dtmd-saw, Author at MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/author/dtmd-saw/ National Metal and Materials Technology Center Mon, 22 Jun 2026 05:16:42 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico dtmd-saw, Author at MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/author/dtmd-saw/ 32 32 Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ https://www.mtec.or.th/nature-positive-121/ Mon, 22 Jun 2026 05:13:36 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46073 ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง

The post Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง

เป้าหมายระดับโลกตามแนวคิด Nature Positive ท้าทายมาก นั่นคือ หยุดยั้งและพลิกฟื้นธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให้กลับมาเติบโตภายในปี ค.ศ.2030 เพื่อให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนได้จริงภายในปี ค.ศ2050

การประเมินผลจะใช้ปี ค.ศ 2020 เป็นปีฐาน เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยตั้งเป้าหมายให้เกิด ‘ผลบวกสุทธิ’ ต่อธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างสมบูรณ์ภายในปี ค.ศ.2050

‘ไผ่’ เป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวคิด Nature Positive เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงการฟื้นฟูระบบนิเวศ การคัดเลือกพันธุ์และการจัดการแปลงปลูกด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ประโยชน์ไผ่ในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

เอ็มเทค โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ร่วมกับทีมวิจัยวิศวกรรมไม้เพื่อความยั่งยืน ได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากการปลูกและใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ไผ่แปรรูปเชิงวิศวกรรม เพื่อประเมินศักยภาพของห่วงโซ่คุณค่าไผ่ในการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ

หัวใจของการประเมินคือ การใช้ข้อมูลและวิธีการวัดผลที่โปร่งใส เพื่อให้การปลูกไผ่เป็นมากกว่ากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมทั่วไป กล่าวคือเป็นการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions, NbS) ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง และช่วยลดความเสี่ยงด้านการฟอกเขียว (Greenwashing)

ตัวชี้วัดครอบคลุมหลายมิติ ทั้งพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การกลับมาของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บในเนื้อไม้และดิน ตลอดจนปริมาณการกักเก็บน้ำและความชื้นในพื้นที่

ข้อมูลสำคัญต่างๆ มาจากการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) การสำรวจด้วยโดรน และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการติดตาม การประเมินผล และการวางแผนเชิงนโยบาย

นอกจากนี้ การจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพเชิงพื้นที่ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการประเมินบริการระบบนิเวศและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด Nature Positive อีกด้วย

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานไผ่และไม้เศรษฐกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการแปลงปลูก การผลิตตามมาตรฐานความยั่งยืน การลดการใช้พลังงานและของเสียในกระบวนการแปรรูป ควบคู่กับการจัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory, LCI) ข้อมูลความยั่งยืน และการประเมินบริการทางระบบนิเวศ เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือสำคัญ’ ในการวัดและติดตามผลกระทบอย่างเป็นระบบ

‘ชุดเครื่องมือสำคัญ’ นี้ช่วยให้การใช้ประโยชน์ไผ่และไม้เศรษฐกิจเป็น Nature-based Solutions (NbS) ที่ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาล และนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากการ ‘ลดผลกระทบ’ สู่การ ‘สร้างผลลัพธ์เชิงบวก’ ให้แก่ธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th

The post Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ https://www.mtec.or.th/nature-positive-120/ Mon, 22 Jun 2026 05:00:11 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46067 ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต

The post Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่สมดุลระหว่างมนุษย์ เศรษฐกิจ และธรรมชาติ แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ ‘ลดผลกระทบ’ ต่อสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงการ ‘ฟื้นฟูธรรมชาติให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ อย่างเป็นรูปธรรม

Nature Positive คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมจากการพยายาม ‘ทำลายให้น้อยลง’ ไปสู่การ ‘ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ ซึ่งเป็นการยกระดับเป้าหมายจากแค่การป้องกันไม่ให้ธรรมชาติแย่ลง หรือชดเชยให้เสมอตัว (No Net Loss) มาเป็นการสร้างผลกำไรสุทธิ (Net Gain) กลับคืนสู่ระบบนิเวศ

เป้าหมายเร่งด่วนคือ การพลิกฟื้นกราฟ (Bend the curve) ความเสียหายของธรรมชาติให้กลับเป็นขาขึ้นภายในปี ค.ศ.2030 และบรรลุวิสัยทัศน์ที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนได้อย่างแท้จริงภายในปี ค.ศ.2050

แนวคิดนี้ยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระดับโลก ทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน ผ่านกรอบนโยบายและมาตรฐานต่าง ๆ เช่น Global Biodiversity Framework (GBF) หรือกรอบการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures: TNFD) ที่ผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับ ‘ทุนทางธรรมชาติ’  มากขึ้น เพราะธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป แต่คือรากฐานของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

แนวทางของ Nature Positive Initiative (NPI) ตั้งเป้าหมายการหยุดยั้งและฟื้นกลับการสูญเสียธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 โดยประเมินผลลัพธ์อ้างอิงข้อมูลปี ค.ศ.2020 เป็นปีฐานและติดตามการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อมา ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น พื้นที่ธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ รวมถึงศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนและรักษาสมดุลน้ำ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่อย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากช่วยดูดซับคาร์บอนแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต สร้างรายได้ให้ชุมชนจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าจากคาร์บอนเครดิตหรือเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credit) อันสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตทางธุรกิจสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติได้

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory: LCI) ข้อมูลด้านความยั่งยืน รวมถึงการประเมินบริการทางระบบนิเวศ (Ecosystem Services) ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) ให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้  เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือที่น่าเชื่อถือ’ ที่ช่วยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Nature Positive และ Nature-based Solutions ของประเทศไทยต่อไป

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th

The post Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย https://www.mtec.or.th/biochar-ghg/ Fri, 12 Jun 2026 11:59:41 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45852 ไบโอชาร์เป็นวัสดุที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจสำหรับการเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะมิติเชิงบูรณาการทั้งในด้านการปรับปรุงสมบัติของดินทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ

The post ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ
บรรยายโดย
รศ.ดร.อำนาจ ชิดไชสง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
การประชุมระดมสมอง Biochar Consortium ครั้งที่ 4
NAC2026

ไบโอชาร์เป็นวัสดุที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจสำหรับการเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะมิติเชิงบูรณาการทั้งในด้านการปรับปรุงสมบัติของดินทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่พืช ตลอดจนการเป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากภาคการเกษตร อย่างไรก็ตามประสิทธิผลของการใช้ไบโอชาร์ขึ้นอยู่กับตัวแปรและปัจจัยที่หลากหลาย จึงนำไปสู่แรงจูงใจในการศึกษาวิจัยปฎิสัมพันธ์ระหว่างไบโอชาร์ ดิน และพืชเกษตร โดย รศ.ดร. อำนาจ ชิดไธสง และคณะ

