หน้าแรก arrow บริการวิชาการ arrow ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี arrow ข่าววิทยาศาสตร์ : อุปกรณ์จิ๋ว..เปลี่ยนมะเร็งจากความตายเป็นโรคที่จัดการได้
ข่าววิทยาศาสตร์ : อุปกรณ์จิ๋ว..เปลี่ยนมะเร็งจากความตายเป็นโรคที่จัดการได้
ระดับผู้ใช้: / 9
ต้องปรับปรุงดีมาก 

“การติดตามเนื้องอกหลังจากที่ตัดชิ้นเนื้อมาตรวจนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก อุปกรณ์นี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เรากำลังต้องการ ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนมะเร็งจากความตายเป็นโรคที่สามารถจัดการได้”

แปลและเรียบเรียง โดย มาริสา คุณธนวงศ์

 หากท่านคิดว่าข่าวนี้มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน รบกวนโหวตให้คะแนนด้านบนด้วยนะคะ

 

            มะเร็งเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของประชากรโลกอย่างมาก เพราะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆในสังคมสมัยนี้ ในแต่ละปีประชากรโลกต้องเสียชีวิตด้วยโรคนี้เกือบ 8 ล้านคน สำหรับประชากรไทย มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งติดต่อกันมาหลายปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542  อาจเป็นเพราะมะเร็งเป็นโรคที่มีความซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจได้ในขณะนี้ จึงทำให้วิธีการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาที่ใช้กันอยู่ยังมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าจะมีแหล่งเงินทุนและทรัพยากรมากพอที่จะสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อหาวิธีรักษาโรคนี้ก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยใดที่ค้นพบวิธีการรักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม นักวิจัยทั่วโลกก็ยังพยายามหาแนวทางการรักษาโรคร้ายดังกล่าวอย่างไม่ย่อท้อ จนกระทั่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา วารสาร Biosensors & Bioelectronics ฉบับออนไลน์ ได้รายงานผลงานวิจัยของนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of  Technology : MIT) ชิ้นหนึ่งที่น่าจะเป็นความหวังของผู้ป่วยโรคมะเร็ง นั่นคืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปลูกฝังในร่างกายของผู้ป่วยเพื่อติดตามการเจริญของก้อนเนื้อซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ระยะของโรคได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แพทย์จึงเลือกวิธีการรักษาได้เหมาะสมกว่าเดิม นอกจากนี้แล้ว อุปกรณ์ดังกล่าวยังสามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยหายจากมะเร็งได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

วิธีการตรวจสอบมะเร็งเบื้องต้น 
            โดยทั่วไปเมื่อแพทย์ตรวจร่างกายผู้ป่วยและพบก้อนเนื้อที่น่าสงสัย แพทย์มักจะใช้วิธีตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ (biopsy) เพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นก้อนเนื้องอกธรรมดาหรือเป็นเนื้อมะเร็งร้าย แม้ว่าวิธีนี้จะแม่นยำ แต่มันก็แสดงลักษณะของก้อนเนื้อในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น และกว่าจะได้ผลตรวจ มะเร็งก็อาจลุกลามไประยะที่สองแล้ว ส่งผลให้แพทย์อาจจะใช้วิธีการรักษาที่ไม่เหมาะกับอาการของผู้ป่วยในขณะนั้น หรือ อาจเตรียมการป้องกันที่ช้าเกินไป  ศาสตราจารย์ ไมเคิล ซิมา (Michael Cima) จากคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว เขาจึงพยายามคิดค้นอุปกรณ์ที่สามารถติดตามการเจริญของก้อนเนื้อได้อย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์นี้จะถูกฝังลงในร่างกายของผู้ป่วยเพื่อติดตามการเจริญของก้อนเนื้อและเฝ้าดูการตอบสนองต่อการรักษาได้เป็นระยะเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยจะรายงานข้อมูลการเปลี่ยนแปลงล่าสุดในแต่ละวันไม่ว่าก้อนเนื้อนั้นกำลังเจริญขึ้นหรือหดตัวลง มีการตอบสนองต่อการรักษาอย่างไร เกิดการลุกลามหรือไม่ (metastasis) เป็นต้น อุปกรณ์นี้เป็นวิธีใหม่ที่ง่ายกว่าและรบกวนร่างกายน้อยกว่าการตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อแบบเดิมเสียด้วย

             ซิมา กล่าวว่า “การติดตามเนื้องอกหลังจากที่ตัดชิ้นเนื้อมาตรวจนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก อุปกรณ์นี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เรากำลังต้องการ ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนมะเร็งจากความตายเป็นโรคที่สามารถจัดการได้”

