dtmd-saw, Author at MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/author/dtmd-saw/ National Metal and Materials Technology Center Tue, 24 Feb 2026 02:38:20 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico dtmd-saw, Author at MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/author/dtmd-saw/ 32 32 หลักสูตรอบรม กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง(วันที่ 13 พฤษภาคม 2568) #2 https://www.mtec.or.th/general-training-courses-90106-3-2/ Fri, 20 Feb 2026 01:19:26 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=43293 หลักสูตร กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง (วันที่ 13 พฤษภาคม 2568) หลักสูตรอบรมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง(Manufacturing Process of Rubber Products) จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)วันที่ 6 ... Read more

The post หลักสูตรอบรม กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง(วันที่ 13 พฤษภาคม 2568) #2 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตร กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง (วันที่ 13 พฤษภาคม 2568)


หลักสูตรอบรม
กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง
(Manufacturing Process of Rubber Products)

จัดโดย

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 9.00-16.30 น.

จัดอบรม hybrid คู่ขนาน 2 รูปแบบ
ทั้งในรูปแบบอบรมในห้องอบรม (onsite) พร้อมกับ อบรมในรูปแบบ online
ผู้สนใจสามารถเลือกรูปแบบการอบรมได้ตามที่ท่านสะดวก รายละเอียดดังนี้
รูปแบบที่1 อบรม onsite ณ ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
รูปแบบที่2 อบรมออนไลน์ผ่านโปรแกรม Cisco WebEx Meeting

หลักการและเหตุผล
      อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของไทยจัดเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงเพราะประเทศไทยได้เปรียบทั้งในด้านที่เป็นแหล่งของวัตถุดิบและยังมีค่าจ้างแรงงานที่ไม่สูงมากนัก ส่งผลให้อุตสาหกรรมยางมีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยียางจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ในปี พ.ศ. 2568

      ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยางให้แก่ผู้ประกอบการและผู้ที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางรวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจ โดยมุ่งหวังพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางของไทยให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในเศรษฐกิจยุคโลกาภิวัตน์

      หลักสูตร “กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง” เป็นหลักสูตรที่เน้นเผยแพร่ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยางจากยางแห้ง มีเนื้อหาครอบคลุมการผสมยางคอมพาวนด์ด้วยเครื่องผสมแบบเปิดและแบบปิด เทคนิคการผสมแบบต่าง ๆ ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผสม การขึ้นรูปยางคอมพาวนด์ และการวัลคาไนซ์ยางคอมพาวนด์

กำหนดการ
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569
08.30-09.00 น. ลงทะเบียน/ เปิดห้องออนไลน์
09.00-10.30 น. การผสมยางคอมพาวนด์
10.30-10.45 น. พักการบรรยาย 15 นาที
10.45-12.00 น. การผสมยางคอมพาวนด์ (ต่อ)
12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง
13.00-14.30 น. การขึ้นรูปยางคอมพาวนด์
14.30-14.45 น. พักการบรรยาย 15 นาที
14.45-16.30 น. การวัลคาไนซ์ยางคอมพาวนด์

วิทยากร


ดร.ภุชงค์ ทับทอง
หัวหน้าทีมวิจัยกระบวนการผลิตยางขั้นสูงและมาตรฐานยาง
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ค่าลงทะเบียน
ราคาค่าอบรมในรูปแบบ onsite และ online ราคาเท่ากัน มีรายละเอียดดังนี้
ราคาสำหรับบุคคลทั่วไปและภาคเอกชน 3,745 บาท/ท่าน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
ราคาสำหรับข้าราชการและพนักงานองค์กรรัฐ 3,500 บาท/ท่าน (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
**On-site รับสมัครจำนวน 20 ท่าน เท่านั้น**

หมายเหตุ
– ค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน และเอกสารประกอบการอบรม
– สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google Form >>>คลิ๊กที่นี่!!

**เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่นั่งในการอบรมเต็ม โปรดทำการลงทะเบียนตามช่องทางดังกล่าวเพื่อสำรองที่นั่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยดำเนินการโอนเงินชำระค่าลงทะเบียนในภายหลัง**

การชำระค่าลงทะเบียน
• โอนเงิน/ เช็ค สั่งจ่าย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ สาขาย่อยอุทยานวิทยาศาสตร์ เลขที่บัญชี 080-000001-0
• กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อมาที่อีเมล kobkula@mtec.or.th

สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณกอบกุล อมรมงคล
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4676
E-mail : kobkula@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง(วันที่ 13 พฤษภาคม 2568) #2 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม “สารเคมียาง” (วันที่ 17-18 มีนาคม 2569) https://www.mtec.or.th/chemicals-rubber-2026/ Mon, 19 Jan 2026 03:19:26 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42863 หลักสูตรอบรม “สารเคมียาง” (วันที่ 18-19 มีนาคม 2568)   หลักสูตรอบรม สารเคมียาง(Rubber Chemicals) จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) วันที่ 17-18 มีนาคม ... Read more

The post หลักสูตรอบรม “สารเคมียาง” (วันที่ 17-18 มีนาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม “สารเคมียาง” (วันที่ 18-19 มีนาคม 2568)

 

หลักสูตรอบรม 
สารเคมียาง
(Rubber Chemicals)

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

วันที่ 17-18 มีนาคม 2569 เวลา 9.00-16.30 น.
จัดอบรม hybrid คู่ขนาน 2 รูปแบบ
รูปแบบที่1 อบรม onsite ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
รูปแบบที่2 อบรมออนไลน์ผ่านโปรแกรม Cisco WebEx Meeting

หลักการและเหตุผล
      การยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการออกสูตรยาง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยางมีคุณสมบัติที่ดีและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ความเข้าใจในเรื่องทฤษฎีการเสริมแรงและการเลือกใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ยาง หลักสูตร “สารเคมียาง” เป็นหลักสูตรพื้นฐานที่มุ่งเน้นเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของสารเคมีที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง (เฉพาะผลิตภัณฑ์ยางที่ผลิตจากยางแห้ง) โดยมีเป้าหมายให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ทีได้ไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงสูตรเคมียาง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงขึ้น มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง หรือทำให้กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยมากขึ้น

วัตถุประสงค์
      เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสมบัติและการใช้งานของสารเคมีต่าง ๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาง

เนื้อหาหลักสูตร
      การอบรมนี้เป็นการอบรมภาคทฤษฎีที่ประกอบด้วยเนื้อหาหลัก ๆ 2 ส่วน ได้แก่
1. หน้าที่และการใช้งานของของสารเคมีชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง โดยเน้นอธิบายกลไกการทำงานของสารเคมีแต่ละชนิด รวมถึงข้อห่วงใยเกี่ยวกับความเป็นพิษของสารเคมีบางชนิดต่อทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการปรับสูตรเคมียางได้อย่างถูกต้อง
2. ทฤษฎีการเสริมแรงของสารตัวเติม โดยเน้นกลไกและตัวแปรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเสริมแรงของสารตัวเติม

