Chanpen Thanomboon, Author at MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/author/chanpent/ National Metal and Materials Technology Center Sat, 02 May 2026 08:37:36 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico Chanpen Thanomboon, Author at MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/author/chanpent/ 32 32 เยี่ยมชม “ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท” ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม Calcium Masterbatch ที่ผลิตโดยใช้กากตะกอนปูนจากอุตสาหกรรมน้ำตาล https://www.mtec.or.th/uptech-polypet/ Tue, 28 Apr 2026 07:25:23 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44789 เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาทีมที่ปรึกษาจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ นำโดยคุณวัชรี สอนลา วิศวกรอาวุโส ทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน และ ดร.บงกช หะรารักษ์ นักวิจัย ทีมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติก พร้อมด้วยผู้แทนจาก ... Read more

The post เยี่ยมชม “ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท” ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม Calcium Masterbatch ที่ผลิตโดยใช้กากตะกอนปูนจากอุตสาหกรรมน้ำตาล appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาทีมที่ปรึกษาจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ นำโดยคุณวัชรี สอนลา วิศวกรอาวุโส ทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน และ ดร.บงกช หะรารักษ์ นักวิจัย ทีมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติก พร้อมด้วยผู้แทนจาก กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด และ หจก. โพลี่เพ็ท ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมประชุมและเยี่ยมชมสถานประกอบการภายใต้ “โครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (ปีที่ 2) ณ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท (Polypet Ltd., Part.) จังหวัดสมุทรปราการ การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมไทย นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

ไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมคือการเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต Calcium Masterbatch ของ หจก. โพลี่เพ็ท ซึ่งจะเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์พลาสติกในอนาคตของการใช้กากตะกอนปูนจากโรงงานน้ำตาลผสมในเม็ดพลาสติกไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังเป็นการใช้ทรัพยากรแร่ธาตุอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
คณะผู้แทนจาก กพร. และทีมที่ปรึกษาได้ร่วมหารือกับ คุณปิยพงศ์ ลายพิทักษ์ ผู้บริหารของ หจก. โพลี่เพ็ท ถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตให้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเน้นไปที่:

  • การเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในกระบวนการผลิต
  • การลดของเสีย (Zero Waste) จากสายการผลิต
  • การเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนทีมที่ปรึกษา ด้านองค์ความรู้ เทคนิค และคำปรึกษาเชิงลึกแก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 2 นี้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว” อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสมดุลตามแนวทาง BCG Model ต่อไป

The post เยี่ยมชม “ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท” ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม Calcium Masterbatch ที่ผลิตโดยใช้กากตะกอนปูนจากอุตสาหกรรมน้ำตาล appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ประกาศผลสถานประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ปี 2569 https://www.mtec.or.th/uptech69-announcement/ Fri, 10 Apr 2026 09:29:06 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=43849 วันที่ 10 เมษายน 2569 จากการจัดงานสัมมนา “Up-Technology for Circularity ยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี Recycle/Upcycle” ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ... Read more

The post ประกาศผลสถานประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ปี 2569 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

วันที่ 10 เมษายน 2569

จากการจัดงานสัมมนา “Up-Technology for Circularity ยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี Recycle/Upcycle” ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น บางเขน ที่ผ่านมา ทางโครงการฯ จึงได้พิจารณาคัดเลือกบริษัทที่จะเข้าร่วมในปีนี้ได้จำนวน 7 กิจการ ดังต่อไปนี้

รายชื่อบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ปี พ.ศ.2569
1. บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
2. บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด
3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท
4. บริษัท บีเซน จำกัด
5. บริษัท ช.นิยม จำกัด
6. บริษัท ไทยเจียพาวเดอร์ อินดัสตรี จำกัด
7. บริษัท เอส.เจ.ซี. คอนกรีต จำกัด

ทางโครงการฯ ขอขอบคุณทุกบริษัท ที่ให้ความสนใจในการสมัครเข้าร่วมดำเนินงานกับโครงการฯ ในการนำเทคโนโลยีรีไซเคิล/อัพไซเคิลไปประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ตาม ด้วยงบประมาณ ระยะเวลา และทีมงานที่มีจำกัด ทางโครงการฯ จึงไม่สามารถจะรับทุกบริษัทเข้าร่วมงานในปีนี้ได้ จึงหวังว่าจะได้รับความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการอีกครั้งในโอกาสถัดไป

ดำเนินการโดย: ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
สนับสนุนโดย: กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม

The post ประกาศผลสถานประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ปี 2569 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-raot/ Fri, 10 Apr 2026 06:39:37 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44447 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินนโยบายส่งเสริมโครงการนวัตกรรมยางพาราเพื่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรรม โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยที่นำไปสู่แนวทางปฏิบัติได้จริง

The post การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Chanpen Thanomboon

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

"กยท. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมยางพารา
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ
ตอบโจทย์การผลิตยุคใหม่และลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน"

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินนโยบายส่งเสริมโครงการนวัตกรรมยางพาราเพื่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรรม โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยที่นำไปสู่แนวทางปฏิบัติได้จริง

นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า “กยท. มีนโยบายสนับสนุนนวัตกรรมยางพาราเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง ด้วยแนวทางการสนับสนุนที่หลากหลาย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตโดยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เมื่อผลงานวิจัยพัฒนาแล้วเสร็จ กยท. จะผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมการขยายผลสู่สถาบันหรือหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึงการให้เงินอุดหนุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนการลงทุนของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร”