ผลการทดลองในระดับห้องปฏิบัติการชี้ให้เห็นว่า การเลือกใช้ชนิด ขนาด และปริมาณของไบโอชาร์อย่างเหมาะสมสามารถช่วยปรับปรุงสมบัติของดินประเภทต่างๆ ได้ในหลายด้าน เช่น เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำและธาตุอาหาร ลดความเป็นกรดของดิน รวมถึงเพิ่มค่าศักย์รีดอกซ์ (Eh) โดยการเพิ่มปริมาณตัวรับอิเล็กตรอนทางเลือก (ไอออนของไนเตรต เหล็กเฟอริก และซัลเฟต) ทำให้ดินมีสภาพออกซิเดทีฟมากขึ้น ส่งผลในการช่วยยับยั้งการย่อยสลายอินทรียวัตถุในรูปแบบที่ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็น GHG ที่มีศักยภาพการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอกไดออกไซด์ประมาณ 30 เท่า

อีกทั้งทีมวิจัยยังได้ต่อยอดองค์ความรู้สู่การทำนาข้าวในแปลงทดลอง ด้วยการศึกษาการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับวิธีการอื่นๆ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างคาร์บอนเครดิต โดยอาศัยการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งและการจัดการปุ๋ย และพบว่าในฤดูนาปีการใส่ไบโอชาร์ล้วนสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้เกือบ 40% และยังสามารถช่วยลดมีเทนได้แม้กรณีที่ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี ในส่วนของฤดูนาปรังนั้นพบว่าการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ถึง 45%

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาแสดงด้วยว่าการใช้ไบโอชาร์โดยไม่ใส่ปุ๋ยร่วมด้วยอาจทำให้ผลผลิตข้าวลดลงได้ 10-21% เนื่องจากไบโอชาร์สามารถดูดซับไนโตรเจนบางส่วนไว้ชั่วคราว ทำให้พืชขาดแคลนธาตุอาหารในช่วงแรกได้ ซึ่งประเด็นที่เกษตรกรพึงระวัง โดยวิธีที่ให้ผลดีที่สุดในเชิงปฏิบัติคือการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับปุ๋ยและการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก รักษาระดับผลผลิต และเพิ่มคาร์บอนอินทรีย์ในดินไปพร้อมๆ กัน

ทีมวิจัยยังได้ทดลองประยุกต์ใช้ขี้เถ้าแกลบจากโรงไฟฟ้าชีวมวลในนาข้าวด้วยเนื่องจากเห็นว่าเป็นวัสดุที่ใกล้เคียงกับไบโอชาร์ และพบว่าขี้เถ้าแกลบสามารถช่วยลด GHG (มีเทนและไนตรัสออกไซด์) และช่วยเพิ่มผลผลิตด้วย นอกจากนั้นทีมวิจัยได้ใช้ไบโอชาร์ในทดลองการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เช่น การปลูกข้าวฟ่างหวาน (พืชพลังงาน) ในดินที่มีความสมบูรณ์ต่ำ ซึ่งไบโอชาร์สามารถช่วยลดการปล่อย GHG เมื่อเทียบกับแปลงควบคุม และช่วยเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นใกล้เคียงกับแปลงที่เสริมด้วยปุ๋ยคอก และการใช้ไบโอชาร์ที่ผลิตจากใบและเศษอ้อยในการปลูกอ้อย ซึ่งช่วยลดก๊าซไนตรัสออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ และปัจจุบันทีมวิจัยอยู่ในช่วงการศึกษาผลของการใช้ไบโอชาร์ต่อผลผลิตและการปล่อย GHG จากการปลูกมันสำปะหลัง

ภาพรวมจากงานวิจัยของ รศ.ดร. อำนาจ ชิดไธสง และคณะ แสดงให้เห็นว่าไบโอชาร์สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มคาร์บอนสะสมในดินและปรับปรุงคุณภาพดิน เพื่อช่วยเพิมผลผลิตของพืชเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่สามารถใช้กับทุกพื้นที่ได้เหมือนกัน แต่ต้องปรับการใช้งานตามชนิดของดินและไบโอชาร์ (เช่น ชีวมวลที่ใช้ผลิต อุณหภูมิการเผา ขนาดอนุภาค รวมถึงอัตราการใช้ในแปลง) เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจบริบทเฉพาะของที่ดินและพืชของตนในการนำไบโอชาร์ไปใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

The post ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569) https://www.mtec.or.th/general-training-courses-77489-2-2-2-3-2/ Thu, 11 Jun 2026 04:26:38 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45797 หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569) หลักสูตรอบรมการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา ... Read more

The post หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569)


หลักสูตรอบรม

การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 9.00-16.00 น.
ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

        หลักสูตร การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง เป็นหลักสูตรอบรมระดับกลาง (Intermediate Level) ที่ออกแบบเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสำหรับผู้ประกอบการ บุคลากรในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำยางและผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง นักวิจัย และอาจารย์ผู้สอนในสาขาที่เกี่ยวข้อง
        เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ น้ำยางสด น้ำยางข้น น้ำยางสกิม และน้ำยางพรีวัลคาไนซ์ โดยอธิบายหลักการ วิธีการทดสอบ การคำนวณผล การแปลผล และข้อควรระวังในการวิเคราะห์ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
        หัวข้อการทดสอบประกอบด้วย ปริมาณของแข็งทั้งหมด (Total Solids Content; TSC) ปริมาณเนื้อยางแห้ง (Dry Rubber Content; DRC) ความเป็นด่าง (Alkalinity) จำนวนกรดไขมันระเหยได้ (Volatile Fatty Acid Number; VFA Number) จำนวนโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH Number) ปริมาณแมกนีเซียม (Magnesium Content) ความเสถียรเชิงกล (Mechanical Stability Time; MST) ความเสถียรเชิงเคมี (Chemical Stability) ปริมาณยางจับก้อน (Coagulum Content) ปริมาณสลัดจ์ (Sludge Content) ความหนาแน่น (Density) ความหนืด (Viscosity) แรงตึงผิว (Surface Tension) ขนาดอนุภาค (Particle Size) และการประเมินระดับการวัลคาไนซ์ของน้ำยางพรีวัลคาไนซ์ ได้แก่ คลอโรฟอร์มนัมเบอร์ (Chloroform Number) และการทดสอบการบวมพองของยาง (Swelling Test)
        เมื่อสำเร็จการอบรม ผู้เรียนจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง สามารถดำเนินการทดสอบ คำนวณ และแปลผลการวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการควบคุมคุณภาพ การแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิต และการวิจัยพัฒนาน้ำยางและผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางไทย

วัตถุประสงค์
      1.เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางธรรมชาติและการแปลผลการทดสอบ
      2.เพื่อส่งเสริมการนำผลการวิเคราะห์ไปประยุกต์ใช้ในการควบคุมคุณภาพ การผลิต และการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง

กำหนดการ
08.30-09.00 น.   ลงทะเบียน
09.00-10.30 น.    บทนำ: หลักการวิเคราะห์ทดสอบ, มาตรฐานการวิเคราะห์น้ำยาง, ข้อกำหนดคุณภาพน้ำยาง
                              การวิเคราะห์ค่า TSC, DRC, Alkalinity, VFA Number
10.30-10.45 น.      พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น.      การวิเคราะห์ค่า KOH Number, Magnesium, MST, Chemical Stability
12.00-13.00 น.      พักการบรรยาย 1 ชั่วโมง
13.00-14.30 น.      การวิเคราะห์ค่า Coagulum, Sludge, Density, Viscosity, Surface tension, Particle size
14.30-14.45 น.      พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.00 น.      การวิเคราะห์ค่า Chloroform Number, Swelling
                              สรุปการฝึกอบรม และตอบคำถาม

วิทยากร

ดร.พร้อมศักดิ์ สงวนธำมรงค์
นักวิจัยทีมวิจัยกระบวนการผลิตยางขั้นสูงและมาตรฐานยาง
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ค่าลงทะเบียน
บุคคลทั่วไป/ ภาคเอกชน 3,745 บาท/ท่าน (รวม Vat7%)
ข้าราชการ-พนักงานองค์กรรัฐ 3,500 บาท/ท่าน (ไม่มี Vat7%)
**รับสมัครจำนวน 20 ท่าน เท่านั้น**

หมายเหตุ
– ค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน และเอกสารประกอบการอบรม
– สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google Form >>> https://forms.gle/WB7yB8fd2zGAdHwm9
**เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่นั่งในการอบรมเต็ม โปรดทำการลงทะเบียนตามช่องทางดังกล่าวเพื่อสำรองที่นั่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยดำเนินการโอนเงินชำระค่าลงทะเบียนในภายหลัง**

การชำระค่าลงทะเบียน
• โอนเงิน/ เช็ค สั่งจ่าย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ สาขาย่อยอุทยานวิทยาศาสตร์ เลขที่บัญชี 080-000001-0
• กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อมาที่อีเมล boonrkk@mtec.or.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม “การวิเคราะห์คุณภาพน้ำยาง” (วันที่ 2 กันยายน 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
การสัมมนา เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (วันที่ 18 มิถุนายน 2569 – บ่าย) https://www.mtec.or.th/food-technology-innovations/ Tue, 26 May 2026 10:23:38 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45492 การสัมมนา เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน การสัมมนา เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน จัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมกับ โครงการพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วันที่ ... Read more

The post การสัมมนา เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (วันที่ 18 มิถุนายน 2569 – บ่าย) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

การสัมมนา เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

การสัมมนา
เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ร่วมกับ
โครงการพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า
กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00-16.00 น.
ห้อง MR214 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
ภายในงานงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2026

รายละเอียดการบรรยาย:

ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาหารไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เราบริโภคเพื่อความอยู่รอดอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะรากฐานของสุขภาวะและความยั่งยืนของระบบนิเวศและการดำรงชีวิต นวัตกรรมด้านอาหารรูปแบบใหม่ (novel food) การหมักแบบแม่นยำ (precision fermentation) และชีววิทยาสังเคราะห์ (synthetic biology) กำลังหลอมรวมกันเพื่อสร้างอนาคตที่อาหารไม่ได้มาจากข้อจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ แต่เกิดจากความเข้าใจเชิงลึกในชีววิทยาและการออกแบบอย่างมีเป้าหมาย

เทคโนโลยีเหล่านี้เปิดโอกาสให้เราสร้างโปรตีน ไขมัน และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพและความยั่งยืนได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาหารของมนุษย์ แต่ยังครอบคลุมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสำหรับสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศอาหารและวิถีชีวิตของเรา

หัวใจของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือการปรับมุมมอง จาก “การผลิตให้เพียงพอ” สู่ “การออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิต” จากการบริโภคแบบทั่วไป สู่การเลือกสรรอาหารอย่างมีความหมาย และจากระบบการผลิตแบบดั้งเดิม สู่การสร้างอาหารด้วยความแม่นยำและยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคมีความเข้าใจและความเชื่อมั่น การสื่อสารที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวันจึงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตนี้

พวกเราจึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมกันจินตนาการและกำหนดนิยามใหม่ของ “อาหาร” ในฐานะพลังที่หล่อเลี้ยงสุขภาพ ความยั่งยืน และความสมดุลของชีวิตในทุกมิติ

วันที่ 18 มิถุนายน 2569
12.30-13.00 น.     ลงทะเบียน
13.00-14.30 น.     เวลาบรรยาย
14.30-14.45 น.     พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.00 น.     เวลาบรรยาย

วิทยากร

ศ.ดร.ณัฏฐา ทองจุล
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 

การลงทะเบียน (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
ลงทะเบียนผ่าน Google form ได้ที่ >>> https://forms.gle/FbgChVrwJkruRk4Z7 

ามารถดาวน์โหลดโปสเตอร์งานได้ที่นี่ คลิก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
กอบกุล อมรมงคล  และ คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์
โทรศัพท์  025646500 ต่อ 4676  / 4675
E-mail : kobkula@mtec.or.th / boonrkk@mtec.or.th

The post การสัมมนา เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (วันที่ 18 มิถุนายน 2569 – บ่าย) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
การสัมมนา ประมวลผลงานการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร โดย MTEC สวทช.(วันที่ 18 มิถุนายน 2569 – เช้า) https://www.mtec.or.th/agricultural-machinery-innovations/ Tue, 26 May 2026 09:20:34 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45465 การสัมมนา ประมวลผลงานการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร โดย MTEC สวทช. การสัมมนา ประมวลผลงานการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร โดย MTEC สวทช. จัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมกับ โครงการพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า ... Read more

The post การสัมมนา ประมวลผลงานการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร โดย MTEC สวทช.(วันที่ 18 มิถุนายน 2569 – เช้า) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

การสัมมนา ประมวลผลงานการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร โดย MTEC สวทช.

การสัมมนา
ประมวลผลงานการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร โดย MTEC สวทช.