ผู้เข้าร่วมอบรม
      หลักสูตรการอบรมนี้เป็นหลักสูตรเบื้องต้นที่เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยียาง รวมถึงผู้ประกอบการหรือบุคลากรที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง

กำหนดการ
วันที่ 17 มีนาคม 2569
  เวลา
08.30-09.00 น. ลงทะเบียน
09.00-10.30 น. ยางและสารทำให้ยางคงรูป
10.30-10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น. สารตัวเร่งและสารกระตุ้นปฏิกิริยา
12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง
13.00-14.30 น. ทฤษฎีการเสริมแรงและสารตัวเติม
14.30-14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.30 น. สารตัวเติม (ต่อ)

วันที่ 18 มีนาคม 2569
  เวลา
09.00-10.30 น. สารป้องกันการเสื่อมสภาพและสารช่วยในกระบวนการผลิต
10.30-10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น. สารช่วยในกระบวนการผลิต (ต่อ)
12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง
13.00-14.30 น. สารป้องกันการลามไฟและสารดูดความชื้น
14.30-14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.30 น. สารเคมีอื่น ๆ เช่น สี ยางพอง ฯลฯ

วิทยากร

ดร.พงษ์ธร แซ่อุย
นักวิจัยอาวุโส
ทีมวิจัยกระบวนการผลิตยางขั้นสูงและมาตรฐานยาง
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ค่าลงทะเบียน
บุคคลทั่วไป/เอกชน ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม = 7,490 บาท/ท่าน
ข้าราชการ/พนักงานองค์กรของรัฐ ราคาได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม = 7,000 บาท/ท่าน
**รับสมัครผู้เข้าอบรมแบบออนไซด์จำนวน 20 ท่าน เท่านั้น**

หมายเหตุ
– ค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน และเอกสารประกอบการอบรม
– สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form: https://forms.gle/UVYKKvcdwWUeCLH4A 
**เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่นั่งในการอบรมเต็ม โปรดทำการลงทะเบียนตามช่องทางดังกล่าวเพื่อสำรองที่นั่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยดำเนินการโอนเงินชำระค่าลงทะเบียนในภายหลัง**

การชำระค่าลงทะเบียน
• โอนเงิน/ เช็ค สั่งจ่าย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ สาขาย่อยอุทยานวิทยาศาสตร์ เลขที่บัญชี 080-000001-0
• กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อมาที่อีเมล boonrkk@mtec.or.th

สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม “สารเคมียาง” (วันที่ 17-18 มีนาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม รีโอโลยีของอาหารเชิงปฏิบัติ (วันที่ 29-30 เมษายน 2569) https://www.mtec.or.th/practical-food-rheology-2026/ Mon, 19 Jan 2026 02:55:50 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42842 หลักสูตรอบรม รีโอโลยีของอาหารเชิงปฏิบัติ (วันที่ 29-30 เมษายน 2569) หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ รีโอโลยีของอาหารเชิงปฏิบัติ (Practical Food Rheology) จัดโดย ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ... Read more

The post หลักสูตรอบรม รีโอโลยีของอาหารเชิงปฏิบัติ (วันที่ 29-30 เมษายน 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม รีโอโลยีของอาหารเชิงปฏิบัติ (วันที่ 29-30 เมษายน 2569)

หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ
รีโอโลยีของอาหารเชิงปฏิบัติ
(Practical Food Rheology)

จัดโดย
ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

วันที่ 29-30 เมษายน 2569 เวลา 9.00-16.30 น.
M120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

        รีโอโลยี (rheology) หรือศาสตร์การไหลเป็นองค์ความรู้ และการวิเคราะห์ทดสอบที่สำคัญในการวิจัยพัฒนา ประเมินคุณภาพ และควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในกระบวนการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในอุตสาหกรรมอาหาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและ/หรือมอร์โฟโลยี (morphology) สมบัติรีโอโลยีและคุณภาพเนื้อสัมผัส และกระบวนการขึ้นรูปของอาหาร กับสมบัติเชิงหน้าที่ (functionality) ของอาหาร ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา  ไม่เพียงเพราะความต้องการของผู้บริโภคในการ “สร้างสรรค์อาหารใหม่” เพื่อทดแทนอาหารที่ถูกมองว่าไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารที่มีไขมัน น้ำตาล หรือเกลือสูง แต่ยังรวมถึงความต้องการของอุตสาหกรรมในการพัฒนาอาหารที่มีสมบัติเชิงหน้าที่ใหม่ (novel functionalities) เพื่อตอบเทรนด์การบริโภคอาหารที่สนใจเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพิ่มขึ้นอีกด้วย งานวิจัยในสาขานี้ยังถือว่ามีศักยภาพอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการออกแบบและพัฒนาอาหารในอนาคต (future foods) และยังเป็นสาขาที่น่าตื่นเต้น ที่จะต้องบูรณาการองค์ความรู้แบบสหสาขาวิชา เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ในการอธิบายความสัมพันธ์ดังกล่าวของระบบอาหารที่สนใจ สามารถตีความข้อมูลเชิงรีโอโลยีได้อย่างชัดเจน กระชับ และเชื่อมโยงกับสมรรถนะของอาหารที่ผู้บริโภครับรู้ได้จริงมากขึ้น
        การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ความรู้พื้นฐานของศาสตร์การไหล (Rheology) รวมถึงการวิเคราะห์สมบัติเชิงกล และสมบัติไตรโบโลยี (Tribology) ของตัวอย่างอาหาร เครื่องมือที่ใช้ทดสอบ และการวิเคราะห์ผลการทดสอบ ตลอดจนการนำผลการวิเคราะห์ในเชิงของศาสตร์การไหลไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ปรับปรุงกระบวนการผลิต และแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงกรณีศึกษา และการสาธิตการทดสอบสมบัติรีโอโลยีและวิเคราะห์เนื้อสัมผัสของตัวอย่างอาหาร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา/ปรับปรุงเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์อาหารให้ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
 
วัตถุประสงค์
        เพื่อเพิ่มพูนความรู้พื้นฐานและความรู้เชิงลึกในด้านศาสตร์การไหล (Rheology) รวมถึงสมบัติเชิงกลและไตรโบโลยีของอาหาร แก่บุคลากรทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร
 

กำหนดการ
วันที่ 29 เมษายน 2569
8.30-9.00 น.     ลงทะเบียน
9.00-10.30 น.    Introduction to Rheology and Rheometry Methods (ช่วงแรก)
10.30-10.45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น.  Introduction to Rheology and Rheometry Methods (ช่วงสอง)
12.00-13.00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-14.30 น.  Rheology of Food Dispersions
14.30-14.45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.15 น.  Rheology of Food Hydrocolloids
16.15-16.30 น.  Q & A

