หน้าแรก arrow ข่าว/กิจกรรม arrow ข่าวประชาสัมพันธ์ arrow รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ฯ ชื่นชมเครื่อง DentiiScan เครื่องแรกในไทยและพร้อมผลักดันให้ใช้ได้ทั่วประเทศ
รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ฯ ชื่นชมเครื่อง DentiiScan เครื่องแรกในไทยและพร้อมผลักดันให้ใช้ได้ทั่วประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ชื่นชมเครื่อง DentiiScan เครื่องแรกในไทย
และพร้อมผลักดันให้ใช้ในสถาบันการแพทย์ทั่วประเทศ

         ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำคณะเดินทางเข้าเยี่ยมผลการดำเนินงานวิจัยร่วมระหว่างศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ(เอ็มเทค)และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) ในการพัฒนาต้นแบบเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรม Dental CT (DentiiScan) เป็นผลสำเร็จเครื่องแรกในประเทศไทย โดยเอ็มเทคเป็นผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ ส่วนเนคเทคเป็นผู้พัฒนาซอฟแวร์ เครื่องดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบการใช้งานจริงมากกว่า ๑๐๐ ราย อีกทั้งยังได้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยเรื่องปริมาณรังสีจากกองรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และผ่านการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยทางระบบไฟฟ้าจากศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC ) เรียบร้อยแล้ว


 

              เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพร้อมคณะเดินทางมาถึงศูนย์ทันตกรรมเอสดีซี (SDC) บริษัทสุธาสินีเด็นทัล จำกัด ถ.ประชาชื่น กรุงเทพ โดยมี ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาโครงการให้การต้อนรับ และกล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรม Dental CT ให้ข้อมูลแบบสามมิติและไม่มีการบิดเบือนของข้อมูล ซึ่งต่างจากเครื่องถ่ายภาพรังสี(X-ray ) แบบสองมิติโดยทั่วไป ทำให้การวินิจฉัยโรคบริเวณช่องปาก ขากรรไกร และกระดูกใบหน้ามีความแม่นยำมากขึ้น สามารถใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนสำหรับงานทันตกรรมรากเทียม การผ่าฟันคุด การรักษาคลองรากฟัน และการผ่าตัดบริเวณช่องปาก ขากรรไกรและใบหน้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น   เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับทางการแพทย์ (Medical CT)จากต่างประเทศที่นำมาใช้กับงานทันตกรรมในปัจจุบันพบประมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจะสูงกว่ามาก อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ และราคาสูงกว่าของไทย



           ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค ) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาและเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรมหรือ DentiiScan ตั้งแต่ปี พ.ศ ๒๕๕๐ เป็นผลสำเร็จเครื่องแรกในประเทศไทย และได้ถูกติดตั้งเพื่อทดสอบทางคลินิก เมื่อกลางปี ๒๕๕๔ ปัจจุบันเครื่อง DentiiScan ได้นำไปใช้ในการถ่ายภาพอวัยวะภายในบริเวณช่องปากและใบหน้าของผู้ป่วยอาสาสมัคร เพื่อใช้ในการวางแผนการผ่าตัดและวินิจฉัยโรคต่างๆ จำนวนทั้งสิ้นกว่า ๑๗๐ ราย



                   หลังจากนั้น ดร.พสุ สิริสาลี หัวหน้าโครงการส่วนฮาร์ดแวร์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และดร.เสาวภาคย์ ธงวิจิตรมณี หัวหน้าโครงการส่วนซอฟต์แวร์ ศูนย์เทคโนโลยีอีเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ได้นำเสนอ ภาพรวมของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นนี้ใช้รังสีเอกซ์ที่มีลำแสงแบบทรงกรวย และฉากรับภาพรังสีแบบFlat panel detector ซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับหลอดรังสีเอกซ์ โดยอุปกรณ์ทั้งสองจะหมุนไปพร้อมๆกันรอบผู้ป่วย ๑ รอบ เพื่อเก็บข้อมูลดิบในแต่ละมุมมอง จากนั้นนำข้อมูลดิบที่ได้มาผ่านอัลกอรึทึมในการสร้างภาพตัดขวาง เพื่อสร้างภาพตัดขวางที่เป็นข้อมูลสามมิติบริเวณช่องปาก ขากรรไกรและใบหน้าของผู้ป่วยภาพตัดขวางที่ได้จะถูกแสดงผลในมุมมองสองมิติและสามมิติโดยผ่านซอฟต์แวร์แสดงภาพ และปัจจุบันได้พัฒนาเครื่อง DentiiScan จำนวน ๒ เครื่องที่พร้อมใช้งานได้และมีประสิทธิภาพสูง



               ต่อเนื่องด้วย ทพญ.ดร.สุธาสินี เกษมศาสนติ์ ได้กล่าวถึงประสบการณ์การใช้งานของเครื่องและกรณีศึกษาต่างๆ โดยเครื่องที่ศูนย์ทันตกรรมเอสดีซีได้ทำการทดสอบในผู้ป่วยอาสาสมัครเพื่อวางแผนสำหรับงานทันตกรรมรากเทียมจำนวน ๓๑ รายซึ่งเพียงพอที่จะใช้ในการประเมินผลทางคลินิกในมนุษย์ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมในมนุษย์ โดยการประเมินผลโดยทันตแพทย์และสรุปผลในเชิงสถิติแล้ว  ปัจจุบันศูนย์ทันตกรรมเอสดีซีได้ทำการถ่ายผู้ป่วยเกือบ ๑๐๐ ราย



             โดย ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ทดลองเครื่องมือดังกล่าวด้วยตนเอง พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมทีมงานทุกคนที่ร่วมมือกันสร้างเครื่องDentiiScan ได้เป็นผลสำเร็จและสามารถใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม จึงรับปากว่า จะช่วยผลักดันในการนำเครื่องDentiiScan ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะ พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานที่มีคุณภาพนี้สู่สังคมต่อไป

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 July 2012 )
< บทความก่อนหน้า   บทความถัดไป >