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ร่วมกับ
โครงการพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า
กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00-12.00 น.
ห้อง MR214 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
ภายในงานงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2026

รายละเอียดการบรรยาย:
 การพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรภายใต้กิจกรรมของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ดำเนินงานโดยทีมวิศวกรและนักวิจัยที่เริ่มต้นศึกษาและพัฒนาเชิงการออกแบบ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งด้านการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และได้มีการพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

ผลงานที่พัฒนาครอบคลุมตั้งแต่รถไถเดินตามติดพรวนจอบหมุน เครื่องสีข้าวขนาดเล็กสำหรับชุมชน ไปจนถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่สนับสนุนงานด้านพืชไร่และพืชสวน การปรับปรุงระบบระบายน้ำ ตลอดจนการยกระดับกระบวนการผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ในด้าน BCG Economy และความยั่งยืน (Sustainability) อย่างต่อเนื่อง

ในการบรรยายครั้งนี้ ผู้แทนจากทีมวิจัยด้านการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ในฐานะทีมงานหลักผู้รับผิดชอบการพัฒนาผลงานด้านเครื่องจักรกลการเกษตร จะนำเสนอแนวคิด มุมมอง และผลงานที่น่าสนใจ ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกตามเป้าหมายของหน่วยงาน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และต่อยอดความร่วมมือในการพัฒนาผลงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในอนาคต

วันที่ 18 มิถุนายน 2569
08.30-09.00 น.        ลงทะเบียน
09.00-10.30 น.        เวลาบรรยาย
10.30-10.45 น.        พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-12.00 น.        เวลาบรรยาย

วิทยากร


ดร. ศุภกิจ วรศิลป์ชัย
หัวหน้าทีมวิจัยงานพัฒนาเครื่องจักรกล
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ 


คุณดุสิต ตั้งพิสิฐโยธิน
วิศวกรอาวุโสทีมวิจัยงานพัฒนาเครื่องจักรกล 
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ 

การลงทะเบียน (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
ลงทะเบียนผ่าน Google form ได้ที่ >>> https://forms.gle/Bkf8U8RkEqBX8sn79

 สามารถดาวน์โหลดโปสเตอร์งานได้ที่นี่ คลิก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
กอบกุล อมรมงคล  และ คุณบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์
โทรศัพท์  025646500 ต่อ 4676  / 4675
E-mail : kobkula@mtec.or.th / boonrkk@mtec.or.th

The post การสัมมนา ประมวลผลงานการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร โดย MTEC สวทช.(วันที่ 18 มิถุนายน 2569 – เช้า) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ความเสียหายทางโลหะวิทยา ครั้งที่ 9 (วันที่ 17-21 สิงหาคม 2569) https://www.mtec.or.th/9th-workshop-on-metallurgical-failure-analysis-2026/ Fri, 22 May 2026 10:57:03 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45388 หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ผิวหน้าแตกหักโลหะภาคปฏิบัติ (วันที่ 15-16 ธันวาคม 2568) หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการการวิเคราะห์ความเสียหายทางโลหะวิทยา ครั้งที่ 9(The 9th Workshop on Metallurgical Failure Analysis ... Read more

The post หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ความเสียหายทางโลหะวิทยา ครั้งที่ 9 (วันที่ 17-21 สิงหาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ผิวหน้าแตกหักโลหะภาคปฏิบัติ (วันที่ 15-16 ธันวาคม 2568)

หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ
การวิเคราะห์ความเสียหายทางโลหะวิทยา ครั้งที่ 9
(The 9th Workshop on Metallurgical Failure Analysis 2026)

จัดโดย
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ 
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

วันที่ 17-21 สิงหาคม 2569 เวลา 9.00-17.30 น.
โรงแรมการ์เด้นคลิฟ รีสอร์ท แอนด์สปา ตำบลบางละมุง จังหวัดชลบุรี

หลักการและเหตุผล
        ความเสียหายของชิ้นส่วน เครื่องจักร และโครงสร้างทางวิศวกรรม เป็นปัญหาที่เกิดได้ในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นระบบการผลิต พลังงาน ปิโตรเคมี ยานยนต์ ระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน หรืออุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบทั้งความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน การหยุดชะงักในกระบวนการผลิต ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงภาพลักษณ์องค์กร
        “การวิเคราะห์ความเสียหายทางโลหะวิทยา” (Metallurgical Failure Analysis) ต้องอาศัยองค์ความรู้แบบสหวิทยาการ ตั้งแต่โลหะวิทยา วิศวกรรมวัสดุ วิศวกรรมเครื่องกล กระบวนการผลิต การตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) รวมถึงประสบการณ์ เพื่อวิเคราะห์หารากของปัญหา (Root Cause Analysis) อย่างเป็นระบบ เพื่อนำมากำหนดแนวทางป้องกัน แก้ไข และเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบวิศวกรรมอย่างยั่งยืน
        ด้วยเหตุนี้ หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ “การวิเคราะห์ความเสียหายทางโลหะวิทยา ครั้งที่ 9” จึงมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะในการวิเคราะห์ความเสียหายของวัสดุและชิ้นส่วนทางวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่หลักการพื้นฐาน เทคนิคการตรวจสอบ การวิเคราะห์ลักษณะการแตกหัก การวิเคราะห์ผลการทดสอบ จนถึงการสรุปสาเหตุและแนวทางป้องกันความเสียหายในอนาคต
        ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้ภาคทฤษฎี การสาธิตเครื่องมือ และฝึกปฏิบัติจากกรณีศึกษาจริง ภายใต้การถ่ายทอดประสบการณ์ โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การวิเคราะห์ความเสียหายมากกว่า 25 ปี ทั้งจากสถาบันวิจัยและภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้รับโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างมุมมองเชิงวิศวกรรม และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในองค์กร

วัตถุประสงค์
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถ
  1.เข้าใจกลไกและสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ความเสียหายของวัสดุและชิ้นส่วนทางวิศวกรรม
  2.เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะการใช้งาน กระบวนการผลิต คุณสมบัติวัสดุ และรูปแบบความเสียหายที่เกิดขึ้น
  3.เรียนรู้แนวทางและขั้นตอนการวิเคราะห์ความเสียหายตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสากล
  4.เรียนรู้เทคนิคการตรวจสอบและเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ความเสียหาย
  5.สามารถวิเคราะห์ลักษณะการแตกหักและประเมินสาเหตุเบื้องต้นของความเสียหายได้อย่างเป็นระบบ
  6.พัฒนาทักษะในการสื่อสารข้อมูลทางเทคนิคและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา
  7.สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการป้องกัน ลดความเสียหาย และเพิ่มความน่าเชื่อถือของเครื่องจักรและอุปกรณ์ในองค์กร
  8.ได้รับองค์ความรู้เชิงลึกจากกรณีศึกษาจริงและประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม
  9.ได้ฝึกปฏิบัติจริงในการวิเคราะห์ความเสียหาย พร้อมนำเสนอผลการวิเคราะห์ในรูปแบบวิชาชีพ