“เราเชื่อว่าการขับเคลื่อนภาคการผลิตยางพาราด้วยนวัตกรรมจะช่วยให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งในด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้า การลดต้นทุน และการลดปัญหาแรงงาน พร้อมคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ เป้าหมายสำคัญของ กยท. คือการเสริมความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน”

ในด้านความร่วมมือกับเอ็มเทค สวทช. เพื่อพัฒนา เครื่องผลิตแผ่นยางจับตัวแบบต่อเนื่องด้วยระบบกึ่งอัตโนมัติ นางสาวนภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กล่าวว่า “เอ็มเทค ได้ดำเนินงานตามเงื่อนไขครบถ้วน พร้อมรายงานผลตรงตามกรอบเวลา และประสบความสำเร็จในการออกแบบและพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์กวนผสมที่ควบคุมคุณภาพยางได้ตามมาตรฐาน โครงการนี้ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการบริหารการวิจัย และได้รับอนุมัติให้ดำเนินงานต่อเนื่องในปีที่ 2  เพื่อทดสอบการผลิตจริงกับกลุ่มสหกรณ์ที่มีศักยภาพ โดยภาพรวมถือว่าพึงพอใจและเชื่อมั่นว่าเอ็มเทคจะเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาในอนาคตต่อไป”

นางสาวนภาวรรณ กล่าวเสริมเรื่องการขยายผลงานวิจัยและนวัตกรรมว่า “ปัจจุบันการประกาศรับข้อเสนอโครงการสำหรับผู้เสนอขอทุน ผลงานวิจัยหรือต้นแบบที่ได้ต้องมีระดับความสำเร็จ TRL ไม่น้อยกว่าระดับ 6 พร้อมผลการทดสอบต้นแบบและข้อมูลด้านประสิทธิภาพการใช้งาน ผลความพึงพอใจจากผู้ใช้งาน และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานสามารถขยายผลได้และนำไปใช้ได้จริง”

“ที่ผ่านมา กยท. และเอ็มเทค ได้เคยร่วมกำหนดโจทย์วิจัยอย่างใกล้ชิด โดย กยท. ให้ความสำคัญกับโจทย์ที่ตอบความต้องการของผู้ใช้ ขณะที่เอ็มเทคเสนอศักยภาพด้านเทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนได้ ทำให้เกิดการบูรณาการความเชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกันยังมีข้อจำกัดและความท้าทายด้านกฎระเบียบของแต่ละองค์กร โดยเฉพาะในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้งบประมาณ ทั้งนี้ กยท. ยังอยู่ระหว่างการหาแนวทางแก้ไข”

“ที่ผ่านมา ผลงานจากเอ็มเทคส่วนใหญ่ตอบโจทย์เกษตรกรได้ดี แม้บางผลงานยังต้องพัฒนาต่อเพื่อให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น การทดสอบการผลิตจริงกับกลุ่มสหกรณ์จะช่วยเสริมความมั่นใจ ซึ่งหากผลงานสำเร็จจนจดสิทธิบัตรได้ ก็จะสร้างมูลค่ามหาศาลและช่วยลดการใช้แรงงานได้อย่างมาก”

นายดิษฐเดช ยังได้เพิ่มเติมเรื่อง “การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีผู้มีส่วนได้เสียหลายภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร สถาบันเกษตร ผู้ประกอบการ รวมถึงนโยบายภาครัฐที่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นงานวิจัยหรือนวัตกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่การศึกษาความคุ้มค่าของสูตรปุ๋ย พันธุ์ยาง และการจัดการสวนยาง การใช้ระบบเจาะแทนมีดกรีดยางแบบดั้งเดิม การใช้สารจับตัวยางก้อนถ้วยเพื่อลดกลิ่นไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำทั้งหมด ล้วนต้องอาศัยเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการรักษามาตรฐานทั้งในประเทศและระดับสากล” 

“หัวใจของการให้ทุนวิจัย คือผลงานต้องช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง คุ้มค่า และตอบสนองความต้องการของเกษตรกรทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง” นายดิษฐเดช กล่าวทิ้งท้าย

The post การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
กรมโรงงานอุตสาหกรรม https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-diw/ Fri, 10 Apr 2026 06:11:31 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44440 การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่ในอีกด้านหนึ่งของเสียจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ก็จำเป็นต้องจัดการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่ในทางปฏิบัติของเสียจำนวนมากยังใช้การฝังกลบ

The post กรมโรงงานอุตสาหกรรม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Chanpen Thanomboon

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

"ผมคิดว่า เราควรจริงจังกับเศรษฐกิจหมุนเวียนให้มากขึ้น
เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติมีจำกัด
และการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้
นอกจากจะทำลายธรรมชาติแล้ว
ยังมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงกว่าการใช้วัสดุรีไซเคิล"

การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่ในอีกด้านหนึ่งของเสียจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ก็จำเป็นต้องจัดการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่ในทางปฏิบัติของเสียจำนวนมากยังใช้การฝังกลบ 

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจในการบริหารจัดการและกำกับดูแลธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัย เป็นไปตามกรอบของกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีวิสัยทัศน์ในการทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเติบโตและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว

ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี อดีตอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (พ.ศ.2565-2567) เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันการนำของเสียมาใช้ประโยชน์ (Waste Utilization) ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่ากากอุตสาหกรรมให้เป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่และสิ้นสุดความเป็นของเสีย (End of Wastes) สอดคล้องตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)

