หน้าแรก arrow บริการวิชาการ arrow ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี arrow ข่าววิทยาศาสตร์ : รักษาเส้นประสาทที่บาดเจ็บด้วยเส้นใยลูกผสม [เปลือกสัตว์ทะเลกับพอลิเอสเทอร์]
ข่าววิทยาศาสตร์ : รักษาเส้นประสาทที่บาดเจ็บด้วยเส้นใยลูกผสม [เปลือกสัตว์ทะเลกับพอลิเอสเทอร์]
ระดับผู้ใช้: / 23
ต้องปรับปรุงดีมาก 

 แปลและเรียบเรียง โดย มาริสา คุณธนวงศ์

หากท่านคิดว่าข่าวนี้มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน รบกวนโหวตให้คะแนนด้านบนด้วยนะคะ

 

 

 

การผสมผสานเส้นใยธรรมชาติกับเส้นใยสังเคราะห์คงเป็นเรื่องธรรมดาในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อย่างเสื้อผ้าที่ทำด้วยเส้นใยพอลิเอสเทอร์ผสมกับเส้นใยฝ้าย การผสมเส้นใยทั้งสองชนิดนี้ก็เพื่อที่จะทำให้เนื้อผ้ามีความอ่อนนุ่ม ไม่หยาบกระด้าง ระบายเหงื่อและความชื้นได้ดี รวมถึงยังช่วยให้เนื้อผ้ายับได้ยากขึ้นอีกด้วย

 

 ภาพที่ 1 แสดงเส้นใยนาโนไคโตซานทอสานกับพอลิเอสเทอร์

แต่ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้หลักการดังกล่าวถูกนำมาใช้ในด้านอื่นๆนอกเหนือจากอุตสาหกรรมเครื่อง นุ่งห่ม และที่ไม่ธรรมดานั่นก็คือ การผสมเส้นใยสังเคราะห์และเส้นใยธรรมชาติเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์

ใน ขณะนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกำลังนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้ในด้าน การแพทย์ พวกเขากำลังสังเคราะห์วัสดุชนิดใหม่ที่น่าทึ่งเพราะมันสามารถนำมาช่วยซ่อม แซมเส้นใยประสาทที่บาดเจ็บได้และยังใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์อื่นๆได้อีกด้วย วัสดุชนิดใหม่นี้เกิดจากการทอเส้นใยไคโตซานซึ่งเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติที่ได้ จากเปลือกปูและกุ้ง เข้ากับพอลิเอสเทอร์ ซึ่งเป็นเส้นใยที่ใช้ในอุตสาหกรรม จนได้เส้นใยลูกผสมที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก และรวมสมบัติด้านชีววิทยาที่ดีของเส้นใยธรรมชาติและความแข็งแรงของเส้นใยพอ ลิเมอร์สังเคราะห์เอาไว้ด้วยกัน

 

 

 

 

 ภาพที่ 2 แสดงการใช้ท่อนำทางเส้นประสาท

Miqin Zhang ศาสตราจารย์จากคณะวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์วัสดุ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวว่า การใช้ท่อนำเส้นประสาท (nerve guide) นำทางเส้นประสาทที่ขาดจากกันให้เชื่อมต่อกันได้นี้ต้องการปัจจัยที่เข้มงวด อย่างมาก วัสดุที่ใช้ผลิตท่อนำเส้นประสาทต้องมีสมบัติความเข้ากันได้กับเซลล์ของ มนุษย์ (biocompatible) ต้องมีความเสถียรเมื่ออยู่ในสารละลายภายในร่างกายมนุษย์ ต้องยืดหยุ่นบิดงอได้ และยังต้องทนต่อการยุบตัวเมื่อได้รับแรงกดภายในอีกด้วย หากวัสดุที่ผลิตมีสมบัติที่ไม่เหมาะสม การใช้ท่อนำประสาทอาจจะกลายเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

 

 

 

 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นใยประสาทบาดเจ็บ

                             

                       

 

 

   ภาพที่ 3 แสดงเส้นประสาทขาดจากกัน

   เป็นสองส่วนหลังจากที่นิ้วเกิดการบาดเจ็บ

 

