dtmd-saw, Author at MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/author/dtmd-saw/ National Metal and Materials Technology Center Fri, 07 Aug 2026 08:42:23 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.4 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico dtmd-saw, Author at MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/author/dtmd-saw/ 32 32 บรรลัยวิทยา: กฎของเมอร์ฟี่กับความน่าจะเป็น 0.0001% https://www.mtec.or.th/murphy_s_law/ Fri, 07 Aug 2026 08:37:41 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=47305 “ทุกสิ่งที่สามารถผิดพลาด มันจะผิดพลาด (Anything that can go wrong, will go wrong)” วลีอมตะจากกฎของเมอร์ฟี่ (Murphy’s Law) มักถูกใช้อธิบายเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตประจำวัน แต่แท้จริงแล้ว กฎข้อนี้มีจุดกำเนิดมาจากวงการวิศวกรรมและเทคโนโลยี

The post บรรลัยวิทยา: กฎของเมอร์ฟี่กับความน่าจะเป็น 0.0001% appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

บรรลัยวิทยา: กฎของเมอร์ฟี่กับความน่าจะเป็น 0.0001%

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

“ทุกสิ่งที่สามารถผิดพลาด มันจะผิดพลาด (Anything that can go wrong, will go wrong)” วลีอมตะจากกฎของเมอร์ฟี่ (Murphy’s Law) มักถูกใช้อธิบายเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตประจำวัน แต่แท้จริงแล้ว กฎข้อนี้มีจุดกำเนิดมาจากวงการวิศวกรรมและเทคโนโลยี สาระสำคัญไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย หากแต่เป็นการย้ำเตือนว่า เหตุไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น การออกแบบระบบและกระบวนการทำงานจึงต้องคำนึงถึงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในทุกขั้นตอน

แนวคิดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของงานวิเคราะห์ความเสียหายทางวิศวกรรม (Failure Analysis) ซึ่งมุ่งค้นหารากสาเหตุของปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ กฎของเมอร์ฟี่เตือนให้ตระหนักว่า ในการทำงานที่มีหลายขั้นตอน หากมีวิธีใดวิธีหนึ่งที่สามารถนำไปสู่หายนะได้ บางครั้งอาจจะมีใครสักคนเลือกทำด้วยวิธีนั้นและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา ดังนั้น การยึดมั่นในขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้องจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิด

เหตุเพลิงไหม้รถบัสโดยสารบนถนนวิภาวดีรังสิต นับเป็นหนึ่งตัวอย่างของความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศ และเป็นบทเรียนราคาแพงจากความละเลยในขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้อง โดยจากการตรวจสอบและวิเคราะห์หลักฐาน พบว่าชนวนเหตุเริ่มมาจากเพลารถหัก จนรถเสียการทรงตัวพุ่งชนแบริเออร์และรถร่วมทาง แรงกระแทกส่งผลให้ข้อต่อถังก๊าซหลุดและรั่วไหล ก่อนจะลุกไหม้อย่างรุนแรงจากประกายไฟที่เกิดขึ้นระหว่างการชน

เมื่อวิเคราะห์ลึกถึงผิวหน้าตัดของเพลาที่หัก พบร่องรอย “การดัดแปลงด้วยการเชื่อม” ซึ่งทำให้โครงสร้างเหล็กเปลี่ยนเป็น “มาร์เทนไซต์” ที่มีความแข็งแต่เปราะง่าย ทั้งยังเกิดจุดอับจนกลายเป็นหลุมกัดกร่อนสะสม ส่งผลให้รอยร้าวค่อยๆ ขยายตัว ยิ่งเมื่อผนวกกับการติดตั้งถังก๊าซเพิ่มเติม จึงกลายเป็นตัวเร่งให้รอยร้าวขยายเร็วยิ่งขึ้น จนกระทั่งเกิดการแตกหักในที่สุด

กรณีนี้สะท้อนแก่นสำคัญในกฎของเมอร์ฟี่ที่ว่า ความผิดพลาดมักไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคร้าย หากแต่เกิดจากการมองข้ามรายละเอียดหรือการละเลยขั้นตอนที่ถูกต้อง เส้นทางที่นำไปสู่ปัญหาย่อมมีโอกาสถูกเลือกได้เสมอ ดังเช่นการดัดแปลงเพลารถที่นอกเหนือจากข้อกำหนดเพียงเล็กน้อย แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวในเวลาต่อมา

ดังนั้น ในมุมมองของวิศวกรรม บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยง “ความโชคร้าย” แต่คือการออกแบบระบบงาน การกำหนดมาตรฐาน และการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสที่ความผิดพลาดเล็ก ๆ จะพัฒนาไปสู่ความเสียหายขนาดใหญ่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 0.0001% ก็อาจเกิดขึ้นได้ หากเราเปิดช่องให้

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณโฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว วิศวกรอาวุโส
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4735
อีเมล: kosit.won@mtec.or.th

The post บรรลัยวิทยา: กฎของเมอร์ฟี่กับความน่าจะเป็น 0.0001% appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
บางครั้งการปรับตัวของหัวหน้าอาจเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีของทีมได้ https://www.mtec.or.th/malee/ Fri, 31 Jul 2026 13:32:26 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=47165 บางครั้งการปรับตัวของหัวหน้าอาจเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีของทีมได้ สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ “ทำงานให้เต็มที่และเต็มความสามารถ รักษาความเป็นมืออาชีพ เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ และให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม เพราะความสำเร็จขององค์กรไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว” คุณมาลี ผดุงพล ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปอาวุโส ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปี บนเส้นทางการทำงานของ ... Read more

The post บางครั้งการปรับตัวของหัวหน้าอาจเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีของทีมได้ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

บางครั้งการปรับตัวของหัวหน้าอาจเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีของทีมได้

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

“ทำงานให้เต็มที่และเต็มความสามารถ รักษาความเป็นมืออาชีพ เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ และให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม เพราะความสำเร็จขององค์กรไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว”

คุณมาลี ผดุงพล
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปอาวุโส

ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปี บนเส้นทางการทำงานของ คุณมาลี ผดุงพล เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปอาวุโส งานธุรการ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป หนึ่งในบุคลากรที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเอ็มเทคตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้งองค์กร

จุดเริ่มต้นเส้นทางการทำงาน

จากพนักงานพิมพ์ดีด สู่เลขานุการผู้บริหาร ผู้จัดการงานธุรการ และผู้ดูแลงานสนับสนุนเบื้องหลังที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กร

คุณมาลีเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงานว่า หลังสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เมื่ออายุเพียง 18 ปี ได้เริ่มทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่กรมพัฒนาที่ดิน พร้อมกับเตรียมสอบ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) ระหว่างรอผลสอบเธอได้ไปสมัครที่บริษัทคอลเลคชั่น อินดัสเตรียล แอสโซซิเอท จำกัด (CIA) ในตำแหน่งผู้ช่วยแคชเชียร์

