาะปลูกนี้ ทำโดยกลุ่มวิจัยของ รศ.ดร. อิทธิสุนทร นนทกิจ ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เม็ดวัสดุปลูกสำหรับใช้ในการทดลองนี้มีทั้งเม็ดสีขาวและเม็ดสีเทา (มีความเป็นด่าง) และมีขนาดต่างๆ กัน

ลักษณะเม็ดเพาะปลูกสีขาวต่างๆ (1-3) และสีเทา (4-5) ที่ใช้ในการทดลองการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

 

              พืชที่ทดลองปลูก คือ แตงกวาญี่ปุ่น (Cucumis sativus), แตงโมไร้เมล็ด ผักสลัด, กล้วยไม้ phalaenopsis, กล้วยไม้หวาย และ ไม้น้ำประดับ

 

การทดลองปลูกแตงกวาญี่ปุ่น (Cucumis sativus)และแตงโมไร้เมล็ด
             
  แตงกวาญี่ปุ่นเป็นแตงกวาผลยาว เป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับแตงโม ฟักทอง บวบ มะระ น้ำเต้า ระยะเก็บเกี่ยว 30-45 วัน
ในการทดลอง ได้เปรียบเทียบกับวัสดุปลูกชนิดอื่นๆ ด้วย คือ เพอร์ไลท์ และทราย ทั้งแตงกวาญี่ปุ่น และแตงโมไร้เมล็ด ให้ผลการทดลองที่เหมือนกัน ซี่งพบว่า ตารางการให้น้ำที่เท่าๆ กัน พบว่าเป็นรองเพอร์ไลท์เพียงเล็กน้อย ดังนั้นในการใช้งานจึงต้องมีการปรับตารางการให้น้ำที่ต่างจากการใช้เพอร์ไลท์ เพื่อให้เหมาะสมกับพืช ส่วนขนาดเม็ดเพาะปลูกที่ให้ผลดีที่สุดคือ ขนาดไม่เกิน 4mm. สีขาว

การให้น้ำแบบน้ำหยดโดยใช้หัวน้ำหยด

ลักษณะการเจริญเติบโตของต้นแตงกวาญี่ปุ่น อายุ 50 วัน และผลแตงกวา


การทดลองปลูกแตงโมไร้เมล็ด

 

                     ส่วนวัสดุปลูกรุ่นเม็ดสีเทาให้ผลผลิตน้อยกว่าชนิดอื่น แม้ว่าจะอมน้ำได้มากกว่า เนื่องจากความเป็นด่างที่ขัดขวางการดูดแร่ธาตุบางอย่าง ดังนั้น หากใช้วัสดุปลูกชนิดนี้จะต้องปรับค่าสารละลายอาหารพืช เพื่อชดเชยความเป็นด่างของวัสดุปลูกนี้ ดังที่ได้ทดลองกับการปลูกผักสลัดในข้อถัดไป

 

การทดลองปลูกผักสลัด
                
ในการปลูกผักสลัดซึ่งมีระยะเวลาการเก็บเกี่ยวสั้น (45 วัน) เนื่องจากผักต้องการน้ำมาก จึงใช้เม็ดเพาะปลูกสีดำขนาดเล็กเปรียบเทียบกับการใช้เพอร์ไลท์ เม็ดรูพรุนจะอยู่ในกระถางพลาสติกขนาดประมาณ 1 นิ้ว เจาะรู เพาะต้นกล้าแล้วใส่ในถาดเพาะปลูก (ภาพที่ 5) ให้น้ำทางราก และก็พบว่าความเป็นด่างของเม็ดรูพรุนทำให้ส่งผลให้ผักเติบโตช้าเมื่อเทียบกับการปลูกในเพอร์ไลท์ แต่เมื่อปรับ pH และค่า EC ของสารละลายธาตุอาหาร ก็สามารถทำให้ได้ผลผลิตเทียบเท่าเพอร์ไลท์

ลักษณะการทดลองใช้เม็ดรูพรุนในการปลูกผักสลัด: หลังปลูก 45 วัน (1) และภาพขยายให้เห็นลักษณะของเม็ดรูพรุนในกระถางปลูก (2)