วันที่ 30 เมษายน 2569
9.00-10.30 น.   Tribological Measurements of Foods
10.30-10.45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น.  Case Studies: Healthy and elderly/dysphagia foods
12.00-13.00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-15.00 น.  Rheology lab demonstration (Rotational rheometer) – Rheological analysis
15.00-15.15 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
15.15-16.15 น.  Mechanical testing lab demonstration
16.15-16.30 น.  Q & A

 
วิทยากร
 

ดร.ชัยวุฒิ กมลพิลาส
ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ดร.นิสภา ศีตะปันย์
ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

นายเอกพงษ์ คงเจริญ
ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

นางสาวพัชรีญา รักษา
ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

นายณัฐวุฒ ลิ้มประยูร
ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ค่าลงทะเบียน
ข้าราชการและพนักงานองค์กรรัฐ 8,000 บาท/ท่าน (ไม่มี Vat7%)
บุคคลทั่วไปและภาคเอกชน 8,560 บาท (รวม Vat7%)

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form ที่  https://forms.gle/c4Gr1ei5xtoraBxh6
***รับสมัครจำนวน 20 ท่าน เท่านั้น***

หมายเหตุ
• ค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน และเอกสารประกอบการอบรม
• สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%
• กรณีที่ท่านสมัครแล้วแต่ติดภาระกิจไม่สามารถเข้าร่วมได้ ต้องการยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกมายังผู้จัดทาง email: boonrkk@mtec.or.th ก่อนการอบรมอย่างน้อย 5 วันทำการ มิฉะนั้น ศูนย์ฯ จะเรียกเก็บค่าเตรียมการสำรองที่นั่งจากท่าน 50% ของค่าลงทะเบียน
• กรณีการยกเลิกหลักสูตร ผู้จัดงานฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจัดหลักสูตร โดยจะติดต่อแจ้งให้ผู้สมัครอบรมทราบ (ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนการอบรม)

การชำระค่าลงทะเบียน
• โอนเงิน/ เช็ค สั่งจ่าย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ สาขาย่อยอุทยานวิทยาศาสตร์ เลขที่บัญชี 080-000001-0
• กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อมาที่อีเมล boonrkk@mtec.or.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ (บุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์)
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม รีโอโลยีของอาหารเชิงปฏิบัติ (วันที่ 29-30 เมษายน 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ยกระดับชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ ด้วยวัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-sci/ Mon, 19 Jan 2026 02:52:04 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42843 บริษัท สยามคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรม จำกัด เป็นผู้ผลิตคอมเพรสเซอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อนชั้นนำของประเทศ โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์

The post ยกระดับชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ ด้วยวัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ยกระดับชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ ด้วยวัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

บริษัท สยามคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรม จำกัด เป็นผู้ผลิตคอมเพรสเซอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อนชั้นนำของประเทศ โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ จึงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดขนาดของคอมเพรสเซอร์ เพื่อสร้างจุดเด่นให้เหนือกว่าสินค้าทั่วไปในตลาด นอกจากนี้ยังลงทุนด้านการวิจัยและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำ

คุณไพศาล ประจันพาณิชย์ ผู้จัดการฝ่ายคุณภาพ กล่าวว่า

“บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันในระดับโลก และให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ การพัฒนานวัตกรรมใหม่ รวมทั้งการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche market)  โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในการลดขนาดและต้นทุนลงอีก 10 เท่า บริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยของตนเอง เมื่อปี พ.ศ. 2539 มีโครงสร้างการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อให้ครอบคลุมทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมุ่งเน้นใน 4 กลุ่มวิจัยหลัก ได้แก่ วัสดุศาสตร์ เครื่องกล มอเตอร์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์”

“เหตุผลสำคัญที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญด้านนวัตกรรมมีปัจจัยหลักมาจากสภาพการแข่งขันในตลาดโลกและวิสัยทัศน์ที่เราต้องการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาทั้งเทคโนโลยีและนโยบายจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่นแต่เพียงอย่างเดียว การดำเนินงานตามแนวนโยบายนี้ช่วยให้บริษัททำงานได้อย่างคล่องตัวและสร้างเอกลักษณ์ของตนเองได้มากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และต้องการพัฒนาองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นโดยคนไทยเอง จึงร่วมมือกับเอ็มเทคและมหาวิทยาลัยหลายแห่งตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน”

พันธมิตรวิจัยภายนอกที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาวัสดุสำหรับบริษัทฯ คือ เอ็มเทค

“บริษัทฯ เคยเข้าไปเยี่ยมชม เอ็มเทค สวทช. ทำให้ได้เห็นความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือที่ทันสมัย และบุคลากรวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์หลายสาขา จึงสนใจและอยากร่วมมือพัฒนาชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ผ่านการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การวิจัยดังกล่าวมุ่งเน้นการศึกษาและพัฒนาวัสดุที่มีสมบัติทางกายภาพ ทางกล และทางความร้อนที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์แยกน้ำมัน (oil separator) ออกจากสารทำความเย็นในระบบคอมเพรสเซอร์ บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากทีมวิจัยและคณะทำงานเป็นอย่างดี จนผลงานสำเร็จและผ่านการตรวจสอบสมบัติการใช้งานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (RoHS) และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้”

“คอมเพรสเซอร์ เป็นหัวใจสำคัญของระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนซึ่งผสานเทคโนโลยีจากหลายสาขา ปัจจุบันนวัตกรรมคอมเพรสเซอร์มีแนวโน้มการแข่งขันที่หลากหลายมากขึ้นในตลาดโลก บริษัทฯ จึงมุ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้าน ส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ความสำคัญกับการลดขนาดให้เล็กลงควบคู่ไปกับการคงประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และสอดรับกับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม”

 “ผลสำเร็จจากการศึกษาวิจัยดังกล่าวช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ของบริษัทฯ จากการมุ่งลดต้นทุนไปสู่การสร้างนวัตกรรมและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกและแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้โดยเฉพาะตลาดยุโรป ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับอุตสาหกรรมไทย เป็นเทคโนโลยีที่ยังมีการศึกษาวิจัยไม่มากนัก และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ รวมทั้งก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ด้านวัสดุขั้นสูงที่มีสมบัติเฉพาะทางอย่างเป็นรูปธรรม”

“บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอน (carbon reduction) มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนทุกปี โดยเฉพาะนโยบายด้านวัสดุและการใช้ทรัพยากร ต้องการลดการใช้วัตถุดิบใหม่ (virgin material) และพัฒนาชิ้นส่วนประสิทธิภาพสูงที่ใช้ทรัพยากรน้อยลง นับเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อมระดับสากลและเป็นใบเบิกทางสำคัญในการขยายตลาด โดยเฉพาะในยุโรปที่มีแนวโน้มความต้องการระบบทำความร้อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพุ่งสูงขึ้นด้วย” คุณไพศาล กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ

