post-knowledges-metal Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/category/post-knowledges-metal/ National Metal and Materials Technology Center Thu, 16 Apr 2026 07:53:34 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico post-knowledges-metal Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/category/post-knowledges-metal/ 32 32 หมูกระทะกับอะลูมิเนียม https://www.mtec.or.th/aluminum-stove/ Thu, 04 Dec 2025 00:52:10 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42260 อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีสมบัติโดดเด่นหลายอย่าง เช่น น้ำหนักเบา ความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง ขึ้นรูปได้ง่าย ราคาไม่แพง และนำความร้อนได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังสามารถปรับปรุงความต้านทานต่อการกัดกร่อนและการสึกหรอได้

The post หมูกระทะกับอะลูมิเนียม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

หมูกระทะกับอะลูมิเนียม

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีสมบัติโดดเด่นหลายอย่าง เช่น น้ำหนักเบา ความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง  ขึ้นรูปได้ง่าย ราคาไม่แพง และนำความร้อนได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังสามารถปรับปรุงความต้านทานต่อการกัดกร่อนและการสึกหรอได้ด้วยกระบวนการอะโนไดซิง (anodizing) หรือกระบวนการพาสซิเวชัน (passivation)

ด้วยจุดเด่นต่างๆ ดังกล่าว เราจึงเห็นการใช้งานอะลูมิเนียมในงานด้านต่างๆ อย่างแพร่หลาย เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้างและสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์อย่างเช่น กรอบประตู หน้าต่าง รวมทั้งงานห่อหุ้มและผิวอาคาร ไปจนถึงงานฝ้าและผนังเบา และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ สำหรับผลิตโครงสร้างหลักทางวิศวกรรมและชิ้นส่วนของเครื่องยนต์

ที่น่าสนใจคือ อะลูมิเนียมยังมีการใช้งานเป็นภาชนะในการหุงปรุงอาหาร เนื่องจากมีสมบัติการนำความร้อนที่ดีและทนต่อการกัดกร่อน ไม่ว่าจะใช้ผลิตเป็นหม้อ หรือกระทะ อย่างเมนูที่คนไทยเราคุ้นเคยและหลายคนชื่นชอบอย่างหมูกระทะก็อาจใช้ภาชะที่ผลิตจากอะลูมิเนียมผสมได้ด้วยเช่นกัน

ความต้านทานต่อการกัดกร่อนของอะลูมิเนียมขึ้นอยู่กับชั้นฟิล์มบางๆ ของอะลูมิเนียมออกไซด์ (AlO) บนผิวของอะลูมิเนียมซึ่งเรียกว่า ฟิล์มพาสซีฟ (passive film) ฟิล์มนี้สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อวัสดุอะลูมิเนียมเกิดการกัดกร่อนหรือทำปฏิกิริยาเพิ่มเติมกับอาหาร น้ำ หรือสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็นอะลูมิเนียมไอออน

ฟิล์มพาสซีฟของอะลูมิเนียมสามารถเกิดขึ้นได้หากอะลูมิเนียมอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีออกซิเจน และมีความเป็นกรด–ด่าง (pH) สูงกว่า 4

ในกรณีของกระทะที่เพิ่งผ่านการทำความสะอาด ฟิล์มพาสซีฟบนผิวอะลูมิเนียมอาจถูกทำลายได้จากการขัดล้าง ซึ่งเราจะเห็นผิวกระทะมีสีมันวาวของโลหะ ดังนั้นหากเรารีบนำหมูมาวางลงบนกระทะ ก็อาจทำให้หมูดำและดูไม่น่ารับประทานอันเกิดการปนเปื้อนของอะลูมิเนียมไอออน ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากกระทะยังไม่สามารถสร้างฟิล์มพาสซีฟใหม่ได้ทัน

คำแนะนำในทางวิชาการคือ เราจะรอให้กระทะร้อน แล้วจึงใช้น้ำซุปราดลงบนกระทะสักเล็กน้อย ก็จะทำให้ฟิล์มพาสซีฟของอะลูมิเนียมเกิดขึ้นมาใหม่ได้ เมื่อฟิล์มพาสซีฟถูกสร้างขึ้น ความมันวาวของผิวกระทะจะหายไป หลังจากนั้น หากนำชิ้นมันหมูมาทาให้ทั่วกระทะ น้ำมันก็จะซึมลงไปในชั้นออกไซด์ของกระทะอะลูมิเนียมจนเกิดฟิล์มน้ำมันเคลือบอยู่บนผิวกระทะ ซึ่งจะช่วยให้หมูติดกระทะน้อยลงนั่นเอง

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม
คุณโฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว วิศวกรอาวุโส
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4735
อีเมล: kosit.won@mtec.or.th