 

การทดลองปลูกกล้วยไม้ phalaenopsis

                      Phalaenopsis นิยมใช้เป็นไม้กระถางประดับตกแต่งสำนักงาน และบ้านพักอาศัย ฟาแลนน๊อปซีสเป็นกล้วยไม้รากอากาศและกึ่งอากาศ (epiphytes) วัสดุปลูกที่ใช้ปลูกนอกจากจะช่วยให้รากมีที่เกาะยึด เก็บความชื้น และธาตุอาหารแล้วยังต้องช่วยการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศของราก ขนาดวัสดุปลูกต้องมีขนาดใหญ่และไม่อุ้มน้ำมาก
               จากการทดลองปลูกกล้วยไม้ phalaenopsis วัสดุปลูกที่ดีที่สุด คือใช้เม็ดวัสดุปลูกเอ็มเทคสีขาวขนาด 4-6mm. ผสมกับ Sphagnum Moss ช่วยให้กล้วยไม้แทงช่อดอกเร็วที่สุด เนื่องจากเม็ดวัสดุนี้ช่วยลดการยุบตัวของ Sphagnum Moss ซึ่งจะลดการระบายน้ำและอากาศ ทำให้เกิดสภาพที่ไม่เหมาะสมต่อการเติบโตของกล้วยไม้ การใช้เม็ดขนาด 4-6mm + Sphagnum Moss นี้ให้ผลดีกว่าขนาดเม็ดอื่นๆ หรือการใช้แบบไม่ผสม หรือใช้เพอร์ไลท์+Sphagnum Moss หรือใช้เพอร์ไลท์อย่างเดียว หรือ Sphagnum Moss เพียงอย่างเดียว

 


กล้วยไม้ phalaenopsis หลังปลูกได้ 4 เดือน (1) และ 6.5 เดือน (2)

 

                      ส่วนกล้วยไม้ชนิดอื่นๆ เช่น กล้วยไม้หวายสำหรับตัดดอกขาย ยังไม่คุ้มที่จะใช้เม็ดวัสดุปลูกชนิดนี้ เนื่องจากราคายังสูงเมื่อเทียบกับขุยมะพร้าวที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และเม็ดรุ่นที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกกล้วยไม้หวายคือ เม็ดสีเทาดำ เนื่องจากมีความเป็นด่างสูงเกินไป

 

การทดลองปลูกไม้น้ำประดับ

                     วัสดุปลูกเอ็มเทคชนิดสีขาวมีความเหมาะสมในการปลูกพืชน้ำเป็นอย่างดี เม็ดรูพรุนสามารถเป็นที่ยึดเกาะของราก รากสามารถแทรกไปในช่องว่างระหว่างเม็ดได้ดี และสีของวัสดุให้ความสวยงามและสะอาดตา

 

ต้นไม้ประดับสวยงาม

 


เทคโนโลยีการผลิตวัสดุปลูก

                      เทคโนโลยีการผลิตวัสดุปลูก คล้ายกับการผลิต เม็ดรูพรุนสำหรับบำบัดน้ำ เม็ดวัสดุปลูกมีช่วงค่าการดูดน้ำที่กว้างกว่าเม็ดรูพรุนสำหรับบำบัดน้ำ คือตั้งแต่ 20-70% ขณะที่เม็ดบำบัดน้ำมีค่าการดูดน้ำไม่ต่ำกว่า 40% และมีขนาดรูพรุนที่จำกัดในช่วงโตกว่าเม็ดเพาะปลูก เทคโนโลยีการผลิตเม็ดวัสดุปลูกที่พัฒนาขึ้นนี้ สามารถทำขนาดเม็ดได้ตั้งแต่ 4-20 มม. และเลือกช่วงเปอร์เซ็นต์การดูดน้ำได้ในช่วงที่ได้กล่าวมาแล้ว เพื่อให้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับต้นไม้ที่ปลูก

 

ติดต่อเรา