โทรศัพท์ 0-2564-6500 ต่อ 4789
อีเมล rapeepr@mtec.or.th

The post ยกระดับชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ ด้วยวัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม ผู้ทดสอบโดยไม่ทำลาย (Nondestructive Testing) สำหรับรถบัสโดยสาร (วันที่ 10-13 มีนาคม 2569) https://www.mtec.or.th/practical-fractography-of-metals-3/ Mon, 12 Jan 2026 09:26:34 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42784 หลักสูตรอบรม (วันที่ 10-13 มีนาคม 2569) หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ทดสอบโดยไม่ทำลาย (Nondestructive Testing) สำหรับรถบัสโดยสาร จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ร่วมกับกรมการขนส่งทางบกกระทรวงคมนาคมสมาคมการทดสอบโดยไม่ทำลายแห่งประเทศไทย วันที่ 10-13 มีนาคม ... Read more

The post หลักสูตรอบรม ผู้ทดสอบโดยไม่ทำลาย (Nondestructive Testing) สำหรับรถบัสโดยสาร (วันที่ 10-13 มีนาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม (วันที่ 10-13 มีนาคม 2569)

หลักสูตรการฝึกอบรม
ผู้ทดสอบโดยไม่ทำลาย (Nondestructive Testing) สำหรับรถบัสโดยสาร

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ร่วมกับ
กรมการขนส่งทางบก
กระทรวงคมนาคม
สมาคมการทดสอบโดยไม่ทำลายแห่งประเทศไทย

วันที่ 10-13 มีนาคม 2569 เวลา 8.00-17.00 น.
ห้อง Lecture1 บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

บทนำ
     รถบัสโดยสารเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่มีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งมวลชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันรถบัสโดยสารมีการดัดแปลงโครงสร้าง ช่วงล่าง ชิ้นส่วน รวมถึงระบบขับเคลื่อน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ แต่การดัดแปลงที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสถานะเดิมของรถโดยสารเมื่อออกจากโรงงานผลิต หรือการดัดแปลงที่ขาดองค์ความรู้ทางวิศวกรรมรองรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงสร้างหรือชิ้นส่วนที่ต้องรับภาระกรรมจากการใช้งานให้บริการขนส่งผู้โดยสาร อาจส่งผลต่อการลดระดับความปลอดภัย และอายุการใช้งานของรถบัสโดยสาร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนโดยการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิศวรกรรม
     ภายใต้นโยบายของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ที่ต้องการยกระดับความปลอดภัยด้านการคมนาคม-ขนส่งของประเทศ หลักสูตรการอบรมนี้ได้ถูกออกแบบมา เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถและพร้อมปฏิบัติงานตรวจสอบแบบไม่ทำลายในโครงสร้างและชิ้นส่วนรถบัสโดยสาร ซึ่งจะมีความต้องการมากขึ้นในอนาคต หลักสูตรการอบรมมีเนื้อหาสำคัญดังนี้

• วิศวกรรมการออกแบบโครงสร้างและชิ้นส่วนของรถบัสโดยสาร
• โลหะวิทยาและการบวนการผลิตโครงสร้าง-ชิ้นส่วนหลักของรถบัสโดยสาร
• กลไกความเสียหายของวัสดุ
• พื้นฐานและขั้นตอนการตรวจพินิจ (Visual Inspection) เพื่อประเมินจุดเสี่ยงของความเสียหายในรถบัสโดยสาร

วิทยากร
1.อ.คณิตพงศ์ บัณฑิตเสาวภาคย์ กรมการขนส่งทางบก
2.อ.ชรินทร์ เกตุนาค กรมการขนส่งทางบก
3.อ.ณรงค์ พิทักษ์ทรัพย์สิน ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
4.อ.โฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
5.อ.สยาม แก้วคำไสย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
6.อ.อุดม มีพวงผล บริษัท ราชพฤกษ์วิศวกรรม จำกัด
7.ว่าที่ร้อยตรีเมธี จันทร์มีพงษ์ Metee-NDT Training & Consultant Service

คุณวุฒิภายหลังการฝึกอบรม
• เอกสารรับรองผ่านการฝึกอบรม
• Certificate of NDT Level II (VT): ASNT TC-1A

กำหนดการ
วันที่ 10 มีนาคม 2569
7.30 – 8.00 น.   ลงทะเบียน
8.00 – 10.00 น. วิชาเฉพาะ กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องและการแบ่งมาตรฐานรถ
                           โดย อ.คณิตพงศ์ บัณฑิตเสาวภาคย์ / อ.ชรินทร์ เกตุนาค กรมการขนส่งทางบก
10.00 – 10.30 น. วิชาเฉพาะ พื้นฐานวิศวกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนหลัก
10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น. วิชาเฉพาะ พื้นฐานวิศวกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนหลัก
                            โดย อ.คณิตพงศ์ บัณฑิตเสาวภาคย์ /อ.ชรินทร์ เกตุนาค กรมการขนส่งทางบก
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 13.45 น. วิชาเฉพาะ ความแข็งแรงของโครงสร้างและชิ้นส่วนยานยนต์ (ทั่วไป)
                            โดย อ.ณรงค์ พิทักษ์ทรัพย์สิน ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
13.45 – 14.30 น. วิชาทั่วไป โลหะวิทยาและกระบวนการผลิตโครงสร้างและชิ้นส่วนหลักของรถ
                           วิชาทั่วไป ผลกระทบกระบวนการทางความร้อนต่อการเปลี่ยนสมบัติของวัสดุ / การเชื่อมต่อชิ้นส่วนโลหะ
                          โดย อ.โฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 – 17.00 น. วิชาทั่วไป กลไกความเสียหายของวัสดุ
                              – ความเสียหายทางกล การแตกหักของวัสดุ และการล้า
                              – ความเสียหายจากการกัดกร่อน
                            โดย อ.สยาม แก้วคำไสย์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
17.00 – 17.15 น.   ถาม-ตอบ