เมื่อสอบ ก.พ. ผ่าน จึงตัดสินใจเลือกเส้นทางราชการ แม้ในเวลานั้นจะยังไม่รู้จักหน่วยงานมากนัก แต่เมื่อมีโอกาสนั่งรถผ่านกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและพลังงาน (ปัจจุบันคือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.) ก็เกิดความสนใจและเลือกเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่นั่น พร้อมทั้งศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ สาขาการจัดการทั่วไป วิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ (ปัจจุบันชื่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์)

วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2534 คือวันแรกของการทำงานในตำแหน่งพนักงานพิมพ์ดีด ที่สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ทำงานอยู่ได้เพียง 8 เดือน ก็มีการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และเปิดโอกาสให้บุคลากรโอนย้ายเข้าสู่ศูนย์แห่งชาติแห่งใหม่ทั้ง 3 ศูนย์ กับอีก 1 หน่วยงาน คือ ไบโอเทค เอ็มเทค เนคเทค และส่วนงานกลางไว้ด้วยกัน


คุณมาลีตัดสินใจเลือกเอ็มเทคในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา เธอได้เติบโตเคียงข้างองค์กรมาโดยตลอด

9 ปีในบทบาทเลขานุการ: งานเบื้องหลังที่ต้องสร้างความไว้วางใจ

ช่วงแรกของการทำงานที่เอ็มเทค คุณมาลีเริ่มต้นจากงานธุรการ ก่อนจะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เลขานุการ และมีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงหลายท่าน โดยเฉพาะ ดร. หริส สูตะบุตร อดีตผู้อำนวยการคนแรกของเอ็มเทค ซึ่งเป็นหัวหน้างานคนแรกของเธอ

ตลอดช่วงระยะเวลา 9 ปี งานเลขานุการสำหรับคุณมาลี ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดตารางนัดหมายหรือเตรียมเอกสาร แต่ยังครอบคลุมถึงการวางแผน ติดตามงาน จัดลำดับความสำคัญ และประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารงานของผู้บริหารดำเนินไปอย่างราบรื่น ซึ่งต้องมีความรับผิดชอบสูง มีความละเอียดรอบคอบ และทักษะการสื่อสารที่ดี

“เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการทำงานมากขึ้น เราก็ต้องเรียนรู้และปรับตัวเองอยู่เสมอ เพราะงานสนับสนุนที่ดี ไม่ได้อาศัยเพียงความขยันหรือความอดทน แต่ต้องพร้อมพัฒนาตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร”

จากเลขานุการ…สู่การบริหารงานและบริหารคน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 คุณมาลีได้รับมอบหมายให้ดูแลงานธุรการอย่างเต็มตัว พร้อมรับผิดชอบงานบริหารอาคารสถานที่ และการดูแลบุคลากรในสายงานรวมกว่า 9 คน ทั้งพนักงานรับโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน และพนักงานขับรถ

ทำให้เธอได้เรียนรู้การบริหารคน การวางระบบงาน และการคัดเลือกบุคลากร ซึ่งเธอมองว่า “การเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน” คือหัวใจสำคัญ เพราะหากเริ่มต้นผิดแล้วย่อมส่งผลต่อการทำงานในระยะยาว

การบริหารคนที่ดี ต้องเริ่มจากการบริหารตัวเอง

เมื่อพูดถึงสไตล์การทำงาน คุณมาลีอธิบายว่า เธอเลือกบริหารทีมแบบพี่น้อง ควบคู่กับบทบาทของหัวหน้างาน โดยให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม การสื่อสาร และ “ความซื่อสัตย์” ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่เธอยึดถือมาโดยตลอด

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยพบปัญหา “เกี่ยวกับการเบิกค่าใช้จ่าย จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ยิ่งตอกย้ำว่า ความซื่อสัตย์เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามและเป็นสิ่งที่เธอมักย้ำกับทีมงานอยู่เสมอ”

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ท้าทาย คือ การดูแลเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จำเป็นต้องทำความเข้าใจ ความอดทน และการคัดเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน แม้ดูเหมือนงานเป็นงานที่ไม่มีอะไรแต่ในความเป็นจริงกลับเป็นเรื่องสำคัญขององค์กรอยู่ไม่น้อย

นอกจากการบริหารคนแล้ว คุณมาลียังพูดถึงการปรับตัวเองด้วยรอยยิ้ม

“เมื่อก่อนเราพูดค่อนข้างตรงและเสียงดัง พอปรับตัว พูดเบาลง ยิ้มมากขึ้น ก็รู้สึกว่าทีมกล้าเข้ามาคุย มาปรึกษา และทำงานร่วมกันได้มากขึ้น”

ประสบการณ์เล็กๆ นี้สะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งการปรับตัวของหัวหน้า ก็สามารถสร้างทั้งความสัมพันธ์ที่ดีและประสิทธิภาพของทีมได้เช่นกัน

ความภาคภูมิใจจากบทบาทเบื้องหลัง ที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า

เมื่อกล่าวถึงความภาคภูมิใจในการทำงาน คุณมาลีเล่าว่า แม้บทบาทของเธอจะเป็นงานเบื้องหลัง แต่ก็มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนความสำเร็จขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการดูแลการจัดทำสัญญาจ้าง การเตรียมการประชุมคณะกรรมการ หรือการประสานงานกับผู้บริหารและนักวิจัย ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความรอบคอบและความรับผิดชอบอย่างสูง

อีกบทบาทหนึ่งที่เธอภาคภูมิใจไม่แพ้กัน คือ การทำหน้าที่เสมือน “ผู้เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของเอ็มเทค” จากการดูแลเอกสารสำคัญของศูนย์ ทั้งรายงานประจำปี เอกสารการประชุมคณะกรรมการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งศูนย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของงานธุรการในฐานะผู้ดูแลองค์ความรู้และความทรงจำขององค์กร


หนึ่งในความทรงจำที่เธอภาคภูมิใจที่สุด คือ การได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่เชิญกรรไกรสำหรับทรงตัดริบบิ้นเปิดงานขึ้นทูลเกล้าฯ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการประชุมวิชาการ International Symposium on Alcohol Fuel ครั้งที่ 14 ณ จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2545 ซึ่งนับเป็นเกียรติและความทรงจำอันล้ำค่าที่เธอยังคงประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้

การถ่ายทอดงานเพื่อความต่อเนื่องขององค์กร

ในช่วงเวลาที่ใกล้เกษียณ คุณมาลีไม่ได้มองเพียงการทำงานของตนเองในปัจจุบัน แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งต่อความรู้เพื่อให้งานเดินต่อได้อย่างไม่สะดุด