หลังจากที่นิ้วเกิดการบาดเจ็บ เส้นประสาทรอบๆจะขาดจากกันเป็นสองส่วน ส่วนปลายสุดของเส้นประสาทจะยังคงงอกตามปกติ  แต่เส้นประสาทจะสูญเสียอำนาจในการควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้ศัลยแพทย์ต้องใช้เส้นประสาทที่รับความรู้สึกจากผิวหนังตัดมาเชื่อมต่อ ปลายเส้นประสาทที่อยู่ห่างจากกัน (nerve gap) เรียกวิธีนี้ว่า nerve graft วิธีการนี้เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาที่ศัลยแพทย์ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ในปัจจุบันมีการนำท่อเล็กๆที่เรียกว่า ท่อนำเส้นประสาท มาช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างปลายเส้นประสาทที่ขาดจากกัน ภายในท่อดังกล่าวอาจจะมีสารที่กระตุ้นและชักนำให้เส้นใยประสาทเกิดการงอก เคลือบเอาไว้ด้วย

ปัจจุบัน ท่อนำเส้นประสาทที่ใช้กันในทางการค้าทำจากคอลลาเจน โปรตีนโครงสร้างที่ได้มาจากเซลล์ของสัตว์ แต่คอลลาเจนเป็นสารที่มีราคาแพงและเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีสมบัติเป็นตัว กระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้คอลลาเจนยังมักจะอ่อนตัวเมื่ออยู่ในที่ชื้นอย่างภายในร่างกาย มนุษย์ และอาจจะยุบตัวลงได้ง่ายหากได้รับแรงกดต่างๆ ปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญสำหรับเซลล์ประสาทที่กำลังเริ่มเจริญ เพราะท่อนำเส้นประสาทที่ดีจะต้องแข็งแรงพอที่จะป้องกันเส้นใยประสาทขณะที่ กำลังงอกเชื่อมต่อกัน

ข้อ ด้อยต่างๆเหล่านี้ทำให้Zhangและทีมงานพยายามคิดค้นวัสดุทางเลือกใหม่ที่ เหมาะสมกว่าคอลลาเจน วัสดุชนิดใหม่นี้มีส่วนประกอบชนิดแรกเป็น พอลิคาโพรแลคโทน (polycaprolactone ; PCL) พอลิเอสเทอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในการเย็บแผล เนื่องจากมีสมบัติด้านความแข็งแรง ยืดหยุ่นที่ดี และสามารถย่อยสลายได้ แต่พื้นผิวของวัสดุชนิดนี้มีสมบัติกันน้ำหรือต่อต้านการซึมผ่านของน้ำซึ่ง ไม่เหมาะต่อการเจริญของเซลล์ที่มีส่วนประกอบของน้ำเป็นหลัก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถใช้วัสดุชนิดนี้มาทำเป็นท่อนำเส้นประสาทได้เพียง อย่างเดียว จำเป็นต้องอาศัยวัสดุอีกชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ ไคโตซาน พอลิเมอร์ธรรมชาติที่พบได้ที่เปลือกของสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง (crustacean) หาได้ง่าย มีราคาถูก สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และยังมีสมบัติความเข้ากันได้ทางชีวภาพ (biocompatibility) เพราะมันจะไม่กระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันจึงไม่ทำให้ร่างกายเกิด การต่อต้าน นอกจากนี้พื้นผิวที่หยาบของไคโตซานยังมีลักษณะคล้ายกับพื้นผิวภายในของร่าง กาย ทำให้เซลล์ที่กำลังเจริญยึดติดกับพื้นผิวได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อไคโตซานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชื้น มันจะอ่อนตัวและบวมพอง

 

 ผสมผสานสองวัสดุที่ต่างกันจนได้วัสดุทางเลือกใหม่

 

 

 ภาพที่ 4 แสดงเส้นใยลูกผสมที่มีลักษณะคล้ายกับเส้นใยนาโนของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบๆเซลล์ต่างๆของมนุษย์