วันที่ 11 มีนาคม 2569
7.30 – 8.00 น.   ลงทะเบียน
8:00 – 10.30 น. วิชาทั่วไป พื้นฐานและขั้นตอนการทดสอบโดยไม่ทำลาย
                              – หลักการและทฤษฎีการตรวจสอบด้วยสายตา
                              – ประวัติศาสตร์และนิยามของการตรวจสอบด้วยสายตา
                              – หลักการเบื้องต้นของการตรวจสอบด้วยสายตา
                            โดย อ.เมธี จันทร์มีพงษ์ Metee-NDT Training & Consultant Service
10.30 – 10.45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น.    – อุปกรณ์ในการตรวจสอบและแสงสว่าง
                               – เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบด้วยสายตา
                               – ทฤษฎีแสงและปริมาณแสงที่เหมาะสมสำหรับการตรวจสอบ
                             โดย อ.เมธี จันทร์มีพงษ์ Metee-NDT Training & Consultant Service
12.00 – 13.00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.30 น.  วิชาทั่วไป รูปแบบความเสียหายในชิ้นส่วนยานยนต์
                               – ลักษณะแนวเชื่อมที่สมบูรณ์และข้อบกพร่องแนวเชื่อ
                               – การวัดขนาดแนวเชื่อม / เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดขนาดแนวเชื่อม
                             โดย อ.อุดม มีพวงผล บริษัท ราชพฤกษ์วิศวกรรม จำกัด
14.30 – 14.45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 – 17.00 น.    วิชาเฉพาะ เกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบโครงสร้างรถบัสโดยสาร
                                – จุดวิกฤตที่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย
                                – ชนิดของข้อบกพร่องและขนาดข้อบกพร่องที่ยอมรับได้
                              โดย อ.อุดม มีพวงผล บริษัท ราชพฤกษ์วิศวกรรม จำกัด
17.00 – 17.15 น.      ถาม – ตอบ

วันที่ 12 มีนาคม 2569
7.30 – 8.00 น.   ลงทะเบียน
8.00 – 10.30 น. การฝึกปฏิบัติ (Hand-on) การตรวจสอบโครงสร้างรถบัสโดยสาร
                             – จุดวิกฤตที่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย
                             – การตรวจสอบแนวเชื่อมและจุดเสี่ยง
                           โดย อ.อุดม มีพวงผล/ อ.เมธี จันทร์มีพงษ์
10.30 -10.45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น.  การฝึกปฏิบัติ (Hand-on) การตรวจสอบโครงสร้างรถบัสโดยสาร
                              – จุดวิกฤตที่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย
                              – การตรวจสอบแนวเชื่อมและจุดเสี่ยง
                            โดย อ.อุดม มีพวงผล/ อ.เมธี จันทร์มีพงษ์
12.00 – 13.00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.30 น.  การฝึกปฏิบัติ (Hand-on) การตรวจสอบโครงสร้างรถบัสโดยสาร (ต่อ)
                               – จุดวิกฤตที่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย
                               – การตรวจสอบแนวเชื่อมและจุดเสี่ยง
                             โดย อ.อุดม มีพวงผล/ อ.เมธี จันทร์มีพงษ์
14.30 – 14.45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 – 17.00 น.    การฝึกปฏิบัติ (Hand-on) การตรวจสอบโครงสร้างรถบัสโดยสาร (ต่อ)
                                – จุดวิกฤตที่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย
                                – การตรวจสอบแนวเชื่อมและจุดเสี่ยง
                              โดย อ.อุดม มีพวงผล/ อ.เมธี จันทร์มีพงษ์

วันที่ 13 มีนาคม 2569
7.30 – 8.00 น.    ลงทะเบียน
9.00 – 10.30 น.  การสอบภาคทฤษฎี – วิชาทั่วไป
                            โดย อ.อุดม มีพวงผล/ อ.เมธี จันทร์มีพงษ์
10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น.  การสอบภาคทฤษฎี – วิชาเฉพาะ
                             โดย อ.อุดม มีพวงผล/ อ.เมธี จันทร์มีพงษ์
12.00 – 13.00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.30 น.  การสอบภาคปฏิบัติ
                              โดย อ.อุดม มีพวงผล/ อ.เมธี จันทร์มีพงษ์
14.30 – 14.45 น.   พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 – 16.00 น.   การสอบภาคปฏิบัติ (ต่อ)
                              โดย อ.อุดม มีพวงผล/ อ.เมธี จันทร์มีพงษ์
17.00 – 17.15 น.      ปิดการอบรมและมอบใบประกาศนียบัตร

เกณฑ์การชี้วัด
ผู้มีสิทธิ์สอบต้องอบรมครบ 24 ชั่วโมง
สอบภาคทฤษฎี 200 คะแนน ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
วิชาที่ 1 วิชาทั่วไป 100 คะแนน (50 >=35 ข้อ) อ้างอิงระเบียบฯ ข้อ ๘ รายวิชา (๖) แนบตารางเกณฑ์
วิชาที่ 2 วิชาเฉพาะ 100 คะแนน (50 >=35 ข้อ) อ้างอิงระเบียบฯ ข้อ ๘ รายวิชา (๑) ถึง (๕) และ (๗)

สอบภาคปฏิบัติ Hand-On 100 คะแนน ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
วิชาที่ 3 ภาคปฏิบัติ คะแนน 100 คะแนน อ้างอิงระเบียบฯ ข้อ ๘ รายวิชา (๖)

ผู้เข้าอบรมต้องได้คะแนนในภาคทฤษฎี ไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
ผู้เข้าอบรมต้องได้คะแนนในภาคปฏิบัติ ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
ผู้เข้าอบรมต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

ค่าลงทะเบียน
บุคคลทั่วไป 19,260 บาท (รวม Vat7%)
ข้าราชการ/พนักงานองค์กรรัฐ 18,000 บาท (ไม่มี Vat7%)

การลงทะเบียน
ลิงค์ Google form เพื่อลงทะเบียน https://forms.gle/mkbg5vTTAkNCA1uR6
*** วันที่ 13 มีนาคม 2569 ผู้เข้าร่วมหลักสูตรอบรมต้องนำเครื่อง Notebook มาเพื่อทำการสอบออนไลน์ทุกท่าน ***

หมายเหตุ
– สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นหน่วยงานรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ถูกหักภาษี 3%
– มีเอกสารประกอบการอบรม อาหารว่างและอาหารกลางวัน ให้กับผู้เข้ารับการอบรม
– รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านเท่านั้น

การสอบซ่อม
1. ผู้เข้าอบรมที่ได้คะแนนสอบภาคทฤษฎี (วิชาทั่วไปและวิชาเฉพาะ) ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สามารถขอสอบใหม่ทางออนไลน์ โดยชำระค่าลงทะเบียนสอบภาคทฤษฎี ครั้งละ 1,200 บาท (รวม Vat7%)
2. ผู้เข้าอบรมที่ได้คะแนนสอบภาคปฏิบัติไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สามารถขอสอบใหม่ โดยชำระค่าลงทะเบียนสอบภาคปฏิบัติ ครั้งละ 5,000 บาท (รวม Vat7%)

กรณีที่ทางศูนย์ฯ ขอยกเลิกการจัดอบรม
       ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจัดอบรม อันเนื่องจากมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าอบรมจำนวนน้อยเกินไปหรือมีเหตุฉุกเฉินอื่นที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้สมัครในทุกกรณี อย่างไรก็ตามผู้สมัครจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนสำหรับค่าอบรมที่ได้ชำระไว้ล่วงหน้า
     **เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่นั่งในการอบรมเต็ม โปรดทำการลงทะเบียนตามช่องทางดังกล่าวเพื่อสำรองที่นั่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยดำเนินการโอนเงินชำระค่าลงทะเบียนในภายหลัง**