The post หมูกระทะกับอะลูมิเนียม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
บรรลัยวิทยา: แก้วเก็บอุณหภูมิกับสารตะกั่ว https://www.mtec.or.th/post-knowledges-68729/ Wed, 21 May 2025 04:35:58 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=37724 ปัจจุบันหลายคนนิยมเลือกใช้ ‘แก้วเก็บอุณหภูมิ’ แทนแก้วพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง แก้วเก็บอุณหภูมิสามารถเก็บรักษาอุณหภูมิให้คงที่ จึงใช้บรรจุเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น

The post บรรลัยวิทยา: แก้วเก็บอุณหภูมิกับสารตะกั่ว appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

บรรลัยวิทยา: แก้วเก็บอุณหภูมิกับสารตะกั่ว

ดัดแปลงและเรียบเรียงจากบทความ “บรรลัยวิทยา”
โดย โฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว วิศวกรอาวุโส
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)

ปัจจุบันหลายคนนิยมเลือกใช้ ‘แก้วเก็บอุณหภูมิ’ แทนแก้วพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง แก้วเก็บอุณหภูมิสามารถเก็บรักษาอุณหภูมิให้คงที่ จึงใช้บรรจุเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น

แก้วเก็บอุณหภูมินิยมผลิตจาก ‘สเตนเลสสตีล (stainless steel)’ หรือ ‘เหล็กกล้าไร้สนิม’ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกรด JIS SUS304 หรือที่เรียกย่อๆ ว่า เกรด 304 หรือ เกรด 18/8 เหล็กกล้าไร้สนิมเกรดนี้เป็นเกรดที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดเกรดหนึ่ง และมักใช้ในทำเครื่องครัวต่างๆ เช่น กระทะและหม้อ

เหล็กกล้าไร้สนิมเกรด 304 มีธาตุโครเมียม (Cr) ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ เพื่อช่วยเพิ่มสมบัติต้านการกัดกร่อน และนิกเกิล (Ni) ประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้นิกเกิลจะช่วยเพิ่มสมบัติต้านทานการกัดกร่อน และยังทำให้เหล็กกล้าไร้สนิมเปลี่ยนโครงสร้างเป็นออสเทนไนต์ซึ่งแม่เหล็กดูดไม่ติด

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคหลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเหล็กกล้าไร้สนิมเกรด 304 มีปัญหาสารตะกั่ว (Pb) ปนเปื้อน เช่นเดียวกับภาชนะที่ทำจากเหล็กและวัสดุอื่นอีกหลายชนิดที่มีข่าวเกี่ยวกับพิษของสารตะกั่ว ซึ่งหากสารตะกั่วสะสมในร่างกายก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง สารตะกั่วทำให้รู้สึกเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดท้อง อาเจียน หรือบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ส่วนในเด็กเล็ก พิษของตะกั่วจะขัดขวางการพัฒนาการทางสมองและระบบประสาท ทำให้เด็กเรียนรู้ได้ช้า

ทั้งนี้หากพิจารณาปัญหาการปนเปื้อนของตะกั่วในภาชนะต่างๆ จะพบว่ามาจากการใช้โลหะบัดกรีที่มีส่วนผสมของตะกั่ว การเชื่อมประสานด้วยการบัดกรีจะช่วยป้องกันการรั่วซึมของภาชนะดังกล่าว แต่ในการขึ้นรูปแก้วเก็บอุณหภูมิจะใช้การเชื่อมประสานโดยไม่มีการใช้โลหะเติม นอกจากนี้ส่วนผสมทางเคมีของเหล็กกล้าไร้สนิมเกรด 304 ก็ไม่มีธาตุตะกั่วแต่อย่างใด

นอกจากนี้เหล็กกล้าไร้สนิมเกรด 304 ยังมีค่าความต้านทานการกัดกร่อนสูง (high corrosion resistance) ทำให้มีอัตราการกัดกร่อนที่ต่ำ (low corrosion rate) ดังนั้นการใช้งานทั่วไปในครัวเรือน ไม่ว่าจะสัมผัสกับความร้อน ความเค็ม หรือความเปรี้ยวใดๆ ก็จะไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของโลหะในอาหาร จนก่อให้เกิดอันตรายจากสารตะกั่วอย่างที่กังวลกัน

อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย ในการเลือกซื้อทุกครั้งผู้บริโภคควรเลือกแก้วเก็บอุณหภูมิจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ หรือมองหาตราสัญลักษณ์การรับรองอย่างเช่น มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของไทย) เพื่อให้มั่นใจว่าว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ผลิตขึ้นจากวัสดุที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน

The post บรรลัยวิทยา: แก้วเก็บอุณหภูมิกับสารตะกั่ว appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
บรรลัยวิทยา: ปริศนาบนฝาของชานมไข่มุก https://www.mtec.or.th/bubbletea/ Tue, 01 Apr 2025 05:22:18 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=36080 ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีต้นกำเนิดจากไต้หวัน ก่อนจะแพร่ขยายและครองความนิยมไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่มาพร้อมกับชานมไข่มุกคือ การปิดฝาแก้วด้วยฟิล์มพลาสติก

The post บรรลัยวิทยา: ปริศนาบนฝาของชานมไข่มุก appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

บรรลัยวิทยา: ปริศนาบนฝาของชานมไข่มุก

ดัดแปลงและเรียบเรียงจากบทความ “บรรลัยวิทยา”
โดย โฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว วิศวกรอาวุโส
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)

ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีต้นกำเนิดจากไต้หวัน ก่อนจะแพร่ขยายและครองความนิยมไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่มาพร้อมกับชานมไข่มุกคือ การปิดฝาแก้วด้วยฟิล์มพลาสติก ซึ่งก่อนดื่มเราต้องใช้หลอดปลายแหลมเจาะบนแผ่นฟิล์มพลาสติก การเจาะต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ชานมในแก้วหกล้นออกมา

อาจมีคำถามว่าเหตุใดการเจาะจึงต้องทำอย่างรวดเร็ว? วัสดุศาสตร์และศาสตร์ของการวิเคราะห์ความเสียหายมีคำอธิบายดังนี้

การที่ต้องเจาะและกระแทกหลอดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากต้องการให้ฟิล์มที่มีสมบัติเหนียวเกิดการฉีกขาดทันที และลดโอกาสการยืดตัวของฟิล์มให้น้อยที่สุด ในทางตรงข้ามหากเราเจาะอย่างช้าๆ ฟิล์มจะเกิดการยืดตัวแบบถาวร (plastic deformation) โดยจะยืดตัวอย่างช้าๆ จนถึงระดับน้ำชาในแก้ว และอาจทำให้น้ำชาหกเลอะเทอะได้

ในทางวัสดุศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า การเปลี่ยนสมบัติจากเหนียวไปเป็นเปราะ (ductile-to-brittle transition) อันเป็นผลจากแรงกระทำทางกลที่สูง ซึ่งในกรณีนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อฟิล์มรับแรงเกินพิกัดมากๆ คือถูกเจาะกระแทกอย่างรวดเร็ว

นอกจากอิทธิพลของแรงแล้ว อุณหภูมิที่ต่ำก็สามารถทำให้วัสดุเปลี่ยนสมบัติจากเหนียวเป็นเปราะได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างที่โดดเด่น เช่น กรณีการอับปางของเรือไททานิก

เรือไททานิกออกเดินทางครั้งแรกในช่วงฤดูหนาวซึ่งอากาศเย็นจัด และในช่วงเวลานั้นองค์ความรู้ด้านโลหะวิทยายังมีจำกัด กล่าวคือ เหล็กกล้าที่ใช้ต่อเรือยังไม่มีการเติมธาตุนิกเกิล (nickel) ซึ่งมีสมบัติช่วยให้เหล็กมีความเหนียวและรับแรงกระแทกได้ดีขึ้นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส

นอกจากนั้นเหล็กกล้าที่ใช้สร้างเรือในยุคนั้นยังมักมีสารมลทินเจือปนอยู่มาก ผลก็คือการกระแทกของเรือกับภูเขาน้ำแข็งเพียงครั้งเดียว ก็เพียงพอทำให้เรือเกิดแตกร้าว จนน้ำทะเลไหลเข้ามา ส่งผลให้เรือจมลงในที่สุด

กลับมาที่ชานมไข่มุก นอกเหนือจากปัจจัยแผ่นฟิล์มบนฝาแล้ว ปลายหลอดที่เฉียงและแหลมก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ จุดปะทะระหว่างปลายหลอดและฟิล์มจะเกิดความเค้น (stress) สูงเนื่องจากแรงที่กระทำจะถูกส่งผ่านพื้นที่เล็กๆ บนปลายหลอด

น่ารู้ด้วยว่าการเจาะฟิล์มพลาสติกด้วยหลอดปลายตัดเฉียงใช้หลักการคล้ายคลึงกันกับกระสุนเจาะเกราะ เนื่องจากหัวกระสุนได้รับการออกแบบให้มีลักษณะแหลมและแข็ง จึงทำให้เมื่อกระสุนปะทะกับเกราะจะมีอัตราการเสียรูปต่ำ อีกทั้งพื้นที่หน้าตัดซึ่งมีขนาดเล็กจะทำให้เกิดความเค้นสูงที่จุดปะทะ เมื่อความเค้นสูงเกินความสามารถที่เกราะจะรับได้ กระสุนจึงพุ่งทะลุเกราะในที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
คุณโฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว วิศวกรอาวุโส
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4735