 ภาพที่ 5 เป็นภาพตัดขวางของท่อนำเส้นประสาท ที่แสดงให้เห็นเส้นประสาทที่งอกใหม่ยึดติดกับด้านในและนอกท่อ [ตรงลูกศรชี้]

 

ถึง แม้ว่าวัสดุทั้งสองยังมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ยังเห็นว่าทั้งพีซีแอลและไคโตซานยังมีสมบัติอีกหลายประการที่ เหมาะสำหรับนำมาใช้เป็นท่อนำเส้นประสาท ทีมงานจึงรวมวัสดุสองชนิดนี้เข้าด้วยกัน โดยเริ่มผลิตเส้นใยนาโนของวัสดุทั้งสองชนิดก่อนโดยใช้เทคนิคอิเล็กโตรสปิน นิ่ง (electrospinning) จากนั้น นำเส้นใยทั้งสองชนิดมาถักทอเข้าด้วยกันจนได้เส้นใยลูกผสมที่มีลักษณะคล้าย กับเส้นใยนาโนของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบๆเซลล์ต่างๆของมนุษย์

ด้วย ความแตกต่างของวัสดุทั้งสองชนิดทำให้การผสมทำได้ค่อนข้างยาก จุดนี้เป็นจุดที่ทีมวิจัยต้องระวังเป็นพิเศษเพราะการผสมเส้นใยทั้งสองให้ เหมาะสมนั้นสำคัญมาก หากรวมกันไม่สมบูรณ์ท่อนำเส้นประสาทที่ได้จะมีจุดบกพร่อง

Zhang และทีมงานได้สร้างท่อนำเส้นประสาทต้นแบบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ยาวระหว่าง 5 ถึง 15 เซนติเมตร (หรือ 2-6 นิ้ว) จากนั้นทดสอบสมบัติของท่อที่ทำจากเส้นใยลูกผสมเทียบกับท่อที่ทำจากกรดพอลิแล คติกโคไกลโคลิก (polylacticcoglycolic acid) และท่อที่ทำจากคอลลาเจนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

ผล การทดสอบแสดงให้เห็นว่า วัสดุที่เป็นไคโตซานทอกับพอลิเอสเทอร์นั้นมีประสิทธิภาพที่เหมาะสมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรง ความสามารถในการยืดหยุ่น และการต้านทานแรงกดทั้งในสภาวะที่แห้งและชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สภาวะชื้นที่เลียนแบบสภาวะภายในร่างกาย ท่อนำเส้นประสาทที่ทำจากวัสดุลูกผสมชนิดใหม่นี้สามารถทนต่อแรงกดมากกว่าท่อ นำเส้นประสาทประเภทกรดพอลิแลกติคโคไกลโคลิกและท่อนำเส้นประสาทที่ทำจากคอลลา เจน ประมาณสองเท่าและแปดเท่าตามลำดับ

นอก จากวัสดุลูกผสมนี้เหมาะที่จะใช้ทำเป็นท่อนำเส้นประสาทแล้ว มันยังสามารถประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์อื่นๆได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งบาดแผล ปลูกถ่ายหัวใจ รักษาเอ็นอักเสบ โรคที่เกิดกับกระดูกอ่อน หรือซ่อมแซมกล้ามเนื้อ Zhang กล่าวเพิ่มเติม

งาน วิจัยนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร “Advanced Materials” ฉบับออนไลน์ และได้รับทุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Science Foundation : NSF)

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

ท่อนำเส้นประสาท (Nerve Guide, Nerve Guidance Conduit)

ท่อ เทียมที่ใช้รักษาเส้นประสาทที่บาดเจ็บ โดยใช้เชื่อมปลายของเส้นประสาทที่ขาดออกจากกันเป็นช่อง (nerve gap) ซึ่งอาจเคลือบสารกระตุ้นภายในท่อเพื่อชักนำให้ใยประสาทเกิดการงอกใหม่ (neurotrophic factor) วิธีการผ่าตัดรักษาเส้นประสาทที่บาดเจ็บโดยอาศัยท่อนำเส้นประสาทนี้เรียกว่า Entubulation