การชำระค่าลงทะเบียน
ทำเช็คสั่งจ่าย/ โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์
สาขาย่อยอุทยานวิทยาศาสตร์ เลขที่บัญชี 080-000001-0
(กรุณาส่งหลักฐานการฝากเช็ค/ โอนเงินเข้าบัญชีมาทางอีเมล boonrkk@mtec.or.th)

สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ
(คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม ผู้ทดสอบโดยไม่ทำลาย (Nondestructive Testing) สำหรับรถบัสโดยสาร (วันที่ 10-13 มีนาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เป้าหมายใหญ่ของโลก จาก ‘คาร์บอนเป็นศูนย์’ …สู่ ‘การฟื้นฟูธรรมชาติ’ https://www.mtec.or.th/carbon-neutral/ Mon, 05 Jan 2026 04:03:27 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42618 เป้าหมายหลักตามความตกลงปารีสเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ คือการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และมุ่งสู่การจำกัดให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม

The post เป้าหมายใหญ่ของโลก จาก ‘คาร์บอนเป็นศูนย์’ …สู่ ‘การฟื้นฟูธรรมชาติ’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

เป้าหมายใหญ่ของโลก จาก ‘คาร์บอนเป็นศูนย์’ …สู่ ‘การฟื้นฟูธรรมชาติ’

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

เป้าหมายหลักตามความตกลงปารีสเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ คือการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และมุ่งสู่การจำกัดให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม

ด้วยเหตุนี้ ประเทศและองค์กรต่างๆ จึงกำหนดเป้าหมายที่มีระดับความเข้มข้นในระดับต่างๆ เพื่อสร้างเส้นทางสู่ความยั่งยืน

เป้าหมายแรกสุดคือ ‘ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ (Carbon Neutrality) หมายถึง การทำให้การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์โดยการลดการปล่อยแก๊สนี้จากกิจกรรมต่างๆ ควบคู่กับการชดเชย เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน การซื้อคาร์บอนเครดิต และการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แนวคิดนี้เป็นมาตรการเบื้องต้นที่องค์กรจำนวนมากเลือกใช้

เมื่อยกระดับขึ้นไปอีกขั้นคือ ‘การปล่อยแก๊สเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์’ (Net Zero Emissions) ก็จะครอบคลุมแก๊สเรือนกระจกทุกชนิด โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่าให้มากที่สุด ก่อนจะดำเนินการกำจัดแก๊สเรือนกระจกที่เหลืออยู่ เพื่อให้ยอดสุทธิเป็นศูนย์ ตัวอย่างเช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และการใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage – CCS)

เหนือกว่านั้นขึ้นไปอีกคือ ‘การปล่อยคาร์บอนติดลบ’ (Carbon Negative) หรือ ‘ผลบวกต่อภูมิอากาศ’ (Climate Positive) ซึ่งหมายถึง การกำจัดแก๊สเรือนกระจกออกจากบรรยากาศให้มากกว่าที่ปลดปล่อยออกไป เช่น การใช้เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนจากอากาศโดยตรง การปลูกป่าขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว และการทำเกษตรกรรมแบบฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ที่ช่วยกักเก็บคาร์บอนในดิน

ในเชิงอุดมคติ เป้าหมายสูงสุดคือ ‘การไม่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกเป็นศูนย์สัมบูรณ์’ (Absolute Zero) ซึ่งหมายถึงการไม่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากกิจกรรมใดๆ เลย โดยไม่พึ่งพาการชดเชยใดๆ แม้แนวคิดนี้จะทำได้ยากในทางปฏิบัติ แต่ก็เป็นทิศทางที่มนุษยชาติควรมุ่งไปในอนาคต

แนวคิดอีกแบบหนึ่งคือ ‘ผลบวกต่อธรรมชาติ’ (Nature Positive) ซึ่งไม่เพียงแต่ลดหรือชดเชยการปล่อยแก๊สเรือนกระจก แต่ยังมุ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้ดีกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น การฟื้นฟูป่าชายเลนและแหล่งหญ้าทะเล การปกป้องสัตว์ป่าและพันธุ์พืชใกล้สูญพันธุ์ การใช้น้ำอย่างยั่งยืน และการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ช่วยลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ

การยกระดับความมุ่งมั่นจากการลดผลกระทบไปสู่การสร้างผลบวกคืนให้แก่โลก คือเส้นทางสำคัญที่จะทำให้โลกยังคงเป็นบ้านที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป

ในการประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือ NAC 2026 ช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 มีหัวข้อหลักของงานคือ ‘เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ โดยจะมีประเด็น ‘ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ และ ‘การปล่อยแก๊สเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์’ ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน โปรดติดตามตามความสนใจ

The post เป้าหมายใหญ่ของโลก จาก ‘คาร์บอนเป็นศูนย์’ …สู่ ‘การฟื้นฟูธรรมชาติ’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
PPWR: กฎหมายเพื่อบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน https://www.mtec.or.th/ppwr/ Mon, 29 Dec 2025 02:34:52 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42599 ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหภาพยุโรป (EU) ที่มิใช่เป็นเพียงกฎหมายบังคับ หากแต่เป็นดั่งสัญญาประชาคมต่อโลก เพื่อยุติสมัย ‘ใช้แล้วทิ้ง’

The post PPWR: กฎหมายเพื่อบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

PPWR: กฎหมายเพื่อบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์  หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหภาพยุโรป (EU) ที่มิใช่เป็นเพียงกฎหมายบังคับ หากแต่เป็นดั่งสัญญาประชาคมต่อโลก เพื่อยุติสมัย ‘ใช้แล้วทิ้ง’ อันไร้ความรับผิดชอบและก่อปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ 

นโยบายนี้ส่งแรงกระเพื่อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกบรรจุภัณฑ์และการบรรจุ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายของการเป็น เศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) อย่างเป็นรูปธรรม

PPWR ผสานการคิดเชิงระบบ (systems thinking) และการคิดแบบวงจรชีวิต (lifecycle thinking)  ครอบคลุมทุกส่วนประกอบย่อยของบรรจุภัณฑ์ ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่คือ ‘การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (design for recycling)’ ซึ่งมุ่งเน้นจำกัดและห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว (single-use packaging)  ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมและมีข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ (reusable packaging) เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้จริงในระบบหมุนเวียน และรีไซเคิลได้เมื่อถึงจุดสิ้นสุดวงจรชีวิต

การบังคับใช้ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล (recycled content) ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทใหม่ก็มีความเข้มงวดและต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาปี ค.ศ.2030 ซึ่งมิใช่เพียงการบรรลุคุณสมบัติการรีไซเคิลได้ หากแต่ต้องสามารถเก็บรวบรวม คัดแยก และนำไปแปรรูป ให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดภัยทัดเทียมกับวัตถุดิบดั้งเดิม