มีการถ่ายทอดงานให้กับคุณรชาภา เกษมศักดิ์ชัย (มน) ทั้งในเรื่องเทคนิคการประสานงาน แนวทางการแก้ปัญหา ตลอดจนงานเอกสาร หนังสือราชการ การลงรับหนังสือภายนอก การรับ-ส่งไปรษณีย์ และงานสัญญาจ้างต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้จัดทำคู่มือและสรุปขั้นตอนการทำงานไว้เพื่อให้ผู้รับช่วงสามารถเรียนรู้งานได้อย่างเป็นระบบ


คุณมาลียังกล่าวด้วยความห่วงใยว่า หากในอนาคตเหลือผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียว อาจไม่เพียงพอกับภาระงาน จึงได้ปรึกษาหัวหน้าเรื่องการเสริมกำลังคนเพิ่มเติม เพราะสำหรับคุณมาลีแล้ว “การทำงานอย่างมืออาชีพ” ไม่ได้หมายถึงการทำงานให้สำเร็จเฉพาะหน้าที่ของตนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมพร้อมให้องค์กรเดินต่อได้อย่างมั่นคงแม้ในวันที่ไม่ได้ทำหน้าที่แล้ว

เอ็มเทค บ้านหลังที่สอง

เมื่อมองย้อนกลับไปจากวันแรกที่เธอเริ่มทำงาน เอ็มเทคยังมีบุคลากรไม่ถึงหนึ่งร้อยคน จากสำนักงานเล็กๆ ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สู่ตึกโยธี และเติบโตขยายสู่อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ เธอได้เห็นการเติบโตขององค์กร ทั้งด้านบุคลากร งานวิจัย และการสร้างประโยชน์มากมายให้กับประเทศชาติ


สิ่งที่ทำให้เธอผูกพันกับเอ็มเทคมากที่สุด คือการเป็นองค์กรที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ พร้อมด้วยวัฒนธรรมการทำงานที่เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ และความร่วมมือกัน

ฝากถึงคนรุ่นใหม่

ก่อนจบบทสนทนา คุณมาลีฝากข้อคิดไว้อย่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความหมายว่า

“ทำงานให้เต็มที่และเต็มความสามารถ รักษาความเป็นมืออาชีพ เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ และให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม เพราะความสำเร็จขององค์กร ไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว”


แม้จะเหลือเวลาอีกไม่นานก่อนเกษียณ แต่เธอยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมวางแผนถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนรุ่นต่อไป เพื่อให้งานสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น


สำหรับชีวิตหลังเกษียณ เธอวางแผนไว้อย่างเรียบง่าย อาจร่วมเปิดร้านนวดหรือร้านอาหารตามสั่งกับครอบครัว และใช้เวลาว่างเลี้ยงแมวที่เธอรัก


จากวันแรกของการเริ่มต้นทำงานจนถึงวันนี้ เรื่องราวของคุณมาลีสะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าของการทำงานไม่ได้วัดจากตำแหน่งหรือบทบาท หากแต่อยู่ที่ความรับผิดชอบ การปรับตัว การส่งต่อความรู้ และความภาคภูมิใจที่ได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร


เธอจึงกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า


“องค์กรให้ทุกอย่างกับเรา จนรู้สึกว่าเอ็มเทคคือบ้านหลังที่สอง”

The post บางครั้งการปรับตัวของหัวหน้าอาจเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีของทีมได้ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์ในกระบวนการการผลิตโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบาเพื่อการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต (วันที่ 19-20 ตุลาคม 2569) https://www.mtec.or.th/laser-welding-technology-in-lightweight-metal/ Fri, 24 Jul 2026 07:46:30 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=47047 หลักสูตรอบรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์ในกระบวนการการผลิตโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบาเพื่อการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต (วันที่ 22-23 ตุลาคม 2569) หลักสูตรอบรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์ในกระบวนการการผลิตโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบาเพื่อการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วันที่ 19-20 ตุลาคม 2569 ... Read more

The post หลักสูตรอบรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์ในกระบวนการการผลิตโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบาเพื่อการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต (วันที่ 19-20 ตุลาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์ในกระบวนการการผลิตโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบาเพื่อการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต (วันที่ 22-23 ตุลาคม 2569)

หลักสูตรอบรม
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์ในกระบวนการการผลิตโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบา
เพื่อการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

วันที่ 19-20 ตุลาคม 2569 เวลา 9:00-16:00 น.
ณ ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

            กระบวนการผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบามีความสำคัญมากขึ้นในการยกระดับเทคโนโลยีการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อันได้แก่ การผลิตและประกอบชิ้นส่วนรถไฟฟ้า อากาศยาน พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก โดยเทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์มีศักยภาพในการเพิ่มขีดความสามารถการเชื่อมโลหะที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง ด้วยคุณสมบัติของพลังงานเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูงที่สามารถควบคุมการทำงานได้อย่างแม่นยำ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเชื่อมโลหะที่มีความยุ่งยากในกระบวนการเชื่อมดั้งเดิม เช่น เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง อะลูมิเนียม และการเชื่อมประสานระหว่างโลหะต่างชนิด  
            เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้พื้นฐานในกระบวนการเชื่อมเลเซอร์สำหรับการผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบา เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับความท้าทายใหม่ๆต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต หลักสูตรนี้มุ่งเน้นในการให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติในกระบวนการเชื่อมเลเซอร์ และการประเมินคุณภาพรอยเชื่อมการเชื่อมเลเซอร์ โดยการอบรมเชิงทฤษฎีมีเนื้อหาเกี่ยวกับพื้นฐานการเชื่อมเลเซอร์ เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์และปัจจัยที่ควรระวังในโลหะน้ำหนักเบา อันได้แก่ เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง อะลูมิเนียม และการเชื่อมประสานระหว่างโลหะต่างชนิด การประยุกต์เลเซอร์แบบสั่น (wobble laser welding) การอบรมเชิงปฏิบัติมีการสาธิตและทดลองในการเชื่อมเลเซอร์ควบคุมด้วยหุ่นยนต์แขนกลในวัสดุโลหะต่างๆ เช่น เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงอะลูมิเนียม และการเชื่อมประสานระหว่างโลหะต่างชนิด และการทดสอบคุณสมบัติรอยเชื่อมในด้านความแข็งแรงและลักษณะเฉพาะของรอยเชื่อมที่ได้ในกลุ่มโลหะน้ำหนักเบา