ท่อ ที่ศัลยแพทย์นำมาใช้อาจใช้ท่อที่เป็นเนื้อเยื่อจากร่างกายเช่น ท่อหลอดเลือดดำ (vein) เนื้อเยื่อบุช่องว่างในลำตัว (mesothelial tube) หรืออาจทำจากวัสดุสังเคราะห์ เช่น ซิลิโคน คอลลาเจน กรดพอลิไกลโคลิค เป็นต้น

                                              

 ภาพที่ 6 ท่อนำเส้นประสาท

Nerve graft

วิธี การผ่าตัดรักษาเส้นประสาทที่บาดเจ็บโดยใช้เส้นประสาทที่รับความรู้สึกจากผิว หนังตัดมาเชื่อมต่อปลายเส้นประสาทที่อยู่ห่างจากกัน และลดแรงดึงลง เส้นประสาทที่นิยมนำมาใช้มากที่สุดคือ เส้นประสาทซูรัล (sural Nerve) ซึ่งจะอยู่ตรงตำแหน่งระหว่าง ตาตุ่มด้านนอก (lateral malleolus) และเอ็นร้อยหวาย (achilles tendon) เพราะสามารถตัดได้ยาวถึง 20-30 เซนติเมตร และจะเกิดเพียงอาการชาเมื่อถูกตัดมาใช้

 

 

 

 ภาพที่ 7 เส้นประสาทซูรัล (sural Nerve)

 

อิเล็คโตรสปินนิ่ง (Electrospinning)

เทคนิค การผลิตเส้นใยขนาดเล็กด้วยกระบวนการทางไฟฟ้าสถิตย์ สามารถผลิตเส้นใยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 10 นาโนเมตร ถึงมากกว่า 1 ไมโครเมตรโดยอาศัยแรงทางไฟฟ้าที่เกิดจากศักย์ไฟฟ้ากำลังสูง สำหรับระบบพื้นฐานมีส่วนประกอบหลักที่สำคัญเพียง 3 ส่วน  คือ แหล่งกำเนิดศักย์ไฟฟ้ากำลังสูง (high voltage power supply) หลอดบรรจุสารละลายที่ติดเข็มโลหะ (syringe with needle) และวัสดุรองรับที่เป็นโลหะ (metal collector) จัดเป็นระบบที่ไม่มีความซับซ้อน มีค่าใช้จ่ายน้อย และใช้งานได้สะดวก ทั้งนี้ในระบบที่พัฒนาให้ดีขึ้น สามารถเพิ่มอุปกรณ์สำหรับควบคุมการไหลของสารละลาย (syringe pump) และทำให้การผลิตเส้นใยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น กล่าวคือ สามารถควบคุมขนาดและปริมาณการเกิดเส้นใยได้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

 

 

ภาพที่ 8 อิเล็คโตรสปินนิ่ง (Electrospinning)

 

หากท่านคิดว่าข่าวนี้มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน รบกวนโหวตให้คะแนนด้านบนด้วยนะคะ


 

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและเพิ่มเติม

http://www.biomimicrynews.com/research/Crustacean_shell_with_polyester_creates_mixed-fiber_material_for_nerve_repair.asp

 

การซ่อมแซมการบาดเจ็บของเส้นประสาทด้วยวิธีจุลศัลยกรรม

http://medinfo.psu.ac.th/smj2/182/smj1829.html

 

อิเล็คโตรสปินนิ่ง

http://en.wikipedia.org/wiki/Electrospinning

http://physics.kku.ac.th/ssmg/wordpress/?p=525

http://202.28.94.55/web/322103/2551/work1/g19/menu5.htm

http://www.material.chula.ac.th/RADIO47/January/radio1-1.htm

 

ท่อนำเส้นประสาท

http://en.wikipedia.org/wiki/Nerve_guidance_conduit#Collagen_Type_I.2FIII

 

การรักษาเส้นประสาทที่บาดเจ็บ

http://www.neuro.or.th/journal/การรักษาบาดเจ็บที่เส้นประสาท.pdf

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 16 February 2010 )
< บทความก่อนหน้า   บทความถัดไป >