ทั้งนี้ PPWR ยังยกระดับการจำกัดและห้ามใช้สารเคมีที่น่ากังวล หรือ restrictions on Substances of Concern (SOC) เพื่อเป็นเครื่องมือในการรับประกันว่า วัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลจะไม่ปนเปื้อนด้วยสารอันตราย และสามารถนำกลับมาใช้ได้อย่างแท้จริง ด้วยกลไกนี้จึงช่วยสร้างอุปสงค์ที่ยั่งยืนสำหรับวัตถุดิบทุติยภูมิ (secondary raw materials) และผนวกเอาการจัดการของเสียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำอีกด้วย

PPWR จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม ค.ศ.2026 และก่อให้เกิดข้อผูกพันโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง EU จำเป็นต้องทบทวนและปรับปรุงการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน

ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำ เอกสารทางเทคนิค (technical document) เพื่อยืนยันการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (packaging minimization) ตลอดจนแสดงความสอดคล้อง (conformity) กับข้อกำหนดทางเทคนิค

นอกจากนี้ ยังต้องติดฉลากที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่ว EU เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อำนวยความสะดวกในการคัดแยกของเสียแก่ผู้บริโภค และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ extended producer responsibility อีกด้วย

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน และพร้อมเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือ ให้ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนเป็นเวทีสำคัญสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนด และก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนในตลาดโลก

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณรวีรัตน์ ประเสริฐวงศ์ ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีพลาสติก
คุณสายสมร คุณหอม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ ทีมวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4122

The post PPWR: กฎหมายเพื่อบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์สำหรับปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2569) https://www.mtec.or.th/general-training-courses-2026-software_ansys/ Mon, 22 Dec 2025 04:54:41 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42530 หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์สำหรับปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2568) หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการการวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์สำหรับปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนด้วยซอฟต์แวร์ Ansys จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วันที่ 19-20 ... Read more

The post หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์สำหรับปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์สำหรับปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2568)

หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ
การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์สำหรับปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนด้วยซอฟต์แวร์ Ansys

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

วันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 9.00 – 16.00 น.
อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

        หลักสูตรนี้อยู่ในชุดหลักสูตรสำหรับการพัฒนาทักษะสำหรับวิศวกรการคำนวณ หรือ CAE Engineer ทำให้เข้าใจทักษะการแก้ปัญหางานทางด้านวิศวกรรมด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม (CAE : Computer-Aided Engineering) หลักสูตรนี้เน้นการวิเคราะห์ปัญหาโครงสร้าง (structural problem) และปัญหาการถ่ายเทความร้อน (heat transfer problem) ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้รับการปูพื้นฐานทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการใช้งานซอฟต์แวร์ Ansys เพื่อสร้างแบบจำลองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง รวมทั้งเทคนิคในการวิเคราะห์ผลจากการคำนวณ จากตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจริง หลังจากผ่านหลักสูตรนี้แล้วผู้เข้าอบรมจะมีองค์ความรู้และทักษะในการไปประยุกต์ใช้กับงานทางวิศวกรรมจริงต่อไป

Key Highlights
      1. การพัฒนาทักษะกระบวนการแก้ปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนด้วยการประยุกต์ใช้การเทคโนโลยีการคำนวนทางด้านวิศวกรรมด้วย CAE
      2. การพัฒนาทักษะและเทคนิคการสร้างแบบจำลองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง
      3. การพัฒนาทักษะและเทคนิคการวิเคราะห์และอธิบายผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ

รูปแบบการอบรม
       การอบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งประกอบด้วยการสอนแบบบรรยายและการลงมือปฏิบัติโดยใช้ซอฟต์แวร์ Ansys (ศูนย์ฯ จัดคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟต์แวร์ติดตั้งอยู่ให้ผู้อบรมใช้งาน)

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569
    8:30-9:00   ลงทะเบียน
  9:00-10:30   Introduction to CAE
10:30-10:45   พักรับประทานอาหารว่าง
10:45-12:00   Structure Theory
12:00-13:00   พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00-14:30   Structure Theory (ต่อ)
14:30-14:45   พักรับประทานอาหารว่าง
14:45-16:00   Structural Analysis Workshop

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
  9:00-10:30   Heat Transfer Theory
10:30-10:45   พักรับประทานอาหารว่าง
10:45-12:00   Heat Transfer Workshop
12:00-13:00   พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00-14:30   Thermal Stress Theory
14:30-14:45   พักรับประทานอาหารว่าง
14:45-16:00   Thermal Stress Workshop
                          Q & A

วิทยากร

ดร.ยศกร ประทุมวัลย์
หัวหน้าทีมวิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ค่าลงทะเบียน
ข้าราชการและพนักงานองค์กรรัฐ 7,500 บาท/ท่าน (ไม่มี Vat7%)
บุคคลทั่วไปและภาคเอกชน 8,025 บาท (รวม Vat7%)

หมายเหตุ
• อัตราค่าลงทะเบียนรวมค่าเช่าเครื่อง Notebook อาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม
• ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%

การลงทะเบียน

ลงทะเบียนออนไลน์ทาง Google From ที่ >>>  https://forms.gle/nTkCZZBujXbA1U4cA

การชำระค่าลงทะเบียน
โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 080-0-00001-0
สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
(กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อ, หน่วยงาน และหลักสูตรที่สมัครมาทางอีเมล boonrkk@mtec.or.th)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีวัสดุเพื่ออุตสาหกรรม (นายบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4677
E-mail: boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์สำหรับปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ผง EM บำบัดกลิ่นและน้ำเสีย https://www.mtec.or.th/em-powder/ Mon, 15 Dec 2025 01:57:05 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42377 ผลิตภัณฑ์หัวเชื้อจุลินทรีย์ หรือ EM (Effective Microorganisms) ใช้จุลินทรีย์หลากหลายชนิดในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมในครัวเรือนและอุตสาหกรรม จุลินทรีย์เหล่านี้มีทั้งชนิดที่ใช้ออกซิเจน (aerobic microorganisms) และไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic microorganisms)

The post ผง EM บำบัดกลิ่นและน้ำเสีย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ผง EM บำบัดกลิ่นและน้ำเสีย

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ผลิตภัณฑ์หัวเชื้อจุลินทรีย์ หรือ EM (Effective Microorganisms) ใช้จุลินทรีย์หลากหลายชนิดในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมในครัวเรือนและอุตสาหกรรม จุลินทรีย์เหล่านี้มีทั้งชนิดที่ใช้ออกซิเจน (aerobic microorganisms) และไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic microorganisms) และทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ ลดกลิ่นเหม็น และปรับสมดุลระบบนิเวศในน้ำให้กลับมาสะอาดขึ้น

อย่างไรก็ดี หลายคนมักนึกถึงผลิตภัณฑ์ EM ที่อยู่ในรูปของเหลว แต่อันที่จริงแล้วยังมีผลิตภัณฑ์ EM ในรูปผงด้วยเช่นกัน