 
            

       อุปกรณ์นี้มีรูปร่างทรงกระบอกขนาดเล็กเพียง 5 มิลลิเมตร ทำจากโพลิเอทิลีนซึ่งเป็นพลาสติกประเภทหนึ่งที่มักนำมาใช้ผลิตอุปกรณ์ปลูกฝังทางศัลยกรรมกระดูก อุปกรณ์ดังกล่าวจะประกอบไปด้วยอนุภาคนาโนแม่เหล็กที่เคลือบด้วยแอนติบอดี้ที่เฉพาะเจาะจงกับโมเลกุลที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย (Magnetic relaxation switches ; MRSw) และเยื่อบางๆที่ทำจากโพลิคาร์บอเนต เยื่อนี้จะมีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน (semi-permeable membrane) นั่นคือ มันจะยอมให้โมเลกุลเป้าหมายผ่านเข้าได้แต่จะไม่ยอมให้อนุภาคนาโนแม่เหล็กผ่านออกมาได้ 
             ดังนั้น เมื่อโมเลกุลกลุ่มเป้าหมายผ่านเข้ามาที่อุปกรณ์ เยื่อเลือกผ่านบนอุปกรณ์จะยอมให้โมเลกุลนี้ผ่านเข้าไปจับกับอนุภาคนาโนภายในอุปกรณ์จนเกิดเป็นกลุ่มก้อน กลุ่มก้อนดังกล่าวจะถูกตรวจจับด้วยเครื่องตรวจร่างกายโดยการสร้างภาพเหมือนจริงด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็กหรือเอ็มอาร์ไอ (Magnetic resonance imaging, MRI) 
           

            การศึกษาในห้องปฏิบัติการ ซิมาและทีมปลูกถ่ายเนื้องอกของมนุษย์ลงในหนู และฝังอุปกรณ์ให้กับมันเพื่อติดตามระดับฮอร์โมน human chorionic gonadotropin (HCG) ที่เนื้องอกของมนุษย์สร้างขึ้น อุปกรณ์ที่ใช้นี้จะบรรจุอนุภาคนาโนแม่เหล็กที่เคลือบด้วยแอนติบอดีที่เฉพาะเจาะจงกับฮอร์โมน HCG ซึ่งเป็นโมเลกุลเป้าหมาย เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาการเกาะกลุ่มกันและตรวจจับได้ด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ

ภาพแสดงปฏิกิริยาการเกาะกลุ่มกันระหว่างอนุภาคนาโนและฮอร์โมนHCGที่เป็นโมเลกุลเป้าหมาย

              พวกเขารายงานว่า อุปกรณ์ชนิดใหม่นี้สามารถติดตามสารบ่งชี้โรคมะเร็ง (tumor marker) หรือฮอร์โมนHCG ในหนูเป็นผลสำเร็จในระยะเวลาหนึ่งเดือน

ความคาดหวังและการประยุกต์ใช้กับมนุษย์ 
         ซิมาและทีมคิดว่าจะพัฒนาอุปกรณ์ดังกล่าวให้สามารถเฝ้าติดตามสารได้หลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นสารเคมีที่แพทย์ใช้รักษา(เคมีบำบัด)เพื่อให้ทราบว่าสารที่ส่งเข้าไปรักษาผู้ป่วยนั้นเข้าถึงก้อนเนื้อหรือไม่ หรือ เพื่อตรวจวัดความเป็นกรดและระดับออกซิเจนที่แสดงถึงเมตาโบลิซึมของเนื้องอกและการตอบสนองต่อการรักษา อย่างไรก็ตาม พวกเขาคาดว่า อุปกรณ์ปลูกฝังที่ใช้ตรวจระดับความเป็นกรดน่าจะใช้ได้จริงภายในสองสามปีข้างหน้า  และอาจจะตามมาด้วยอุปกรณ์ตรวจสารเคมีเชิงซ้อนอื่นๆ เช่น ฮอร์โมน และ ยา เป็นต้น สำหรับการปลูกฝังอุปกรณ์นี้ก็ทำได้ไม่ยาก เพราะมันสามารถปลูกฝังเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยในเวลาเดียวกันกับที่แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจได้เลย