รูปแบบการอบรม
            การอบรมนี้เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร 2 วัน ประกอบด้วยการอบรมบรรยายพื้นฐานเทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์เพื่อใช้ในกระบวนการขึ้นรูปโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบา โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้การเชื่อมเลเซอร์ในโลหะเบา และการเชื่อมโลหะต่างชนิด อันได้แก่ อะลูมิเนียมและโลหะความแข็งแรงสูง รวมถึงเทคนิคการใช้หัวเชื่อมแบบสั่น โดยมีการอบรมเชิงปฏิบัติแก่ผู้เข้าอบรมในการเชื่อมโลหะต่างคู่วัสดุ การเชื่อมเลเซอร์แบบสั่น และพื้นฐานการทดสอบทางกลเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงรอยเชื่อม

วิทยากร

ดร.จักรกฤษ พงษ์พิสุทธินันท์
ทีมวิจัยเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคต

อ.ไพบูลย์ วัฒนพรภัณฑ์
ทีมวิจัยเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคต

อ.กีรติ วารี
ทีมวิจัยเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคต

ค่าลงทะเบียน
ข้าราชการหรือพนักงานหน่วยงานรัฐ ราคา 7,900 บาท/ท่าน (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
บุคคลทั่วไป ราคา 8,453 บาท/ท่าน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

หมายเหตุ
– อัตราค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม
– สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form >>>  https://forms.gle/UUKGgNTNWUKTUu5t5

การชำระค่าลงทะเบียน
โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 080-0-00001-0
สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่อีเมล boonrkk@mtec.or.th

!!! การยกเลิกเข้าร่วมหลักสูตรอบรม !!!
   – กรณีท่านติดภารกิจ สามารถแจ้งยกเลิกล่วงหน้าก่อนวันอบรม “อย่างน้อย 5 วันทำการ (ไม่รวมวันเสาร์ – อาทิตย์)” สวทช. จะไม่คิดค่าปรับจากการดำเนินการ
   – กรณีท่านติดภารกิจ และแจ้งยกเลิกล่วงหน้าก่อนวันอบรม น้อยกว่า 5 วันทำการ สวทช. จะคิดค่าปรับร้อยละ 50 ของราคาค่าลงทะเบียน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ (คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์)
โทรศัพท์ 025646500ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์ในกระบวนการการผลิตโครงสร้างโลหะน้ำหนักเบาเพื่อการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต (วันที่ 19-20 ตุลาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ยุทธศาสตร์อะลูมิเนียมไทย: จากสินค้าพื้นฐานสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูง https://www.mtec.or.th/thai-aluminum-strategy/ Tue, 21 Jul 2026 07:01:22 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46973 อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจชะลอตัว วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) การแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูกและยานยนต์ไฟฟ้า

The post ยุทธศาสตร์อะลูมิเนียมไทย: จากสินค้าพื้นฐานสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูง appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ยุทธศาสตร์อะลูมิเนียมไทย: จากสินค้าพื้นฐานสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูง

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจชะลอตัว วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) การแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูกและยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ตลาดโลกกำลังให้ความสำคัญกับวัสดุคาร์บอนต่ำและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงมากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลและคาร์บอนคือจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน ปัจจุบันไทยยังขาดการบูรณาการข้อมูลอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การวางแผนธุรกิจเป็นไปได้ยาก การจัดทำฐานข้อมูลผู้ผลิต ปริมาณการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ ฐานข้อมูลค่าการปล่อยคาร์บอนและแนวทางการรายงานข้อมูลคาร์บอนที่สหภาพยุโรปยอมรับ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวและผ่านการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลได้อย่างเท่าทัน

เศษอะลูมิเนียมเป็นทรัพยากรสำคัญด้านความยั่งยืน แต่ไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเศษอะลูมิเนียมคุณภาพสูง เนื่องจากการส่งออกปริมาณมากและการเข้ามาตั้งโรงงานของกลุ่มทุนต่างชาติที่ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ นโยบายระยะสั้นจึงต้องมุ่งจำกัดหรือเก็บภาษีการส่งออกเศษโลหะ เพื่อรักษาวัตถุดิบคุณภาพสูงไว้ต่อยอดอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มในประเทศ ควบคู่กับการทบทวนสิทธิประโยชน์การลงทุนที่ไม่คุ้มค่า บังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด และกำหนดสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อสร้างอุปสงค์ให้แก่ผู้ผลิตไทย

เทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพราะการผลิตอะลูมิเนียมคาร์บอนต่ำและโลหะผสมเกรดสูงจำเป็นต้องใช้นวัตกรรมการคัดแยกขั้นสูง ร่วมกับงานวิศวกรรมเชิงลึก เพื่อพัฒนาชิ้นส่วนมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบราง และอุปกรณ์การแพทย์ ทว่าภาคเอกชนยังขาดแคลนเครื่องจักรระดับโรงงานต้นแบบเพื่อขยายขนาดการผลิต รัฐจึงควรสนับสนุนการยกเว้นภาษีเครื่องจักรนวัตกรรมและระบบตรวจสอบคุณภาพแบบเรียลไทม์

โครงสร้างพื้นฐานและกำลังคนต้องพัฒนาควบคู่กัน ความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีระบบทดสอบและรับรองคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การจัดตั้งศูนย์ทดสอบกลางและศูนย์วิจัยอะลูมิเนียมเฉพาะทางจะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการวิจัย ควบคู่กับการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้ารองรับพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้ภาคการผลิตเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยตรง ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อบ่มเพาะบุคลากรทักษะสูงด้านโลหะวิทยาและปัญญาประดิษฐ์ให้รองรับอุตสาหกรรม 4.0

แนวทางการยกระดับอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมไทยสู่ความยั่งยืนดังกล่าว เป็นข้อเสนอจากเวทีระดมสมองที่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติจัดขึ้นร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมไทย โดยอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญรองรับการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตสินค้าพื้นฐานสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูงอย่างยั่งยืน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
นางสาวระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม (IBL) ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (BDD)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)
โทร: 025646500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th

The post ยุทธศาสตร์อะลูมิเนียมไทย: จากสินค้าพื้นฐานสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูง appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม ความรู้พื้นฐานด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุพร้อมกรณีศึกษา (วันที่ 8-9 ตุลาคม 2569) #3 https://www.mtec.or.th/materials_science_engineer_2026/ Mon, 13 Jul 2026 01:14:57 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46786 หลักสูตรอบรม ความรู้พื้นฐานด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุพร้อมกรณีศึกษา (วันที่ 8-9 ตุลาคม 2569) หลักสูตรความรู้พื้นฐานด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุพร้อมกรณีศึกษา(Materials Science and Engineering Knowledge with Case Studies) จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงการอุดมศึกษา ... Read more

The post หลักสูตรอบรม ความรู้พื้นฐานด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุพร้อมกรณีศึกษา (วันที่ 8-9 ตุลาคม 2569) #3 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม ความรู้พื้นฐานด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุพร้อมกรณีศึกษา (วันที่ 8-9 ตุลาคม 2569)