ดร.จุลพงษ์ เล่าที่มาของแนวคิดนี้ว่า “จากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับมลพิษอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ได้เห็นพัฒนาการของอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ สมัยก่อนเรามีของเสียจากอุตสาหกรรมเกษตร แต่เมื่ออุตสาหกรรมเติบโตก็เริ่มมีของเสียอันตรายมากขึ้น ในยุคแรกที่ทำงานในกรมโรงงาน ผมอยู่ในหน่วยงานนำร่อง เมื่อมีของเสียอันตราย เราก็ต้องคิดระบบบำบัดเพื่อให้ความเป็นพิษลดลงก่อนนำไปฝังกลบ แต่ในยุคต่อมา ซึ่งอุตสาหกรรมขยายตัว หากเรายังคงจัดการด้วยการฝังกลบไปเรื่อย ๆ ทั้งประเทศก็คงเต็มไปด้วยหลุมฝังกลบ” 

“ผมคิดว่า เราควรจริงจังกับเศรษฐกิจหมุนเวียนให้มากขึ้น เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติมีจำกัด และการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ นอกจากจะทำลายธรรมชาติแล้ว ยังมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงกว่าการใช้วัสดุรีไซเคิล และจากที่ผมเคยประเมิน พบว่า ประมาณ 60% ของของเสียอุตสาหกรรมสามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ซ้ำได้” ดร.จุลพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ต้นทุนในการรีไซเคิลของเสียอุตสาหกรรมมักสูงกว่าต้นทุนในการใช้วัสดุธรรมชาติ ดร.จุลพงษ์ อธิบายว่า “ประเทศที่ทำสำเร็จจะมีปัจจัยสำคัญเกื้อหนุน 4 เรื่อง ได้แก่ มีตลาดรองรับ ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค และมีฟังก์ชันการใช้งานเฉพาะ”

“เนื่องจากกรมโรงงานฯ ดูแลการจัดการของเสียอุตสาหกรรม เราจึงเลือกว่าของเสียอุตสาหกรรมตัวไหนที่เป็นไปตามปัจจัยเกื้อหนุน 4 เรื่องที่ว่ามา อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงเรื่องปริมาณที่ต้องมีมากเพียงพอในระดับอุตสาหกรรม ต้นกำเนิดของวัสดุก็ควรอยู่ในประเทศ และการกระจายตัวของแหล่งของเสียก็ต้องไม่ไกลจากบริเวณที่จะดำเนินการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง เมื่อได้ตัวเลือกของเสียที่เข้าข่ายแล้ว กรมโรงงานฯ จึงเชิญเอ็มเทค สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัย มาร่วมแสดงความคิดเห็น และมีส่วนในการผลักดันให้เป็นตัวอย่างนำร่องในการพัฒนาต่อไป”

ด้วยเหตุนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเอ็มเทค สวทช. จึงได้ลงนามความร่วมมือกัน ภายใต้โครงการการวิจัยและพัฒนาการผลักดันเพิ่มมูลค่ากากของเสียอุตสาหกรรมให้เป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อการสิ้นสุดการเป็นของเสีย เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับเอ็มเทค สวทช. ที่ผ่านมา ดร.จุลพงษ์ เล่าว่า “จากที่มีโอกาสทำงานร่วมกับนักวิจัย สวทช. พบว่า นักวิจัยมีความกระตือรือร้นมาก มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน”

สำหรับข้อแนะนำเพื่อพัฒนาการทำงานนั้น ดร.จุลพงษ์ ให้ความเห็นว่า “เอ็มเทค สวทช. ควรเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ (Service Delivery Unit, SDU) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดังนั้น ควรปรับปรุงระบบจัดซื้อจัดจ้าง จากเดิมที่ใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้สามารถดำเนินการวิจัยได้รวดเร็วขึ้น ส่วนเรื่องเทคโนโลยี บางอย่างเราก็มีความพร้อม แต่บางอย่างก็สามารถร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ จะได้ไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด”

“ในส่วนการนำของเสียมารีไซเคิลและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นจำเป็นต้องมีหน่วยงานมารับรอง ซึ่งผมคิดว่าถ้าจะให้งานบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สวทช. น่าจะเป็นหน่วยงานที่พัฒนามาตรฐานมารับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้เช่นเดียวกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)” ดร.จุลพงษ์ เสนอทิ้งท้าย

The post กรมโรงงานอุตสาหกรรม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-unido/ Fri, 10 Apr 2026 05:30:05 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44433 องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นหน่วยงานเฉพาะทางของสหประชาชาติ มีพันธกิจหลักคือ การส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอุตสาหกรรมสีเขียวผ่านการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี การสร้างศักยภาพ และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ

The post องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Chanpen Thanomboon

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

ข้อมูลที่เอ็มเทคจัดทำมีความน่าเชื่อถือ
แสดงให้เห็นว่า ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาอย่างเหมาะสม
ทั้งข้อมูลในขั้นตอนการศึกษาและวิจัย
รวมถึงข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นและผลการศึกษา
ก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดท่าที
และนโยบายระดับชาติของประเทศไทย

องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นหน่วยงานเฉพาะทางของสหประชาชาติ มีพันธกิจหลักคือ การส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอุตสาหกรรมสีเขียวผ่านการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี การสร้างศักยภาพ และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือที่ยาวนานกว่า 10 ปีระหว่าง UNIDO กับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้สร้างผลกระทบที่สำคัญในด้านนโยบายและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมีและมลพิษในภาคอุตสาหกรรม

คุณวราวรรณ เฉลิมโอฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสารเคมี (National Expert on POPs Management) องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) กล่าวว่า “การทำงานร่วมกับเอ็มเทคในหลายโครงการที่ผ่านมาพบว่า ข้อมูลที่เอ็มเทคจัดทำขึ้นมีความน่าเชื่อถือ สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่อยู่ภายใต้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ และแสดงถึงความถูกต้องและครบถ้วนในทุกขั้นตอนของการศึกษาและวิจัย นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นและผลการศึกษาของเอ็มเทคก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดท่าทีและนโยบายระดับชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ

การจัดการสารเคมี เพื่อลด-ละ-เลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรม และสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน หรือ POPs (Persistent Organic Pollutants) ในภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ และไม่เพียงแต่เป็นงานวิชาการเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง”

การจัดการสารเคมีและมลพิษ ต้องใช้เทคนิคการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมาย คุณวราวรรณ กล่าวว่า “ด้านการสื่อสารข้อมูล เอ็มเทคทำได้ดี เห็นได้ชัดเจนในกิจกรรมต่างๆ จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ “POPs Campaigning Workshop” เสริมทักษะเล่าเรื่องเพื่อสื่อสารสังคมปลอดภัยจากสาร POPs เมื่อวันที่ 19–20 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า เอ็มเทคมีความพยายามอย่างมากในการเล่าสิ่งที่ยากให้ง่าย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าอบรมที่เป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษาสามารถเข้าใจเนื้อหาที่ยากได้ในระดับหนึ่ง ภายในระยะเวลาเพียง 1-2 วัน นอกจากนี้ยังจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์อย่างหลากหลาย รวมถึงทำกิจกรรม Hands-on อีกด้วย”

“ส่วนการสื่อสารในระดับอุตสาหกรรม ภาคเอกชนและภาครัฐ เอ็มเทคมีการลงพื้นที่ และมีการจัดปรึกษาหารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แต่มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเรื่องการปิดกั้นการรับข้อมูลข่าวสารของกลุ่มเป้าหมาย ที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการสื่อสารสู่กลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากเนื้อหาที่เราสื่อสารมีความลึกและเฉพาะเจาะจง บางครั้งจำเป็นต้องมีอะไรบางอย่างที่เป็นตัวกระตุ้นเพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาฟังหรือรับชมช่องทางสื่อสารต่างๆ ด้วย”

เมื่อถามถึงการทำงานว่าเป็นไปตามที่คาดหวังหรือมีข้อเสนอแนะอย่างไร คุณวราวรรณ กล่าวว่า “มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสื่อสารภายในและการบริหารจัดการโครงการในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง ขอให้แจ้งปัญหาหรืออุปสรรคให้เร็วขึ้น เพื่อสามารถรับมือสถานการณ์ร่วมกัน เนื่องจากบางโครงการเป็นการทำงานที่มีคณะกรรมการให้คำปรึกษาจากหลายหน่วยงานซึ่งสามารถให้ข้อเสนอแนะและความช่วยเหลือเพื่อหาช่องทางหรือวิธีแก้ไขอื่นๆ ได้ทันท่วงที”

“นอกจากนี้ การรวบรวมข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และทำได้ยากมากในบางบริบทการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าบ้างในการส่งมอบงานเนื่องจากกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงทำให้ใช้ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ถือว่าเป็น “เหตุสุดวิสัย” ที่สามารถเข้าใจได้”

คุณวราวรรณ กล่าวเสริมว่า “โดยภาพรวมแล้ว มีความพอใจและชื่นชมเกี่ยวกับคุณภาพของผลงานวิชาการมาก มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล  ผลงานที่เอ็มเทคส่งมอบก็ดีกว่าในบางประเทศ เพราะเอ็มเทคมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์ยาวนาน”

สำหรับแผนงานในอนาคต “ในประเทศไทยมีหน่วยงานที่ศึกษาหรือมีองค์ความรู้เกี่ยวกับสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (POPs) มีอยู่ไม่มากนัก ดังนั้น การที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนกระบวนการทางอุตสาหกรรมให้กลายเป็น Green Chemistry หรือ Green Industry ได้ต้องอาศัยเอ็มเทคซึ่งมีความรู้และประสบการณ์สูงเข้ามาช่วยสนับสนุน โดยอาจจะเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ที่มีภารกิจและงบประมาณจัดสรรให้ดำเนินการ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างเท่านั้น แต่สามารถเป็นพันธมิตรกันได้” คุณวราวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

The post องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND) https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-mind/ Fri, 10 Apr 2026 05:03:06 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44413 ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ หรือ Medical Innovations Development Center (MIND) เป็นหน่วยงานภายใต้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการแบบครบวงจร (one-stop service) ในการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ โดยบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในลักษณะสหสาขาวิชาระหว่างแพทย์ วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์

The post ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Chanpen Thanomboon

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

ชื่นชมการทำงานร่วมกับเอ็มเทคที่ผ่านมา
โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร และการประสานงานอย่างต่อเนื่อง
และที่ประทับใจเป็นพิเศษ
คือ การพูดคุยเจรจาที่เน้นความร่วมมือ แบบสร้างคุณค่าร่วม
เพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์สูงสุด

ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ หรือ Medical Innovations Development Center (MIND) เป็นหน่วยงานภายใต้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการแบบครบวงจร (one-stop service) ในการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ โดยบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในลักษณะสหสาขาวิชาระหว่างแพทย์ วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ตลอดจนสร้างมาตรฐานในการพัฒนา ทดสอบ และสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ

ศาสตราจารย์ นพ.มล.ชาครีย์ กิติยากร หัวหน้าศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ เอ็มเทค สวทช. โดยมีศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ในฐานะตัวเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างพันธมิตรว่าทั้งสองฝ่ายรู้จัก แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมมือกันมาอย่างยาวนาน จากความร่วมมือระหว่างบุคคลได้นำไปสู่การพัฒนาโครงการที่ดำเนินการร่วมกัน (project-based cooperation) ดังที่ปรากฏหลายโครงการ เช่น รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินรองรับโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ชุดอุปกรณ์ช่วยพยุงหลังและเสริมแรงแบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับภารกิจทางการแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ และอวัยวะเทียมเพื่อใช้เป็นสื่อฝึกทักษะทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ

ความร่วมมือตามโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ บางโครงการเริ่มจากการผนึกกำลังความคิดและการวิจัยตั้งแต่ต้น ในขณะที่บางโครงการริเริ่มโดยทางเอ็มเทคและต่อยอดหรือทดสอบการใช้งานร่วมกันภายหลัง 

ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่ทั้งสองหน่วยงานเกิดความร่วมมือในลักษณะผสานพลังระดับองค์กร (organization-based synergy) โดยศาสตราจารย์ นพ.มล.ชาครีย์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาเครือข่ายการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับใช้ในการดูแลสุขภาพและการรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนั้นได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ร่วมลงนามความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้เกิดการต่อยอดผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง และเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศ จึงตอบโจทย์ทางการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างผลงานวิจัย เช่น วัสดุฝึกการเย็บแผล แผ่นรองในรองเท้าเฉพาะบุคคลสำหรับกลุ่มผู้ป่วยโรคผังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ อุปกรณ์นำเจาะเฉพาะบุคคลสำหรับข้อไหล่เทียม และอุปกรณ์ฝึกหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้การนำของอัลตราซาวด์ เป็นต้น 

ศาสตราจารย์ นพ.มล.ชาครีย์ กล่าวชื่นชมการทำงานร่วมกับเอ็มเทคที่ผ่านมา โดยเฉพาะด้านการสื่อสารและการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดประชุมและการเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน การทำงานในลักษณะนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้าใจ การปรับความคาดหวัง และการกำหนดแนวทางปฏิบัติและข้อตกลงร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือ การพูดคุยเจรจาที่เน้นความร่วมมือแบบสร้างคุณค่าร่วม เพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์สูงสุด (win-win) ในหลายกรณีนั้นเมื่อแรกเจรจาเคยมองว่าไม่น่าเอื้อประโยชน์ร่วมกันได้ แต่ในที่สุดเมื่อเอ็มเทคแสดงความจริงใจและมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมปรับรูปแบบความร่วมมือและข้อตกลงสำคัญๆ เช่น การแบ่งปันสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา หรือ การให้การยอมรับในความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา ทั้งความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ ความรู้ในด้านกระบวนการผลิต ความรู้เฉพาะทางด้านการแพทย์ รวมถึง สวทช.ก็มีความตั้งใจจริงในการผลักดันการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ร่วมกันกับรามาธิบดีฯ โดยได้มอบหมายบุคลากรเข้ามาสนับสนุนการทำงานร่วมกัน ก็ทำให้การทำงานเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

ศาสตราจารย์ นพ.มล.ชาครีย์ ยังกล่าวถึงความท้าทายสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในบริบทของประเทศไทย นั่นคือ การตลาดและการนำไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ การแข่งขันที่รุนแรงจากต่างประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยีและต้นทุนราคา ตลอดจนการยอมรับและการตอบโจทย์ความต้องการของแพทย์และคนไข้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ศูนย์ MIND เชื่อมั่นว่า เพื่อให้นวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญคือ การวิจัยและพัฒนา และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยก่อให้เกิดการสะสมทุนกายภาพ องค์ความรู้ และทุนมนุษย์เพื่อพัฒนานวัตกรรมขึ้นได้เองในประเทศไทย 

ดังนั้น การผนึกกำลังร่วมกันจะเป็นกุญแจสำคัญอีกดอกหนึ่ง ในการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า และพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังสามารถช่วยดึงศักยภาพและเสริมจุดแข็งของแต่ละฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมจนสำเร็จในที่สุด

The post ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-sec/ Fri, 10 Apr 2026 04:15:34 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44395 บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประกอบกิจการให้บริการ ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม คุณวีรวุฒิ จิรนันทศักดิ์ กรรมการบริษัท เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับเอ็มเทค สวทช. ในการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ เช่น นวัตกรรมเปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และเตียงนอนแบบมีกลไกช่วยผู้สูงอายุในการลุกนั่งและลุกยืน

The post บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Chanpen Thanomboon

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

"จากการร่วมงานกับเอ็มเทคที่ผ่านมา
บริษัทฯ รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ทีมงานวิจัยและฝ่ายสนับสนุน มีความกระตือรือร้น
และให้คำปรึกษาครอบคลุมหลายด้าน
อันเป็นประโยชน์อย่างดียิ่ง ทั้งการวิจัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การต่อยอดเทคโนโลยีการตลาด และการขยายเครือข่ายพันธมิตร"

บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประกอบกิจการให้บริการ ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม คุณวีรวุฒิ จิรนันทศักดิ์ กรรมการบริษัท เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับเอ็มเทค สวทช. ในการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ เช่น นวัตกรรมเปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และเตียงนอนแบบมีกลไกช่วยผู้สูงอายุในการลุกนั่งและลุกยืน คุณวีรวุฒิมีความเห็นว่าผลงานวิจัยมีความโดดเด่น อีกทั้งบริษัทฯ เองก็มีเครือข่ายและพันธมิตรในแวดวงเครื่องมือแพทย์ องค์ประกอบดังกล่าวนี้ทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมในการดำเนินงานร่วมกับเอ็มเทค เพื่อผลักดันผลงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ นโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นโมเดลเพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ได้ระบุกลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย บริษัทฯ จึงมีความสนใจ เนื่องจากบริษัทฯ มีศักยภาพ ความพร้อม และนโยบายที่สอดคล้องตามแนวทางนี้ จึงได้ร่วมมือกับเอ็มเทคมาอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมเป็นระยะ เช่น แผ่นเจลรองนั่งและรองนอนสำหรับบรรเทาการเกิดแผลกดทับ และล่าสุดคือ ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลอง 

ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลองสามารถใช้ในการฝึกการทำหัตถการนำเข็มด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจ คุณวีรวุฒิกล่าวว่า การที่แพทย์ฝึกปฏิบัติกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ จนเกิดความมั่นใจในการทำหัตถการ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเพิ่มพูนทักษะความเชี่ยวชาญทางการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคมะเร็งเต้านม 

ดังนั้น ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลองที่พัฒนาขึ้นโดยทีมวิจัยเอ็มเทค จึงไม่เพียงแต่ช่วยในการฝึกทำหัตถการนำเข็มด้วยอัลตราซาวด์เพื่อเก็บชิ้นเนื้อตรวจเท่านั้น แต่ยังมีคุณลักษณะที่สำคัญคือ มีสมบัติต่าง ๆ คล้ายเต้านมจริง สามารถเห็นก้อนเนื้อชัดเจนด้วยเทคนิคอัลตราซาวด์ และเมื่อใช้เข็มเจาะเข้าไปในแพลตฟอร์มก็ยังเห็นเข็มได้อย่างชัดเจน 

แพลตฟอร์มเต้านมจำลองถูกออกแบบให้สามารถใช้ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง โดยที่ไม่ทิ้งรอยเข็ม เพื่อให้แพทย์สามารถฝึกฝนซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องจนเกิดความมั่นใจ และสามารถวางแผนทางหัตถการได้อย่างรัดกุม ที่สำคัญคือ กระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน และเน้นใช้วัตถุดิบจากภายในประเทศ จึงทำให้มีราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ง่ายอีกด้วย

จึงถือได้ว่านวัตกรรมแพลตฟอร์มเต้านมจำลองมีความสำคัญ และจะส่งผลดีต่อภาพรวมในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การตรวจพบแต่เนิ่นๆ ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้ทันท่วงทีและมีโอกาสหายขาดเพิ่มขึ้น 

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพและเชื่อมั่นในคุณภาพของผลงานวิจัยของเอ็มเทค และมองว่าผลิตภัณฑ์นี้มีตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche product) อย่างไรก็ดี การนำผลิตภัณฑ์นี้ออกสู่เชิงพาณิชย์ มีความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่เคยมีผู้ผลิตรายใดในประเทศสามารถทำได้มาก่อน โดยที่ผ่านมาวงการแพทย์ไทยยังพึ่งพาผลิตภัณฑ์ราคาสูงซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก

ในทางการแพทย์ การใช้แมมโมแกรม (mammogram)  ร่วมกับอัลตราซาวด์ (ultrasound) จะช่วยเพิ่มโอกาสตรวจพบมะเร็งเต้านมมากขึ้น ขั้นต่อไปคือการนำชิ้นเนื้อจากรอยโรคที่ตรวจพบส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อวินิจฉัยชิ้นเนื้อและวางแผนการรักษาต่อไป เนื่องจากรอยโรคเหล่านี้มักคลำไม่พบจากการตรวจร่างกาย

ในอนาคตคุณวีรวุฒิมองถึงเป้าหมายการขยายผลไปยังอุปกรณ์อวัยวะเทียมอื่นๆ ที่สามารถประยุกต์ใช้กระบวนการผลิตที่คล้ายคลึงกันได้ รวมถึงมีแนวคิดจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีทั้งแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายได้ 

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังแสวงหาลู่ทางในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เนื่องจากเต้านมจำลองนั้นเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มและมีขนาดตลาดในประเทศที่จำกัด การขยายตลาดไปยังต่างประเทศจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้แก่บริษัทฯ และเพิ่มความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาว

ความท้าทายขั้นต่อไปที่บริษัทฯ ต้องเผชิญคือ เรื่องมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ คุณวีรวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเต้านมจำลอง ทั้งมาตรฐานภาคบังคับและมาตรฐานสมัครใจ จึงถือเป็นบททดสอบสำคัญที่บริษัทต้องดำเนินการ เพื่อให้ได้รับการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์อันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

คุณวีรวุฒิได้กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการร่วมงานกับเอ็มเทคที่ผ่านมา บริษัทฯ รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก ทีมงานวิจัยและฝ่ายสนับสนุนมีความกระตือรือร้น และให้คำปรึกษาครอบคลุมหลายด้านอันเป็นประโยชน์อย่างดียิ่ง ทั้งการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์การต่อยอดเทคโนโลยี การตลาด และการขยายเครือข่ายพันธมิตร

The post บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-capglobal/ Fri, 10 Apr 2026 03:40:49 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44383 บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด เป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมบิลเลต ซึ่งเป็นวัสดุกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมหลายชนิด เช่น อะลูมิเนียมเส้น (extruded profiles) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

The post บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Chanpen Thanomboon

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

บริษัทฯ เชื่อมั่นในทีมวิจัยเอ็มเทค
การทำงานที่ผ่านมา
รู้สึกพึงพอใจมากและภูมิใจกับผลงานนี้
เพราะเป็นการคิดค้นใหม่ ใช้งานได้จริง
ตรงกับบริบทของบริษัท

บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด เป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมบิลเลต ซึ่งเป็นวัสดุกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมหลายชนิด เช่น อะลูมิเนียมเส้น (extruded profiles) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมมายาวนาน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงมีนโยบายด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ต่างๆ

โจทย์หนึ่งที่บริษัทฯ สนใจคือ การพัฒนากระบวนการกำจัดสีฝุ่นเคลือบผิวบนอะลูมิเนียมสำหรับกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งได้ดำเนินการร่วมกับทีมวิจัยเทคโนโลยีการผลิตอะลูมิเนียม กลุ่มวิจัยกระบวนการทางวัสดุและการผลิตอัตโนมัติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช.