ข้อมูลสนับสนุนจากเว็บไซต์ของประเทศไทย 
            ขณะที่ผู้แปลหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งก็พบข้อมูลที่สอดคล้องกับงานวิจัยดังกล่าว จากคอลัมน์ถามตอบ เกี่ยวกับโรคมะเร็ง ความรู้สำหรับประชาชนในเว็บไซต์สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย
“
ทำไมต้องรู้ระยะโรค ถึงจะรักษาโรคได้?
ที่ต้องรู้ระยะโรคมะเร็ง เพราะการรักษาโรคมะเร็งจะแตกต่างกันตามระยะของโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งปอดระยะที่ 1 อาจใช้ผ่าตัดวิธีเดียว ระยะที่ 2 ใช้ผ่าตัดและยาเคมี ระยะที่ 3 อาจใช้ผ่าตัด ยาเคมี และรังสีรักษา หรือยาเคมีกับรังสีรักษา ถ้าผ่าตัดไม่ได้ เป็นต้น ”  

จะเห็นได้ว่า เหตุผลดังกล่าวสอดคล้องกับเหตุผลที่อุปกรณ์ชนิดใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสหายมากขึ้น เพราะมันสามารถรายงานระยะของมะเร็งได้อย่างต่อเนื่องจึงทำให้แพทย์ทราบถึงระยะล่าสุดของโรคได้นั่นเอง

ข้อมูลเพิ่มเติม
สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker) 
            เป็นสารที่ถูกสร้างขึ้นมาในปริมาณที่สูงกว่าปกติ สามารถตรวจพบได้ในเลือด ปัสสาวะ สารคัดหลั่ง และเนื้อเยื่อร่างกาย สารบ่งชี้มะเร็งสามารถช่วยวินิจฉัยโรคมะเร็งได้ในระยะเริ่มแรกเนื่องจากเป็นสารที่สร้างขึ้นจากเซลล์มะเร็งหรือเซลล์ที่ผิดปกติและเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งภายหลัง (precancerous) แต่อย่างไรก็ตามยังมีสาเหตุอื่นนอกจากมะเร็งที่จะทำให้สารนี้มีปริมาณสูงได้

สารบ่งชี้มะเร็งมีหลายชนิด แต่ละชนิดจะบ่งชี้ถึงกระบวนการของโรคอย่างเฉพาะเจาะจง สารบ่งชี้มะเร็งแบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่
1.    สารที่ไม่พบในภาวะปกติ เป็นสารที่ผลิตมาจากเซลล์มะเร็งโดยตรง (Cancer-specific markers) เช่น Carcinoembryonic antigen (CEA) 
2.    สารที่มีอยู่แล้วในร่างกายซึ่งผลิตโดยเซลล์ปกติ (Tissue-specific markers) แต่จะเพิ่มประมาณมากขึ้นเมื่อเซลล์นั้นกลายเป็นเซลล์มะเร็ง เช่น Prostate specific antigen (PSA), Beta-Human chorionic gonadotropin (beta-HCG), Alpha-fetoprotein (AFP) เป็นต้น

สารบ่งชี้มะเร็งมักนำมาใช้ในการศึกษาและการรักษาด้านเนื้องอก (Oncology) เพื่อ
1) Screening: คัดกรองหามะเร็งระยะเริ่มแรกตั้งแต่ยังไม่มีอาการแสดง
2) Early Diagnosis: วินิจฉัยผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งตั้งแต่ระยะต้น
3) Prognosis & Staging: ใช้ในการพยากรณ์โรค
4) Monitoring treatment: ใช้ในการติดตามผลการรักษา
5) Detecting relapse: ติดตามการเป็นซ้ำของโรค

 


 

หากท่านคิดว่าข่าวนี้มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน รบกวนโหวตให้คะแนนด้านบนด้วยนะคะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและเพิ่มเติม
http://thastro.org/pages/cancer/
http://en.wikipedia.org/wiki/Tumor_marker
http://en.wikipedia.org/wiki/Tumor_antigen
http://www.thaihealth.net/h/article300.html
http://www.slideshare.net/drterd/tumor-marker
http://www.thailabonline.com/sec7tumormarker.htm
http://web.mit.edu/newsoffice/2009/cancer-detect-0512.html
http://www.gizmag.com/cancer-monitoring-implant-could-put-lab-inside-the-patient/11737/

ข้อมูลความรู้เรื่อง "Clinical use of tumor marker in the follow-up of cancer patient" โดย : พญ.เฉลิมพร โรจน์รัตน์ศิริกุล ควบคุมโดย : อ.สกล สิงหะ

 

งานวิจัยฉบับเต็ม คลิกที่นี่ 
 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 16 February 2010 )
< บทความก่อนหน้า   บทความถัดไป >