หลักสูตร
ความรู้พื้นฐานด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุพร้อมกรณีศึกษา
(Materials Science and Engineering Knowledge with Case Studies)

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

วันที่ 8-9 ตุลาคม 2569 เวลา 9:00-16:00 น.
จัดอบรม hybrid คู่ขนาน 2 รูปแบบ
รูปแบบที่1 อบรม onsite ณ ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
รูปแบบที่2 อบรมออนไลน์ผ่านโปรแกรม Cisco WebEx Meeting

ท่านเคยประสบปัญหาเหล่านี้หรือไม่?
– รู้สึกขาดความรู้พื้นฐานทางวัสดุ แต่ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับวัสดุ
– เคยเรียนวิชาทางวัสดุมาแล้ว แต่ขาดประสบการณ์การนำไปประยุกต์ใช้
– มีความรู้พื้นฐานและประสบการณ์ในงานของตัวเอง แต่ต้องการมุมมองที่กว้างขึ้นในสาขางานอื่นๆ

หลักสูตรนี้ให้ความรู้พื้นฐานด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ โดยมีการยกตัวอย่างงานจริงจากประสบการณ์ของวิทยากรมาประกอบ เนื้อหาหลักประกอบด้วย
– เทคนิคการทดสอบสมบัติของวัสดุ (Techniques for Materials Properties Testing)
– เทคนิคการวิเคราะห์โครงสร้างของวัสดุ (Techniques for Microstructural Characterization)
– การกัดกร่อนและการเสื่อมสภาพของวัสดุ (Corrosion and Degradation of Materials)
– การแตกร้าวและความเสียหาย (Fracture and Failure)
– ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของวัสดุ (Relationship Between Microstructure and Properties of Materials)
– โลหะ (Metals)
– เซรามิกส์ (Ceramics)
– พอลิเมอร์ (Polymers)
– วัสดุคอมโพสิท (Composites)

รายละเอียด
วันที่ 8 ตุลาคม 2569
 8:30-9:00 น.     เริ่มลงทะเบียน
 9:00-10:30 น.    บทนำเกี่ยวกับวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ (Introduction to Materials Sci. and Eng.)
                             โครงสร้างผลึกของแข็ง (Structure of Crystalline Solids)
10:30-10:45 น.    พักการบรรยาย 15 นาที
10:45-12:00 น.    สมบัติเชิงกลของวัสดุ (Mechanical Properties of Materials)
                                – การทดสอบแรงดึง (Tensile Testing)
                                – ความเค้นและความเครียด (Stress and Strain)
                                – กฎของฮุกและมอดูลัสของยัง (Hooke’s Law and Young’s Modulus)
                                – การทดสอบความแข็ง (Hardness Testing)
12:00-13:00 น.    พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00-14:30 น.    การแตกร้าวและความเสียหาย (Fracture and Failure)
                             ความล้า (Fatigue)
                             แผนภูมิเฟส (Phase Diagrams)
14:30-14:45 น.    พักการบรรยาย 15 นาที
14:45-16:00 น.    โลหะ (Metals)
                            การกัดกร่อนของโลหะ (Corrosion of Metals)

วันที่ 9 ตุลาคม 2569
 9:00-10:30 น.   ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของวัสดุ (Structure-property relationship)
                                – เซรามิก (Traditional and Advanced ceramics) / Inorganic materials
                                – พอลิเมอร์ (Polymers)
                                – คอมโพสิท (Composites)
10:30-10:45 น.  พักการบรรยาย 15 นาที
10:45-12:00 น.  การเสื่อมสภาพ/ความเสียหาย/ข้อบกพร่อง/การปนเปื้อนในวัสดุ (Degradation/failures/defects/contaminates in materials)
                               – รูปแบบ/ลักษณะความเสียหาย (ตามประเภทวัสดุ)
                               – แนวทางการวิเคราะห์ความเสียหาย
12:00-13:00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00-14:30 น.  เทคนิคการวิเคราะห์วัสดุ (Materials characterization techniques)
                                – Physical Property Analysis (density, particle size distribution, surface area, pore size)
                                – Morphological Study (OM, SEM, TEM, X-ray)
                                – Chemical Composition Analysis (EDS, XRF, FTIR)
                                – Crystallographic and Phase Study (X-ray/XRD)
                                – Thermal Analysis (DSC, TGA)
14:30-14:45 น.   พักการบรรยาย 15 นาที
14:45-16:00 น.   กรณีศึกษา (Case studies)
                                – แนวทางการตรวจสอบความเสียหาย/ข้อบกพร่อง/สิ่งเจือปนในวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ (เช่น electronics, chemicals, composites, fabrication/assembly)
                                – ยกตัวอย่างความเสียหายของวัสดุ วิธีการวิเคราะห์ทดสอบและการแปลผล
                             สรุปเนื้อหาการอบรมและตอบคำถาม (Course wrap-up and Q&A)

วิทยากร

ดร.สมบูรณ์ โอตรวรรณะ
นักวิจัยทีมวิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม

ดร.ศรชล โยริยะ
นักวิจัยทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน

ค่าลงทะเบียน
ข้าราชการหรือพนักงานหน่วยงานรัฐ ราคา 7,000 บาท/ท่าน (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
บุคคลทั่วไป ราคา 7,490 บาท/ท่าน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
**On-site รับสมัครจำนวน 20 ท่าน เท่านั้น**

หมายเหตุ
– อัตราค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม
– สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form >>> https://forms.gle/zKtM16Urj68gsXnPA

การชำระค่าลงทะเบียน
โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 080-0-00001-0
สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่อีเมล boonrkk@mtec.or.th

!!! การยกเลิกเข้าร่วมหลักสูตรอบรม !!!
   – กรณีท่านติดภารกิจ สามารถแจ้งยกเลิกล่วงหน้าก่อนวันอบรม “อย่างน้อย 5 วันทำการ (ไม่รวมวันเสาร์ – อาทิตย์)” สวทช. จะไม่คิดค่าปรับจากการดำเนินการ
   – กรณีท่านติดภารกิจ และแจ้งยกเลิกล่วงหน้าก่อนวันอบรม น้อยกว่า 5 วันทำการ สวทช. จะคิดค่าปรับร้อยละ 50 ของราคาค่าลงทะเบียน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ (คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์)
โทรศัพท์ 025646500ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม ความรู้พื้นฐานด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุพร้อมกรณีศึกษา (วันที่ 8-9 ตุลาคม 2569) #3 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม การวิเคระห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ขั้นสูงด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 22-23 กันยายน 2569) https://www.mtec.or.th/2026-advanced-ansys/ Tue, 30 Jun 2026 00:53:54 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46309 หลักสูตรอบรม การวิเคระห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ขั้นสูงด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 22-23 กันยายน 2569) หลักสูตรการวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ขั้นสูงด้วยซอฟต์แวร์ Ansys(Advanced Finite Element Analysis with Ansys) จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกระทรวงการอุดมศึกษา ... Read more