รูปแบบกิจกรรม
  – การอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น
  – การสาธิตเทคนิคและเครื่องมือวิเคราะห์ความเสียหายโดยผู้เชี่ยวชาญ
  – การเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาความเสียหายจริงจากภาคอุตสาหกรรม
  – การฝึกปฏิบัติด้านการตรวจสอบ วิเคราะห์ และตีความลักษณะความเสียหายของชิ้นงาน
  – การทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อวิเคราะห์กรณีศึกษาและนำเสนอผลการวิเคราะห์
  – การจัดแสดงและสาธิตเครื่องมือทดสอบและตรวจสอบจากภาคเอกชน
  – การประเมินความรู้ทั้งก่อนและหลังการอบรม พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านเกณฑ์

คุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการอบรม
  – วิศวกร ช่างเทคนิค นักวิจัย นักวิชาการ หรือบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม
  – ผู้ที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมวัสดุ โลหการ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมอุตสาหการ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
  – ผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการผลิต การซ่อมบำรุง การตรวจสอบคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ หรือการวิเคราะห์ความเสียหายของอุปกรณ์และโครงสร้างทางวิศวกรรม

ผู้มีสิทธิ์ได้รับประกาศนียบัตรรับรอง
ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้
  – ผ่านเกณฑ์การประเมินความรู้ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
  – มีเวลาเข้าร่วมการอบรมสะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของระยะเวลาทั้งหมดของหลักสูตร

กำหนดการ
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569
บทปริทัศน์การวิเคราะห์ความเสียหาย จุดบกพร่องในโลหะ และการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย
08:00 น. – 08:30 น. ลงทะเบียนและทำแบบทดสอบก่อนการอบรม (Pre-test)
08:30 น. – 09:00 น. บทปริทัศน์ด้านการวิเคราะห์ความเสียหายและแนวทางการป้องกัน
09:00 น. – 10:30 น.  กระบวนการผลิตทางโลหะวิทยาและจุดบกพร่องที่ส่งผลต่อความเสียหายของวัสดุ
10:30 น. – 10:45 น.   พักรับประทานอาหารว่าง
10:45 น. – 12:00 น.    ความเสียหายของวัสดุและชิ้นส่วนจากกระบวนการเชื่อม (Failure of Materials in Welding)
12:00 น. – 13:00 น.    พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 น. – 15:00 น.    การประยุกต์ใช้เทคนิคการทดสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) ในงานวิเคราะห์ความเสียหาย และการเลือกใช้วิธีการตรวจสอบที่เหมาะสม
15:00 น. – 15:15 น.     พักรับประทานอาหารว่าง
15:15 น. – 18:00 น.     ภาคปฏิบัติ: การสาธิตและฝึกปฏิบัติการทดสอบแบบไม่ทำลายด้วยเครื่องมือจริง

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569
การวิเคราะห์ความเสียหายและการวิเคราะห์ผิวหน้าแตกหัก
09:00 น. – 10:30 น. หลักการและขั้นตอนการวิเคราะห์ความเสียหายทางวิศวกรรม
10:30 น. – 10:45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
10:45 น. – 12:00 น.   การเสียหายจากแรงทางกลและการวิเคราะห์ผิวหน้าแตกหัก (Fractography)
12:00 น. – 13:00 น.   พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 น. – 14.30 น.   การวิเคราะห์การแตกหักจากความล้า (Analysis of Fatigue Fracture)
14:30 น. – 14:45 น.    พักรับประทานอาหารว่าง
14:45 น. – 17:00 น.    ภาคปฏิบัติ: การเก็บรักษาหลักฐาน การสุ่มตัวอย่าง และการวิเคราะห์ผิวหน้าแตกหักจากกรณีศึกษาจริง

วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569
การเสียหายจากการกัดกร่อน และแนวทางการป้องกัน
09:00 น. – 10:30 น. กลไกการกัดกร่อน และแนวทางการป้องกัน
10:30 น. – 10:45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
10:45 น. – 12:00 น.   กลไกการกัดกร่อน และแนวทางการป้องกัน (ต่อ)
12:00 น. – 13:00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 น. – 14:30 น.   กรณีตัวอย่างการวิเคราะห์ความเสียหายของชิ้นส่วนที่เสียหายจากการกัดกร่อน
14:30 น. – 14:45 น.   พักรับประทานอาหารว่าง
14:45 น. – 17:30 น.    ภาคปฏิบัติ: การวิเคราะห์ความเสียหายจากการกัดกร่อน การประเมินสาเหตุรากของปัญหา (Root Cause Analysis) และแนวทางป้องกัน

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569
การเสียหายของโลหะจากการใช้งานที่อุณหภูมิสูง
09:00 น. – 10:30 น. กลไกการเสื่อมสภาพและความเสียหายของโลหะจากการใช้งานที่อุณหภูมิสูง
10:30 น. – 10:45 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
10:45 น. – 12:00 น.   กลไกการเสื่อมสภาพและความเสียหายของโลหะจากการใช้งานที่อุณหภูมิสูง (ต่อ)
12:00 น. – 13:00 น.   พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 น. – 14:30 น.   กรณีศึกษาความเสียหายของชิ้นส่วนที่ใช้งานภายใต้อุณหภูมิสูง
14:30 น. – 14:45 น.   พักรับประทานอาหารว่าง
14:45 น. – 15:15 น.    การตรวจสอบโครงสร้างจุลภาคภาคสนาม (In-situ Metallography)
15:15 น. – 17:00 น.    ภาคปฏิบัติ: การประเมินการเสื่อมสภาพของโลหะจากการใช้งานที่อุณหภูมิสูง  (แบ่งกลุ่มปฏิบัติการ)
17.00 น. – 17:30 น.    สรุปผลการตรวจสอบโครงสร้างจุลภาคและอภิปรายผลการวิเคราะห์

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569
การสึกหรอ และภาคปฏิบัติการวิเคราะห์ความเสียหาย
09:00 น. – 10:45 น. การสึกหรอในงานอุตสาหกรรม (Wear in Industrial Applications) และเทคโนโลยีการป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วน
10:45 น. – 11:00 น.  พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 น. – 12:00 น.   การทดสอบและประเมินผลหลังการอบรม (Post-test)
12:00 น. – 13:00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 น. – 15:00 น.  ภาคปฏิบัติ: การวิเคราะห์ความเสียหายเชิงบูรณาการ (แบ่งกลุ่มปฏิบัติการ)
15:00 น. – 15:15 น.   พักรับประทานอาหารว่าง
15:15 น. – 17:00 น.    การนำเสนอผลการวิเคราะห์ความเสียหายเป็นรายกลุ่ม  พร้อมอภิปรายและสรุปผลโดยคณะวิทยากร