คุณวันชัย จงจิตรนันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด เล่าที่มาของความร่วมมือว่า “กรอบอะลูมิเนียมประตูหน้าต่างที่เห็นในปัจจุบันมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป จากแต่ก่อนซึ่งกรอบมีสีเงิน ชา หรือดำ โดยใช้กระบวนการแอโนไดซ์ (anodizing) แต่ปัจจุบันเราจะเห็นสีขาวหรือลายไม้ ซึ่งมีความสวยงามมากขึ้น แต่เมื่อนำกรอบอะลูมิเนียมเหล่านี้ไปหลอมเพื่อรีไซเคิลจะเกิดควันและกลิ่นปริมาณมากเกินกว่าระบบควบคุมมลพิษของโรงงานทั่วไปจะรับได้ ทำให้การหลอมแต่ละครั้งต้องใช้กรอบอะลูมิเนียมเหล่านี้ในปริมาณที่ลดลงมากกว่า 50% เพื่อลดกลิ่นและควัน”

“บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับทีมวิจัยเอ็มเทค เพื่อศึกษาว่าในขณะที่รีไซเคิลกรอบอะลูมิเนียมเคลือบสีฝุ่นมีก๊าซชนิดใดเกิดขึ้นบ้าง มีปริมาณเท่าไหร่ และเกิดที่ช่วงเวลาใด ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราจัดการได้อย่างเหมาะสม เพราะการรีไซเคิลอะลูมิเนียมเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นกลไกสำคัญในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)”

เมื่อถามถึงแนวทางการดำเนินงานและอุปสรรคที่เกิดขึ้น คุณวันชัยกล่าวว่า “บริษัทฯ เคยเห็นแนวทางของประเทศกลุ่มยุโรป แต่เนื่องจากปริมาณอะลูมิเนียมของเราน้อยกว่าเขามาก จึงต้องปรึกษากับทีมวิจัยเพื่อหาแนวทางที่เหมาะกับบริบทของเรา และมีต้นทุนที่เหมาะสม”

“ในระหว่างที่ทำงานก็พบอุปสรรคที่ไม่คาดคิดมาก่อน แต่ทีมวิจัยมีความตั้งใจ และมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา ทำให้อุปสรรคไม่ใช่เรื่องใหญ่”

“องค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ได้นำไปใช้ในการออกแบบเครื่องจักร เพื่อขยายสเกลจากห้องปฏิบัติการที่ระดับ 200 กิโลกรัม/ชั่วโมง เป็นระดับอุตสาหกรรมคือ 4 ตัน/ชั่วโมง คาดว่าจะสำเร็จในไตรมาสแรกของปี 2569 ในการขยายสเกลแม้จะมีอุปสรรคบ้าง เพราะมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงมากมายแต่ทีมวิจัยก็เข้าใจปัญหาดี สามารถคาดการณ์และคิดเผื่อไว้ล่วงหน้า ทำให้การทำงานร่วมกันสำเร็จอย่างราบรื่น”

“บริษัทฯ เชื่อมั่นในทีมวิจัยเอ็มเทค การทำงานที่ผ่านมารู้สึกพึงพอใจมาก และภูมิใจกับผลงานนี้ เพราะเป็นการคิดค้นใหม่ ใช้งานได้จริง ตรงกับบริบทของบริษัท” 

สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น คุณวันชัยกล่าวว่า “การทำงานที่ผ่านมาเห็นว่า นักวิจัยมีงานล้นมือ จึงควรเพิ่มจำนวนนักวิจัย อีกทั้งงานในบางส่วน เช่น การเก็บก๊าซเพื่อมาวิเคราะห์ อาจไม่ใช่ความชำนาญของนักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านโลหะวิทยา จำเป็นต้องอาศัยนักวิจัยจากทีมอื่นมาช่วยด้วย”

คุณวันชัยได้กล่าวถึงแผนงานในอนาคตว่า “จากความร่วมมือที่ผ่านมา ทำให้ทีมวิจัยเห็นประเด็นในกระบวนการผลิตที่ยังสามารถปรับปรุงได้ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลดรอส ซึ่งกระบวนการเดิมใช้ฟลักซ์ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น และชนิดของฟลักซ์อาจยังไม่เหมาะสมกับบริบทของบริษัทซึ่งในประเด็นนี้อาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อลดต้นทุนลดการใช้สารเคมี และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ดีขึ้น”

“นอกจากการรีไซเคิลอะลูมิเนียมกรอบประตูหน้าต่างแล้ว การรีไซเคิลอะลูมิเนียมประเภทอื่น เช่น กระป๋องเครื่องดื่มใช้แล้ว (Used Beverage Can, UBC) หรือวัสดุประเภทขี้กลึง ขี้เลื่อยที่มีขนาดเล็ก ก็ต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งเอ็มเทคก็น่าจะเป็นหน่วยงานที่เก็บข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานเติมเต็มไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรีไซเคิลอะลูมิเนียมก้าวหน้าได้เร็วขึ้น” คุณวันชัยกล่าวทิ้งท้าย

The post บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. หารือความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีกับ Association of Marble and Stone Entrepreneurs of the Region of Murcia (MARSA) และ Raw Materials Technological Centre (CTM) จากประเทศสเปน https://www.mtec.or.th/ctm-mtec/ Wed, 01 Apr 2026 09:14:25 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44257 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ เอ็มเทค สวทช. นักวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ให้การต้อนรับ Mr. Javier Fernández ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. หารือความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีกับ Association of Marble and Stone Entrepreneurs of the Region of Murcia (MARSA) และ Raw Materials Technological Centre (CTM) จากประเทศสเปน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ เอ็มเทค สวทช.

นักวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ให้การต้อนรับ Mr. Javier Fernández Cortés General Secretary, Association of Marble and Stone Entrepreneurs of the Region of Murcia (MARSA) และ Managing Director, Raw Materials Technological Centre (CTM) ประเทศสเปน

โดย ดร.อนุชา วรรณก้อน ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเซรามิกส์และวัสดุก่อสร้าง (CCM), ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน (SCMT) และนักวิจัยหลายท่าน ได้ให้การต้อนรับและร่วมหารือแนวทางความร่วมมือด้านต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีการสำรวจแร่ขึ้นสูง เช่น hyperspectral Technology, Digital Twins, Artificial Intelligence (AI) และ Big Data สำหรับการบริหารจัดการเหมืองและโรงงาน, Environmental Product Declarations (EPD) และ Life Cycle Assessment (LCA) ตามหลักการของ Circular Economy ในการใช้ประโยชน์ของเสียจากอุตสาหกรรมหิน, Sustainable & Zero-Emission Mining และการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง และแนวทางความร่วมมือในโครงการระดับนานาชาติ การจัดสัมมนาทางเทคนิค ตลอดจนกิจกรรมแลกเปลี่ยนนักวิจัย เป็นต้น

นักวิจัยเอ็มเทค ได้นำคณะผู้แทนฯ เข้าการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ X-ray Computed Tomography (XCT) และเครื่องมือวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ทดสอบแร่ ของศูนย์ฯ ซึ่งการจัดประชุมหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่างประเทศไทยกับประเทศสเปน และส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

The post เอ็มเทค สวทช. หารือความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีกับ Association of Marble and Stone Entrepreneurs of the Region of Murcia (MARSA) และ Raw Materials Technological Centre (CTM) จากประเทศสเปน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. ผนึก กพร. รุกคืบโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน เยี่ยมชม “มิตรผล” ปั้นนวัตกรรมเปลี่ยนกากตะกอนปูนสู่พลาสติกมูลค่าสูง หนุนเป้าหมาย Net Zero https://www.mtec.or.th/uptech-mitr-phol/ Mon, 23 Mar 2026 06:50:53 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=43879 ดร.อนุชา วรรณก้อน หัวหน้าโครงการ “การพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (UpTech)” คุณวัชรี สอนลา หัวหน้าทีมที่ปรึกษาเทคโนโลยีรีไซเคิลกากตะกอนปูนจากกระบวนการลดค่าสีน้ำเชื่อมและคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. พร้อมด้วย คุณศรากร อักษรแก้ว วิศวกรโลหการชำนาญการ ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. ผนึก กพร. รุกคืบโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน เยี่ยมชม “มิตรผล” ปั้นนวัตกรรมเปลี่ยนกากตะกอนปูนสู่พลาสติกมูลค่าสูง หนุนเป้าหมาย Net Zero appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ดร.อนุชา วรรณก้อน หัวหน้าโครงการ “การพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (UpTech)” คุณวัชรี สอนลา หัวหน้าทีมที่ปรึกษาเทคโนโลยีรีไซเคิลกากตะกอนปูนจากกระบวนการลดค่าสีน้ำเชื่อมและคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. พร้อมด้วย คุณศรากร อักษรแก้ว วิศวกรโลหการชำนาญการ และคณะ จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และคุณพรพรรณ ไชยจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท ร่วมเยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลมิตรผล ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี คุณลาวัณ ใจเย็น หัวหน้าแผนกสิ่งแวดล้อม และคณะ พร้อมด้วยคุณพิสิทธินี ชาปัญญา ผู้ชำนาญการ ฝ่ายวิจัย จาก บริษัท มิตรผลวิจัย และพัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด ให้การต้อนรับและนำเสนอภาพรวมของบริษัทฯ ตลอดจนเยี่ยมชมกระบวนการผลิต

โรงงานน้ำตาลมิตรผลมีกากตะกอนปูนเป็นวัสดุพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายขาว บริษัทฯ ต้องการต่อยอดแนวคิด “เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไร้ค่า ให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า” เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิต โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนเกษตรอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2030 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ.2050

การเยี่ยมชมในครั้งนี้ ทีมที่ปรึกษามีแผนที่จะนำตัวอย่างของวัสดุพลอยได้จากกระบวนการผลิตมาปรับปรุงคุณภาพ และวิเคราะห์ทดสอบเพื่อให้มีสมบัติที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกที่มีมูลค่าสูง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมสีเขียวด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้มีการหารือ วางแผนการดำเนินงาน ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม กพร. และเอ็มเทค ในการรับรองการเป็นวัตถุดิบทดแทนแหล่งแร่ธรรมชาติ และแนวทางการผลักดันการส่งต่อกากตะกอนปูนในระบบอุตสาหกรรมเชิงนิเวศตามแนวทางนโยบายการสิ้นสุดการเป็นของเสีย (End of Waste) อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

The post เอ็มเทค สวทช. ผนึก กพร. รุกคืบโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน เยี่ยมชม “มิตรผล” ปั้นนวัตกรรมเปลี่ยนกากตะกอนปูนสู่พลาสติกมูลค่าสูง หนุนเป้าหมาย Net Zero appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>