The post หลักสูตรอบรม การวิเคระห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ขั้นสูงด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 22-23 กันยายน 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม การวิเคระห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ขั้นสูงด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 22-23 กันยายน 2569)

หลักสูตร
การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ขั้นสูงด้วยซอฟต์แวร์ Ansys
(Advanced Finite Element Analysis with Ansys)

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

วันที่ 22-23 กันยายน 2569 เวลา 9.00-16.00 น.
ห้อง M120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

      หลักสูตรนี้เป็นการสอนการใช้งานซอฟต์แวร์ Ansys วิเคราะห์ปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนที่มีความซับซ้อน เช่น ปัญหาการสัมผัส (contact problems), ปัญหาพลศาสตร์ (dynamics problems) เป็นต้น โดยผู้เข้าอบรมจะได้ลงมือใช้ซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง พร้อมสอนทฤษฎีที่เกี่ยวข้องในการตีโจทย์และวิเคราะห์ผลการจำลอง นอกจากนั้นจะมีการยกตัวอย่างงานจริงจากประสบการณ์ของวิทยากรมาประกอบด้วย

  – ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนที่มีความซับซ้อน เช่น ปัญหาการสัมผัส (contact problems), ปัญหาพลศาสตร์ (dynamics problems) เป็นต้น
  – การใช้งานซอฟต์แวร์ Ansys วิเคราะห์ปัญหาโครงสร้างและการถ่ายเทความร้อนที่มีความซับซ้อน
  – กรณีศึกษาการวิเคราะห์งานในอุตสาหกรรม 

Key Highlights
  1.การพัฒนาทักษะกระบวนการแก้ปัญหาโครงสร้างขั้นสูงด้วยการประยุกต์ใช้การเทคโนโลยีการคำนวนทางด้านวิศวกรรมด้วย CAE
  2.การพัฒนาทักษะและเทคนิคการสร้างแบบจำลองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง
  3.การพัฒนาทักษะและเทคนิคการวิเคราะห์และอธิบายผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ

รูปแบบการอบรม
       การอบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งประกอบด้วยการสอนแบบบรรยายและการลงมือปฏิบัติโดยใช้ซอฟต์แวร์ Ansys (ศูนย์ฯ จัดคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟต์แวร์ติดตั้งอยู่ให้ผู้อบรมใช้งาน)

เนื้อหาหลักสูตร
วันที่ 22 กันยายน 2569
08.30-09.00 น.    ลงทะเบียน
09.00-10.30 น.     Introduction to Non-Linear Analysis
                           Geometric Nonlinearity
10.30-10.45 น.      พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น.      Geometric Nonlinearity Workshop
12.00-13.00 น.      พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-14.30 น.       Material Nonlinearity
14.30-14.45 น.       พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.00 น.       Material Nonlinearity Workshop

วันที่ 23 กันยายน 2569
09.00-10.30 น.      Boundary and Force Nonlinearities
10.30-10.45 น.       พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น.       Contact Problem
12.00-13.00 น.       พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-14.30 น.       Workshop
14.30-14.45 น.       พักรับประทานอาหารว่าง
14.30-16.00 น.       Advance Topic Workshop (Multiphysics)

วิทยากร

ดร.ยศกร ประทุมวัลย์
หัวหน้าทีมวิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ค่าลงทะเบียน (รับสมัครเพียง 20 ท่านเท่านั้น)
ข้าราชการ 7,500.00 บาท/ท่าน (ไม่คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บุคคลทั่วไป 8,025 บาท/ท่าน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

หมายเหตุ
  • ค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม ค่าเช่า Notebook และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%
  • กรณีที่ท่านสมัครแล้วแต่ติดภาระกิจไม่สามารถเข้าร่วมได้ ต้องการยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกมายังผู้จัดทาง email: boonrkk@mtec.or.th ก่อนการอบรมอย่างน้อย 5 วันทำการ มิฉะนั้น ศูนย์ฯ จะเรียกเก็บค่าเตรียมการสำรองที่นั่งจากท่าน 50% ของราคาค่าลงทะเบียน
  • กรณีการยกเลิกหลักสูตร ผู้จัดงานฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจัดหลักสูตร โดยจะติดต่อแจ้งให้ผู้สมัครอบรมทราบ (ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนการอบรม)

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form ได้ที่ >>> https://forms.gle/N9GfxANnhr19JRKp7

การชำระค่าลงทะเบียน
โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 080-0-00001-0
สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
(กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินมาทางอีเมล boonrkk@mtec.or.th)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ (นายบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4675
E-mail: boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม การวิเคระห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ขั้นสูงด้วยซอฟต์แวร์ Ansys (วันที่ 22-23 กันยายน 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ https://www.mtec.or.th/nature-positive-121/ Mon, 22 Jun 2026 05:13:36 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46073 ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง

The post Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง

เป้าหมายระดับโลกตามแนวคิด Nature Positive ท้าทายมาก นั่นคือ หยุดยั้งและพลิกฟื้นธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให้กลับมาเติบโตภายในปี ค.ศ.2030 เพื่อให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนได้จริงภายในปี ค.ศ2050

การประเมินผลจะใช้ปี ค.ศ 2020 เป็นปีฐาน เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยตั้งเป้าหมายให้เกิด ‘ผลบวกสุทธิ’ ต่อธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างสมบูรณ์ภายในปี ค.ศ.2050

‘ไผ่’ เป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวคิด Nature Positive เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงการฟื้นฟูระบบนิเวศ การคัดเลือกพันธุ์และการจัดการแปลงปลูกด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ประโยชน์ไผ่ในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

เอ็มเทค โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ร่วมกับทีมวิจัยวิศวกรรมไม้เพื่อความยั่งยืน ได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากการปลูกและใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ไผ่แปรรูปเชิงวิศวกรรม เพื่อประเมินศักยภาพของห่วงโซ่คุณค่าไผ่ในการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ

หัวใจของการประเมินคือ การใช้ข้อมูลและวิธีการวัดผลที่โปร่งใส เพื่อให้การปลูกไผ่เป็นมากกว่ากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมทั่วไป กล่าวคือเป็นการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions, NbS) ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง และช่วยลดความเสี่ยงด้านการฟอกเขียว (Greenwashing)

ตัวชี้วัดครอบคลุมหลายมิติ ทั้งพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การกลับมาของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บในเนื้อไม้และดิน ตลอดจนปริมาณการกักเก็บน้ำและความชื้นในพื้นที่

ข้อมูลสำคัญต่างๆ มาจากการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) การสำรวจด้วยโดรน และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการติดตาม การประเมินผล และการวางแผนเชิงนโยบาย