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form:  https://forms.gle/oe8s5rZRfN6ik3ET8

ค่าลงทะเบียน

บุคคลทั่วไป/เอกชน ราคา 35,310 บาท/ท่าน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ข้าราชการ/พนักงานองค์กรรัฐ ราคา 33,000 บาท/ท่าน (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม)

การชำระค่าลงทะเบียน
โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 080-0-00001-0
สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
(กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อ, หน่วยงาน และหลักสูตรที่สมัครมาทางอีเมล boonrkk@mtec.or.th)

หมายเหตุ
• อัตราค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
• สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%
• กรณีที่ท่านสมัครแล้วแต่ติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วม ต้องการยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกมายังผู้จัดทาง email: boonrkk@mtec.or.th ก่อนการอบรมอย่างน้อย 5 วันทำการ มิฉะนั้น ศูนย์ฯ จะเรียกเก็บค่าเตรียมการสำรองที่นั่งจากท่าน 50% ของค่าลงทะเบียน
• กรณีการยกเลิกหลักสูตร ผู้จัดงานฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจัดหลักสูตร โดยจะติดต่อแจ้งให้ผู้สมัครอบรมทราบ (ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนการอบรม)   
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
นายบุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม การวิเคราะห์ความเสียหายทางโลหะวิทยา ครั้งที่ 9 (วันที่ 17-21 สิงหาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์ (วันที่ 5 สิงหาคม 2569) https://www.mtec.or.th/general-training-courses-mechanic-engineer-knowledge-design-by-computer-simulation/ Fri, 22 May 2026 10:20:02 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45373 หลักสูตรอบรม ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์ (วันที่ 5 สิงหาคม 2569) หลักสูตรอบรมความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์(Mechanical Engineering Knowledge for Engineering Design by Computer Simulation) ... Read more

The post หลักสูตรอบรม ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์ (วันที่ 5 สิงหาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์ (วันที่ 5 สิงหาคม 2569)

หลักสูตรอบรม
ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์
(Mechanical Engineering Knowledge for Engineering Design by Computer Simulation)

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 9.00-16.00 น.
ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

ที่มาของหลักสูตร
        หลักสูตรนี้เป็นการให้ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ทางวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถมีพื้นฐานความรู้เพียงพอในการออกแบบหรือแก้ปัญหาทางวิศวกรรม เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเครื่องจักร เป็นต้น ที่ในปัจจุบันมีการใช้การจำลองคอมพิวเตอร์มาใช้ประกอบด้วย โดยจะมีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากประสบกรณ์จริงของวิทยากรมาประกอบด้วย สำหรับหัวข้อหลักในการบรรยาย ได้แก่
  – กลศาสตร์ของแข็ง (Solid Mechanics)
  – การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer)
  – กลศาสตร์ของไหล (Fluid Mechanics)
  – การสั่นสะเทือน (Vibration)
  – หลักการการออกแบบเชิงวิศวกรรม
  – การทดสอบตามมาตรฐานต่าง ๆ
  – ทรัพย์สินทางปัญญา
  – ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์นวัตกรรม
  – เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม เช่น การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ (Finite Element Analysis: FEA), พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (Computational Fluid Dynamics: CFD) เป็นต้น
  – กรณีศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
  – กรณีศึกษาเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโรงงาน

วัตถุประสงค์
        เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้มีพื้นฐานความรู้ทางวิศวกรรมเพื่อไปใช้ในงานการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์

กลุ่มเป้าหมาย
        วิศวกร เจ้าหน้าที่เทคนิค พนักงาน ผู้บริหารของบริษัทหรือองค์กรทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางและย่อม (SME) หน่วยงาน Start-Up) นิสิต/นักศึกษา ครู/อาจารย์ รวมถึงผู้ที่สนใจเพิ่มพูนความรู้ทางด้านวิศวกรรมในการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์

กำหนดการ
 8:30-9:00 น.  ลงทะเบียน
9:00-10:30 น.  กลศาสตร์ของแข็ง (Solid Mechanics)
                         การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer)
                         กลศาสตร์ของไหล (Fluid Mechanics)
10:30-10:45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10:45-12:00 น. การสั่นสะเทือน (Vibration)
                         หลักการการออกแบบเชิงวิศวกรรม
                         การทดสอบตามมาตรฐานต่าง ๆ
12:00-13:00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00-14:30 น. ทรัพย์สินทางปัญญา
                         ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์นวัตกรรม
14:30-14:45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14:45-16:00 น. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม
                            – การวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ (Finite Element Analysis: FEA)
                            – พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (Computational Fluid Dynamics: CFD) เป็นต้น
                          กรณีศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
                          กรณีศึกษาเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโรงงาน

วิทยากร

ดร.สมบูรณ์ โอตรวรรณะ
Senior Researcher
ทีมวิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ค่าลงทะเบียน
ข้าราชการและพนักงานองค์กรรัฐ ราคา 3,500 บาท/ท่าน (ไม่มี Vat7%)
บุคคลทั่วไปและภาคเอกชน ราคา 3,745 บาท/ท่าน (รวม Vat7%)
**รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านเท่านั้น** 

หมายเหตุ
• อัตราค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
• สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%
• กรณีที่ท่านสมัครแล้วแต่ติดภาระกิจไม่สามารถเข้าร่วมได้ ต้องการยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกมายังผู้จัดทาง email: boonrkk@mtec.or.th ก่อนการอบรมอย่างน้อย 5 วันทำการ มิฉะนั้น ศูนย์ฯ จะเรียกเก็บค่าเตรียมการสำรองที่นั่งจากท่าน 50% ของค่าลงทะเบียน
• กรณีการยกเลิกหลักสูตร ผู้จัดงานฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจัดหลักสูตร โดยจะติดต่อแจ้งให้ผู้สมัครอบรมทราบ (ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนการอบรม)   

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form: https://forms.gle/AjLSjdXWAA3ohhW1A
**เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่นั่งในการอบรมเต็ม โปรดลงทะเบียน เพื่อสำรองที่นั่ง และดำเนินการโอนเงินชำระค่าลงทะเบียนในภายหลัง**

การชำระค่าลงทะเบียน
โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 080-0-00001-0
สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
(กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อ, หน่วยงาน และหลักสูตรที่สมัครมาทางอีเมล boonrkk@mtec.or.th)

สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีวัสดุ (คุณบุญรักษ์ )
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อการออกแบบเชิงวิศวกรรมด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์ (วันที่ 5 สิงหาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม วิศวกรรมย้อนรอยผลิตภัณฑ์ยาง (วันที่ 8 กรกฎาคม 2569) https://www.mtec.or.th/general-training-courses-reverseengineerrubbre/ Fri, 08 May 2026 07:19:36 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45042 หลักสูตรอบรม วิศวกรรมย้อนรอยผลิตภัณฑ์ยาง (วันที่ 8 กรกฎาคม 2569) หลักสูตรอบรมวิศวกรรมย้อนรอยผลิตภัณฑ์ยาง(Reverse Engineering of Rubber Products) จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ... Read more

The post หลักสูตรอบรม วิศวกรรมย้อนรอยผลิตภัณฑ์ยาง (วันที่ 8 กรกฎาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม วิศวกรรมย้อนรอยผลิตภัณฑ์ยาง (วันที่ 8 กรกฎาคม 2569)

หลักสูตรอบรม
วิศวกรรมย้อนรอยผลิตภัณฑ์ยาง
(Reverse Engineering of Rubber Products)

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.00-16.00 น.
จัดอบรม hybrid คู่ขนาน 2 รูปแบบ
รูปแบบที่1 On-site ณ ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
รูปแบบที่2 On line ผ่านโปรแกรม Cisco WebEx

หลักการและเหตุผล
        ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคนิคและเครื่องมือวิเคราะห์ส่งผลทำให้การทำวิศวกรรมย้อนรอยเพื่อแกะสูตรเคมียางในปัจจุบันสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องใช้ชิ้นตัวอย่างในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ การแกะสูตรเคมียางของผลิตภัณฑ์ต้นแบบจะทำให้ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบนั้นทำจากยางอะไร มีปริมาณเนื้อยางมากเท่าใด และมีสารตัวเติมชนิดใดบ้างและมีอยู่ในปริมาณเท่าใด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ในการออกสูตรหรือปรับปรุงสูตรเคมียางเพื่อให้มีสมบัติที่ใกล้เคียงหรือดีกว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผู้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยางสามารถตรวจสอบชนิดของยางว่าเป็นไปตามข้อตกลงหรือไม่ก่อนที่จะทำการตรวจรับสินค้า รวมถึงการตรวจสอบสูตรเคมีของผลิตภัณฑ์ที่สั่งซื้อในแต่ละครั้งว่ามีความสม่ำเสมอหรือไม่ ฯลฯ
        ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีการแกะสูตรเคมียางดังกล่าว จึงได้จัดหลักสูตรการอบรมนี้ขึ้น โดยมีเนื้อหาครอบคลุมเทคนิคต่างๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์หาชนิดและ/หรือปริมาณเนื้อยาง สารตัวเติม รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ยาง

วัตถุประสงค์
        เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์หาองค์ประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ยาง

กลุ่มเป้าหมาย
        ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาง ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ยาง และบุคคลทั่วไปที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีการออกสูตรหรือการแกะสูตรเคมียาง

วิทยากร

ดร.ชุติมา แซ่เฮง
ทีมวิจัยกระบวนการผลิตยางขั้นสูงและมาตรฐานยาง
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

กำหนดการ
08:30 น. – 09:00 น. ลงทะเบียน/ เปิดห้องออนไลน์
09:00 น. – 10:30 น. การวิเคราะห์ชนิดและปริมาณของยาง
10:30 น. – 10:45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10:45 น. – 12:00 น. การวิเคราะห์ชนิดและปริมาณของยาง (ต่อ)
12:00 น. – 13:00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 น. – 14:30 น. การวิเคราะห์ชนิดและปริมาณของสารตัวเติม
14:30 น. – 14:45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14:45 น. – 16:00 น. การวิเคราะห์หาองค์ประกอบอื่น ๆ ในผลิตภัณฑ์ยาง

ค่าลงทะเบียน
ข้าราชการและพนักงานองค์กรรัฐ ราคา 3,500 บาท/ท่าน (ไม่มี Vat7%)
บุคคลทั่วไปและภาคเอกชน ราคา 3,745 บาท/ท่าน (รวม Vat7%)
**On-site รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านเท่านั้น**

หมายเหตุ
• อัตราค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
• สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%
• กรณีที่ท่านสมัครแล้วแต่ติดภาระกิจไม่สามารถเข้าร่วมได้ ต้องการยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกมายังผู้จัดทาง email: boonrkk@mtec.or.th ก่อนการอบรมอย่างน้อย 5 วันทำการ มิฉะนั้น ศูนย์ฯ จะเรียกเก็บค่าเตรียมการสำรองที่นั่งจากท่าน 50% ของค่าลงทะเบียน
• กรณีการยกเลิกหลักสูตร ผู้จัดงานฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจัดหลักสูตร โดยจะติดต่อแจ้งให้ผู้สมัครอบรมทราบ (ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนการอบรม)

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form: https://forms.gle/uLDrivCJ9RR6qLB59

**เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่นั่งในการอบรมเต็ม โปรดลงทะเบียน เพื่อสำรองที่นั่ง และดำเนินการโอนเงินชำระค่าลงทะเบียนในภายหลัง**

การชำระค่าลงทะเบียน
โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 080-0-00001-0
สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
(กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อ, หน่วยงาน และหลักสูตรที่สมัครมาทางอีเมล boonrkk@mtec.or.th / kobkula@mtec.or.th)

สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีวัสดุเพื่ออุตสาหกรรม (คุณบุญรักษ์ /คุณกอบกุล)
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675, 4676
E-mail : boonrkk@mtec.or.th / kobkula@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม วิศวกรรมย้อนรอยผลิตภัณฑ์ยาง (วันที่ 8 กรกฎาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
หลักสูตรอบรม เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิงสำหรับการซ่อมชิ้นส่วนความแม่นยำสูง (วันที่ 14-15 กรกฎาคม 2569) https://www.mtec.or.th/general-training-courses-lase_cladding/ Fri, 08 May 2026 06:03:33 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45012 หลักสูตรอบรม เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิงสำหรับการซ่อมชิ้นส่วนความแม่นยำสูง (วันที่ 14-15 กรกฎาคม 2569) หลักสูตรอบรมเทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิงสำหรับการซ่อมชิ้นส่วนความแม่นยำสูง(Laser Cladding Technology for Maintenance High Precision Equipment Parts) ... Read more

The post หลักสูตรอบรม เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิงสำหรับการซ่อมชิ้นส่วนความแม่นยำสูง (วันที่ 14-15 กรกฎาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หลักสูตรอบรม เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิงสำหรับการซ่อมชิ้นส่วนความแม่นยำสูง (วันที่ 14-15 กรกฎาคม 2569)

หลักสูตรอบรม
เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิงสำหรับการซ่อมชิ้นส่วนความแม่นยำสูง
(Laser Cladding Technology for Maintenance High Precision Equipment Parts)