บริษัท ทีเออาร์เอฟ จำกัด (TARF) เป็นบริษัทที่มีบริการให้คำปรึกษา และรับจัดการกากอุตสาหกรรมแบบเบ็ดเสร็จที่ได้มาตรฐานได้ร่วมกับบริษัท กรีน เซอคูล่าร์ จำกัด รับจัดการขยะอาหารโดยนำมาผลิตเป็นน้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์หรือน้ำ EM ทั้งนี้ บริษัทฯ ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัวเชื้อจุลินทรีย์ในรูปแบบผงเพื่อส่งออก เนื่องจากการขนส่งผลิตภัณฑ์ EM ในรูปแบบของเหลวมีข้อจำกัดและมีค่าใช้จ่ายสูง

นักวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. จึงได้ศึกษาข้อมูลเพื่อคัดเลือกเทคนิคที่เหมาะสม ทั้งในแง่เทคนิคที่สามารถเปลี่ยนน้ำ EM ให้เป็นผง และในแง่ต้นทุนที่คุ้มค่าในการผลิต ทีมวิจัยพบว่าเทคนิคสเปรย์ดราย (spray drying) เหมาะสมที่สุด จึงได้ศึกษาสภาวะการผลิต เช่น อุณหภูมิ และอัตราส่วนของสารเพิ่มเนื้อ ที่ทำให้น้ำ EM กลายเป็นผง โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือเชื้อจุลินทรีย์ยังคงมีชีวิต

กระบวนการผลิตผง EM ด้วยเทคนิคสเปรย์ดราย เริ่มจากการฉีดพ่นน้ำ EM ที่มีการเติมสารเพิ่มเนื้อแล้วให้เป็นละอองขนาดเล็กเข้าไปในเครื่องสเปรย์ดราย ซึ่งตัวเครื่องประกอบด้วยห้องที่มีอากาศร้อน เมื่อละอองน้ำ EM ขนาดเล็กผ่านเข้าไป น้ำจะเกิดการระเหยอย่างรวดเร็วเหลือเพียงผง EM

ส่วนเชื้อจุลินทรีย์ที่แม้จะเผชิญกับอุณหภูมิที่สูง แต่ก็ยังมีชีวิตโดยอยู่ในสภาพพักตัว (dormancy) ทั้งนี้เพราะการเลือกใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ อีกทั้งสารเพิ่มเนื้อที่ผสมเข้าไปจะทำหน้าที่ห่อหุ้มจุลินทรีย์เพื่อปกป้องจากความร้อน

เมื่อนำผง EM ที่ได้มาละลายน้ำ มีอาหาร และอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เชื้อจุลินทรีย์จะเจริญเติบโตอีกครั้ง จากการทดสอบพบว่าปริมาณของเชื้อจุลินทรีย์ที่รอดชีวิตมีไม่น้อยกว่าผง EM ที่มีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

ปัจจุบัน ทีมวิจัยหาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตผง EM ได้แล้ว ทั้งยังสามารถขยายกำลังการผลิตได้ประมาณ 100 ลิตรต่อวัน ผง EM ที่ผลิตได้นี้สามารถนำไปผสมกับขยะชีวภาพเพื่อเร่งการย่อยสลาย และดับกลิ่นขยะอุตสาหกรรมได้ ในอนาคตบริษัทฯ มีแผนที่จะนำผง EM ดังกล่าวไปทดสอบในการบำบัดน้ำเสียต่อไป

สอบถามเพิ่มเติม:
ทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน (ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ และทีมวิจัย)
โทรศัพท์ 0-2564-6500 ต่อ 4259
อีเมล sitthisp@mtec.or.th

The post ผง EM บำบัดกลิ่นและน้ำเสีย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ผงสีเคลือบเซรามิกจากกากตะกอนน้ำเสีย https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-kera_tiles_ceramic/ Thu, 04 Dec 2025 08:16:00 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42320 น้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนังมีสารเคมีหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารประกอบของโครเมียมซึ่งมีปริมาณสูง หากจัดการไม่เหมาะสมก็จะทำให้สารเคมีเหล่านี้ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบได้

The post ผงสีเคลือบเซรามิกจากกากตะกอนน้ำเสีย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ผงสีเคลือบเซรามิกจากกากตะกอนน้ำเสีย

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

น้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนังมีสารเคมีหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารประกอบของโครเมียมซึ่งมีปริมาณสูง หากจัดการไม่เหมาะสมก็จะทำให้สารเคมีเหล่านี้ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบได้

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจหลักในการจัดหาและบริหารจัดการวัตถุดิบ ทั้งจากแหล่งแร่ธรรมชาติ และวัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีรีไซเคิลและอัปไซเคิล โดยมีศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นที่ปรึกษาโครงการ และมีบริษัท เขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง กม.34 จำกัด และ บริษัท เคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัดเข้าร่วมโครงการ

บริษัท เขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง กม.34 จำกัด เป็นบริษัทจัดการและบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนัง ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบบำบัดเฉพาะสำหรับน้ำเสียจากกระบวนการฟอกหนังด้วยโครเมียม เพื่อป้องกันไม่ให้ปะปนกับน้ำเสียรวม หลังการบำบัดจะได้ตะกอนโครเมียมราว 200 ตันต่อปี ปัจจุบันตะกอนดังกล่าวนี้ได้รับการเผาหรือฝังกลบ ทำให้มีต้นทุนสูงและสร้างภาระต่อการจัดการพื้นที่ในระยะยาว

ทีมวิจัยเอ็มเทคใช้เทคโนโลยีการสกัดโครเมียมจากกากตะกอนน้ำเสียและทำให้บริสุทธิ์ ผงโครเมียมที่สกัดได้สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเซรามิก สี และโลหะ เทคโนโลยีนี้นอกจากจะช่วยกำจัดของเสียที่เป็นอันตรายแล้วยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย

ในโครงการนี้ บริษัท เคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในการผลิตกระเบื้องเซลาดอนและกระเบื้องสระว่ายน้ำ ได้นำผงโครเมียมที่สกัดได้ไปใช้ในกระบวนการเคลือบสี เคลือบเซรามิก เนื่องจากสีเคลือบจากผงโครเมียมที่สกัดได้มีสมบัติที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับสีเคลือบโครเมียมราคาแพงที่บริษัทนำเข้าจากต่างประเทศ

การนำของเสียจากกระบวนการผลิตหนึ่งไปใช้ประโยชน์ในอีกกระบวนการหนึ่ง นับเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดอย่างคุ้มค่า อีกทั้งช่วยลดของเสีย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการนำเข้า ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยอีกด้วย

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th หรือ
คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน
กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร.
โทรศัพท์ 0 2430 6842 ต่อ 4211
อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.th

The post ผงสีเคลือบเซรามิกจากกากตะกอนน้ำเสีย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>