นอกจากนี้ การจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพเชิงพื้นที่ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการประเมินบริการระบบนิเวศและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด Nature Positive อีกด้วย

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานไผ่และไม้เศรษฐกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการแปลงปลูก การผลิตตามมาตรฐานความยั่งยืน การลดการใช้พลังงานและของเสียในกระบวนการแปรรูป ควบคู่กับการจัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory, LCI) ข้อมูลความยั่งยืน และการประเมินบริการทางระบบนิเวศ เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือสำคัญ’ ในการวัดและติดตามผลกระทบอย่างเป็นระบบ

‘ชุดเครื่องมือสำคัญ’ นี้ช่วยให้การใช้ประโยชน์ไผ่และไม้เศรษฐกิจเป็น Nature-based Solutions (NbS) ที่ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาล และนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากการ ‘ลดผลกระทบ’ สู่การ ‘สร้างผลลัพธ์เชิงบวก’ ให้แก่ธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th

The post Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ https://www.mtec.or.th/nature-positive-120/ Mon, 22 Jun 2026 05:00:11 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46067 ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต

The post Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่สมดุลระหว่างมนุษย์ เศรษฐกิจ และธรรมชาติ แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ ‘ลดผลกระทบ’ ต่อสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงการ ‘ฟื้นฟูธรรมชาติให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ อย่างเป็นรูปธรรม

Nature Positive คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมจากการพยายาม ‘ทำลายให้น้อยลง’ ไปสู่การ ‘ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ ซึ่งเป็นการยกระดับเป้าหมายจากแค่การป้องกันไม่ให้ธรรมชาติแย่ลง หรือชดเชยให้เสมอตัว (No Net Loss) มาเป็นการสร้างผลกำไรสุทธิ (Net Gain) กลับคืนสู่ระบบนิเวศ

เป้าหมายเร่งด่วนคือ การพลิกฟื้นกราฟ (Bend the curve) ความเสียหายของธรรมชาติให้กลับเป็นขาขึ้นภายในปี ค.ศ.2030 และบรรลุวิสัยทัศน์ที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนได้อย่างแท้จริงภายในปี ค.ศ.2050

แนวคิดนี้ยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระดับโลก ทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน ผ่านกรอบนโยบายและมาตรฐานต่าง ๆ เช่น Global Biodiversity Framework (GBF) หรือกรอบการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures: TNFD) ที่ผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับ ‘ทุนทางธรรมชาติ’  มากขึ้น เพราะธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป แต่คือรากฐานของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

แนวทางของ Nature Positive Initiative (NPI) ตั้งเป้าหมายการหยุดยั้งและฟื้นกลับการสูญเสียธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 โดยประเมินผลลัพธ์อ้างอิงข้อมูลปี ค.ศ.2020 เป็นปีฐานและติดตามการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อมา ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น พื้นที่ธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ รวมถึงศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนและรักษาสมดุลน้ำ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่อย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากช่วยดูดซับคาร์บอนแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต สร้างรายได้ให้ชุมชนจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าจากคาร์บอนเครดิตหรือเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credit) อันสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตทางธุรกิจสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติได้

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory: LCI) ข้อมูลด้านความยั่งยืน รวมถึงการประเมินบริการทางระบบนิเวศ (Ecosystem Services) ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) ให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้  เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือที่น่าเชื่อถือ’ ที่ช่วยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Nature Positive และ Nature-based Solutions ของประเทศไทยต่อไป

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th

The post Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย https://www.mtec.or.th/biochar-ghg/ Fri, 12 Jun 2026 11:59:41 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45852 ไบโอชาร์เป็นวัสดุที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจสำหรับการเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะมิติเชิงบูรณาการทั้งในด้านการปรับปรุงสมบัติของดินทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ

The post ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ
บรรยายโดย
รศ.ดร.อำนาจ ชิดไชสง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
การประชุมระดมสมอง Biochar Consortium ครั้งที่ 4
NAC2026

ไบโอชาร์เป็นวัสดุที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจสำหรับการเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะมิติเชิงบูรณาการทั้งในด้านการปรับปรุงสมบัติของดินทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่พืช ตลอดจนการเป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากภาคการเกษตร อย่างไรก็ตามประสิทธิผลของการใช้ไบโอชาร์ขึ้นอยู่กับตัวแปรและปัจจัยที่หลากหลาย จึงนำไปสู่แรงจูงใจในการศึกษาวิจัยปฎิสัมพันธ์ระหว่างไบโอชาร์ ดิน และพืชเกษตร โดย รศ.ดร. อำนาจ ชิดไธสง และคณะ

ผลการทดลองในระดับห้องปฏิบัติการชี้ให้เห็นว่า การเลือกใช้ชนิด ขนาด และปริมาณของไบโอชาร์อย่างเหมาะสมสามารถช่วยปรับปรุงสมบัติของดินประเภทต่างๆ ได้ในหลายด้าน เช่น เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำและธาตุอาหาร ลดความเป็นกรดของดิน รวมถึงเพิ่มค่าศักย์รีดอกซ์ (Eh) โดยการเพิ่มปริมาณตัวรับอิเล็กตรอนทางเลือก (ไอออนของไนเตรต เหล็กเฟอริก และซัลเฟต) ทำให้ดินมีสภาพออกซิเดทีฟมากขึ้น ส่งผลในการช่วยยับยั้งการย่อยสลายอินทรียวัตถุในรูปแบบที่ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็น GHG ที่มีศักยภาพการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอกไดออกไซด์ประมาณ 30 เท่า

อีกทั้งทีมวิจัยยังได้ต่อยอดองค์ความรู้สู่การทำนาข้าวในแปลงทดลอง ด้วยการศึกษาการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับวิธีการอื่นๆ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างคาร์บอนเครดิต โดยอาศัยการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งและการจัดการปุ๋ย และพบว่าในฤดูนาปีการใส่ไบโอชาร์ล้วนสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้เกือบ 40% และยังสามารถช่วยลดมีเทนได้แม้กรณีที่ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี ในส่วนของฤดูนาปรังนั้นพบว่าการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ถึง 45%

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาแสดงด้วยว่าการใช้ไบโอชาร์โดยไม่ใส่ปุ๋ยร่วมด้วยอาจทำให้ผลผลิตข้าวลดลงได้ 10-21% เนื่องจากไบโอชาร์สามารถดูดซับไนโตรเจนบางส่วนไว้ชั่วคราว ทำให้พืชขาดแคลนธาตุอาหารในช่วงแรกได้ ซึ่งประเด็นที่เกษตรกรพึงระวัง โดยวิธีที่ให้ผลดีที่สุดในเชิงปฏิบัติคือการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับปุ๋ยและการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก รักษาระดับผลผลิต และเพิ่มคาร์บอนอินทรีย์ในดินไปพร้อมๆ กัน