จัดโดย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

วันที่ 14-15 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.00-16.00 น.
ณ ห้องM120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

หลักการและเหตุผล
       เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิงเป็นเทคโนโลยีใหม่ นำมาใช้ซ่อมชิ้นส่วนในหลายอุตสาหกกรรม ทั้งในงานที่ต้องการเพิ่มความต้านทานการสึกหรอ ต้านทานการกัดกร่อน สามารถใช้ในงานที่มีความละเอียดสูง และงานพวก Additive Manufacturing ทำได้ทั้งการเคลือบผิวชิ้นงานและการขึ้นรูปชิ้นงานสามมิติ
       หลักสูตรนี้มุ่งเน้นความเข้าใจในการปรับตัวแปรในการทำ laser cladding ซึ่งจะมีผลต่อโครงสร้างจุลภาคและสมบัติทางกลของผิวเคลือบที่ได้ ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงผิวเคลือบให้ได้คุณภาพตามที่กำหนด อีกทั้งมีความตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานกับเลเซอร์ โดยผู้เข้าร่วมอบรมจะได้ทดลองเคลือบผิวโลหะด้วย laser cladding และตรวจสอบคุณภาพของผิวเคลือบที่ได้
       ผู้เข้าร่วมอบรมจะเข้าใจหลักการพื้นฐานการปรับตัวแปรเลเซอร์ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพงานและได้ร่วมวิเคราะห์คุณสมบัติเชิงกลที่เปลี่ยนแปลงจากการปรับค่าตัวแปรต่างๆ เพื่อสามารถนำความรู้ไปประยุกต์กับงานประเภทต่างๆ รวมทั้งความปลอดภัยในการทำงานกับระบบเลเซอร์

รูปแบบการอบรม
       การอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร 2 วัน ประกอบด้วยการบรรยายและการลงมือปฏิบัติทั้งเคลือบผิวโลหะด้วยเลเซอร์แคลดดิง ตรวจสอบสมบัติทางกล(ความแข็ง)ของผิวเคลือบที่ได้เปรียบเทียบกับโครงสร้างจุลภาค และวิเคราะห์ผลร่วมกันในส่วนของการปรับตัวแปรที่มีผลต่อสมบัติของผิวเคลือบ

กำหนดการ
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569
 8.30-9.00 น. ลงทะเบียน
  9.00-9.10 น. พิธีเปิดโดย ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์
  9.10-10.15 น. เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิง โดย อ.หทัยพัฒน์ ค่อยประเสริฐ
10.15-10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30-12.00 น. เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิง (ต่อ) โดย อ.หทัยพัฒน์ ค่อยประเสริฐ
12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-14.30 น. เลเซอร์แคลดดิงภาคปฏิบัติ (แบ่งกลุ่ม เคลือบ varies parameter) โดย อ.กีรติ วารี
14.30-14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.00 น. เลเซอร์แคลดดิงภาคปฏิบัติ (แบ่งกลุ่ม เคลือบ varies parameter) โดย อ.ไพบูลย์ วัฒนพรภัณฑ์

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569
 9.00-10.15 น. การตรวจสอบผิวเคลือบด้วย PT โดย อ.วิษณุพงษ์ คนแรง
10.15-10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30-12.00 น. การเตรียมชิ้นงานตรวจสอบโครงสร้างจุลภาคและความแข็ง (ตัด เม้าท์ ขัด) โดย อ.พิรุณรัตน์ ธีระโพธิ์
12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-14.30 น. การทดสอบสมบัติผิวเคลือบเลเซอร์แคลดดิง (โครงสร้างจุลภาคและความแข็ง) โดย อ.พิรุณรัตน์ ธีระโพธิ์
14.30-14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45-16.00 น. การวิเคราะห์ผลการทดสอบและสรุปผลร่วมกัน
                         รับใบประกาศนียบัตร

วิทยากร

อ.หทัยพัฒน์ ค่อยประเสริฐ
ทีมวิจัยการพ่นเคลือบด้วยเปลวความร้อน
กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่

อ.ไพบูลย์ วัฒนพรภัณฑ์
ทีมวิจัยเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคต
กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่

อ.วิษณุพงษ์ คนแรง
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่


อ.กีรติ วารี
ทีมวิจัยเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคต
กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่

อ.พิรุณรัตน์ ธีระโพธิ์
ทีมวิจัยการพ่นเคลือบด้วยเปลวความร้อน
กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่

ผู้ช่วยวิทยากร
(เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องวัดความแข็ง NCTC)

ค่าลงทะเบียน
ราคาสำหรับบุคคลทั่วไปและภาคเอกชน 8,453 บาท/ท่าน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
ราคาสำหรับข้าราชการและพนักงานองค์กรรัฐ 7,900 บาท/ท่าน (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
**รับสมัครจำนวน 20 ท่าน เท่านั้น**

หมายเหตุ
• อัตราค่าลงทะเบียนรวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
• สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี 3%
• กรณีที่ท่านสมัครแล้วแต่ติดภาระกิจไม่สามารถเข้าร่วมได้ ต้องการยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกมายังผู้จัดทาง email: boonrkk@mtec.or.th ก่อนการอบรมอย่างน้อย 5 วันทำการ มิฉะนั้น ศูนย์ฯ จะเรียกเก็บค่าเตรียมการสำรองที่นั่งจากท่าน 50% ของค่าลงทะเบียน
• กรณีการยกเลิกหลักสูตร ผู้จัดงานฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจัดหลักสูตร โดยจะติดต่อแจ้งให้ผู้สมัครอบรมทราบ ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนการอบรม

การลงทะเบียน
ลงทะเบียนผ่าน Google form: https://forms.gle/Eynb7Pp4MgzZhoA68
**เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่นั่งในการอบรมเต็ม โปรดทำการลงทะเบียนตามช่องทางดังกล่าวเพื่อสำรองที่นั่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยดำเนินการโอนเงินชำระค่าลงทะเบียนในภายหลัง**

การชำระค่าลงทะเบียน
โอนเงินเข้าบัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 080-0-00001-0
สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
(กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุชื่อ, หน่วยงาน และหลักสูตรที่สมัครมาทางอีเมล boonrkk@mtec.or.th)

สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งานพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีวัสดุ (คุณบุญรักษ์ ก.)
โทรศัพท์ 025646500 ต่อ 4675
E-mail : boonrkk@mtec.or.th

The post หลักสูตรอบรม เทคโนโลยีเลเซอร์แคลดดิงสำหรับการซ่อมชิ้นส่วนความแม่นยำสูง (วันที่ 14-15 กรกฎาคม 2569) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>