ทีมวิจัยยังได้ทดลองประยุกต์ใช้ขี้เถ้าแกลบจากโรงไฟฟ้าชีวมวลในนาข้าวด้วยเนื่องจากเห็นว่าเป็นวัสดุที่ใกล้เคียงกับไบโอชาร์ และพบว่าขี้เถ้าแกลบสามารถช่วยลด GHG (มีเทนและไนตรัสออกไซด์) และช่วยเพิ่มผลผลิตด้วย นอกจากนั้นทีมวิจัยได้ใช้ไบโอชาร์ในทดลองการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เช่น การปลูกข้าวฟ่างหวาน (พืชพลังงาน) ในดินที่มีความสมบูรณ์ต่ำ ซึ่งไบโอชาร์สามารถช่วยลดการปล่อย GHG เมื่อเทียบกับแปลงควบคุม และช่วยเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นใกล้เคียงกับแปลงที่เสริมด้วยปุ๋ยคอก และการใช้ไบโอชาร์ที่ผลิตจากใบและเศษอ้อยในการปลูกอ้อย ซึ่งช่วยลดก๊าซไนตรัสออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ และปัจจุบันทีมวิจัยอยู่ในช่วงการศึกษาผลของการใช้ไบโอชาร์ต่อผลผลิตและการปล่อย GHG จากการปลูกมันสำปะหลัง

ภาพรวมจากงานวิจัยของ รศ.ดร. อำนาจ ชิดไธสง และคณะ แสดงให้เห็นว่าไบโอชาร์สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มคาร์บอนสะสมในดินและปรับปรุงคุณภาพดิน เพื่อช่วยเพิมผลผลิตของพืชเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่สามารถใช้กับทุกพื้นที่ได้เหมือนกัน แต่ต้องปรับการใช้งานตามชนิดของดินและไบโอชาร์ (เช่น ชีวมวลที่ใช้ผลิต อุณหภูมิการเผา ขนาดอนุภาค รวมถึงอัตราการใช้ในแปลง) เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจบริบทเฉพาะของที่ดินและพืชของตนในการนำไบโอชาร์ไปใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

The post ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569) https://www.mtec.or.th/general-training-courses-77489-2-2-2-3-2/ Thu, 11 Jun 2026 04:26:38 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45797 หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569) หลักสูตรอบรมการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา ... Read more

The post หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569)


หลักสูตรอบรม

การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 9.00-16.00 น.
ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

        หลักสูตร การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง เป็นหลักสูตรอบรมระดับกลาง (Intermediate Level) ที่ออกแบบเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสำหรับผู้ประกอบการ บุคลากรในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำยางและผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง นักวิจัย และอาจารย์ผู้สอนในสาขาที่เกี่ยวข้อง
        เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ น้ำยางสด น้ำยางข้น น้ำยางสกิม และน้ำยางพรีวัลคาไนซ์ โดยอธิบายหลักการ วิธีการทดสอบ การคำนวณผล การแปลผล และข้อควรระวังในการวิเคราะห์ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
        หัวข้อการทดสอบประกอบด้วย ปริมาณของแข็งทั้งหมด (Total Solids Content; TSC) ปริมาณเนื้อยางแห้ง (Dry Rubber Content; DRC) ความเป็นด่าง (Alkalinity) จำนวนกรดไขมันระเหยได้ (Volatile Fatty Acid Number; VFA Number) จำนวนโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH Number) ปริมาณแมกนีเซียม (Magnesium Content) ความเสถียรเชิงกล (Mechanical Stability Time; MST) ความเสถียรเชิงเคมี (Chemical Stability) ปริมาณยางจับก้อน (Coagulum Content) ปริมาณสลัดจ์ (Sludge Content) ความหนาแน่น (Density) ความหนืด (Viscosity) แรงตึงผิว (Surface Tension) ขนาดอนุภาค (Particle Size) และการประเมินระดับการวัลคาไนซ์ของน้ำยางพรีวัลคาไนซ์ ได้แก่ คลอโรฟอร์มนัมเบอร์ (Chloroform Number) และการทดสอบการบวมพองของยาง (Swelling Test)
        เมื่อสำเร็จการอบรม ผู้เรียนจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง สามารถดำเนินการทดสอบ คำนวณ และแปลผลการวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการควบคุมคุณภาพ การแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิต และการวิจัยพัฒนาน้ำยางและผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางไทย

วัตถุประสงค์
      1.เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางธรรมชาติและการแปลผลการทดสอบ
      2.เพื่อส่งเสริมการนำผลการวิเคราะห์ไปประยุกต์ใช้ในการควบคุมคุณภาพ การผลิต และการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง

กำหนดการ
08.30-09.00 น.   ลงทะเบียน
09.00-10.30 น.    บทนำ: หลักการวิเคราะห์ทดสอบ, มาตรฐานการวิเคราะห์น้ำยาง, ข้อกำหนดคุณภาพน้ำยาง
                              การวิเคราะห์ค่า TSC, DRC, Alkalinity, VFA Number
10.30-10.45 น.      พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น.      การวิเคราะห์ค่า KOH Number, Magnesium, MST, Chemical Stability
12.00-13.00 น.      พักการบรรยาย 1 ชั่วโมง
13.00-14.30 น.      การวิเคราะห์ค่า Coagulum, Sludge, Density, Viscosity, Surface tension, Particle size
14.30-14.45 น.      พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.00 น.      การวิเคราะห์ค่า Chloroform Number, Swelling
                              สรุปการฝึกอบรม และตอบคำถาม

วิทยากร

ดร.พร้อมศักดิ์ สงวนธำมรงค์
นักวิจัยทีมวิจัยกระบวนการผลิตยางขั้นสูงและมาตรฐานยาง
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ค่าลงทะเบียน
บุคคลทั่วไป/ ภาคเอกชน 3,745 บาท/ท่าน (รวม Vat7%)
ข้าราชการ-พนักงานองค์กรรัฐ 3,500 บาท/ท่าน (ไม่มี Vat7%)
**รับสมัครจำนวน 20 ท่าน เท่านั้น**

หมายเหตุ
– ค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน และเอกสารประกอบการอบรม
– สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google Form >>> https://forms.gle/WB7yB8fd2zGAdHwm9
**เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่นั่งในการอบรมเต็ม โปรดทำการลงทะเบียนตามช่องทางดังกล่าวเพื่อสำรองที่นั่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยดำเนินการโอนเงินชำระค่าลงทะเบียนในภายหลัง**

การชำระค่าลงทะเบียน
• โอนเงิน/ เช็ค สั่งจ่าย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ สาขาย่อยอุทยานวิทยาศาสตร์ เลขที่บัญชี 080-000001-0
• กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อมาที่อีเมล boonrkk@mtec.or.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>