The post บรรลัยวิทยา: ปริศนาบนฝาของชานมไข่มุก appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ทำไมจึงกล่าวว่านรกใช้กระทะ ‘ทองแดง’? มุมมองเชิงวัสดุศาสตร์ https://www.mtec.or.th/post-knowledges-68724/ Tue, 11 Mar 2025 01:35:58 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=35734 สภาพการนำความร้อน เป็นแง่มุมแรกที่เราต้องพิจารณาในการใช้งาน เพราะหากโลหะที่เลือกใช้มีสมบัติการนำความร้อนที่ต่ำ ก็อาจจะส่งผลให้อุณหภูมิในแต่ละตำแหน่งของกระทะแตกต่างกันได้ ดังนั้น กระทะที่เหมาะสมจึงต้องนำความร้อนได้ดี

The post ทำไมจึงกล่าวว่านรกใช้กระทะ ‘ทองแดง’? มุมมองเชิงวัสดุศาสตร์ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ทำไมจึงกล่าวว่านรกใช้กระทะ ‘ทองแดง’? มุมมองเชิงวัสดุศาสตร์

ดัดแปลงและเรียบเรียงจากบทความ “บรรลัยวิทยา”
โดย โฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว วิศวกรอาวุโส
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)

บางท่านอาจเคยเห็นคำว่า ‘โลหกุมภีนรก’ จากหนังสือไตรภูมิพระร่วง ซึ่งแปลตรงตัวหมายถึง นรกหม้อโลหะ แต่หลายคนมักเรียกว่า ‘นรกกระทะทองแดง’

ประเด็นความเชื่อในเชิงวัฒนธรรมนี้มีแง่มุมทางวิชาการที่น่าขบคิดว่า เหตุใดจึงต้องเป็นกระทะ ‘ทองแดง’ บทความนี้จะให้มุมมองในเชิงวัสดุศาสตร์และเกร็ดน่าสนใจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สภาพการนำความร้อน เป็นแง่มุมแรกที่เราต้องพิจารณาในการใช้งาน เพราะหากโลหะที่เลือกใช้มีสมบัติการนำความร้อนที่ต่ำ ก็อาจจะส่งผลให้อุณหภูมิในแต่ละตำแหน่งของกระทะแตกต่างกันได้ ดังนั้น กระทะที่เหมาะสมจึงต้องนำความร้อนได้ดี

หากพิจารณาสภาพการนำความร้อนของโลหะ (thermal conductivity) จะพบว่าโลหะเงินมีค่าสภาพการนำความร้อนสูงสุด แต่ทว่าโลหะเงินบริสุทธิ์มีสมบัติทางกลที่ไม่ดี เนื่องจากมีความแข็งแรงต่ำ จึงนิ่มและเสียรูปได้ง่ายเมื่อได้รับความร้อน

เนื่องจากกระทะต้องถูกใช้เป็นเวลานาน อีกสมบัติหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ความต้านทานการกัดกร่อน (corrosion resistance)

หากพิจารณาโลหะที่ได้รับความนิยมในการทำกระทะอย่างเหล็กจะพบว่าแม้เหล็กมีสภาพการนำความร้อนดีในระดับหนึ่ง แต่ข้อด้อยสำคัญคือเกิดการกัดกร่อนง่าย (ภาษาพูดเรียกว่าเกิดสนิมง่าย)

นอกจากนี้ ยังน่ารู้ด้วยว่าเหล็กสามารถชะละลายและเจือปนในน้ำต้มได้ ดังนั้นเราจึงไม่ใช้กระทะเหล็กทำอาหารหรือขนมที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เนื่องจากจะทำให้สีและรสชาติอาหารเปลี่ยนแปลงไป

แล้วอะลูมิเนียมล่ะ? แม้ว่าโลหะอะลูมิเนียมมีสภาพการนำความร้อนที่ดี แต่ก็เกิดการกัดกร่อนได้ง่ายหากสัมผัสกับเกลือหรืออยู่ในสภาวะที่เป็นกรดสูง ในทางปฏิบัติเราจึงไม่ควรใช้ภาชนะอะลูมิเนียมสัมผัสกับอาหารที่มีรสเปรี้ยวเป็นระยะเวลานาน

ส่วนเหล็กกล้าไร้สนิมหรือสเตนเลสสตีล (stainless steel) แม้ว่าสเตนเลสเกรด 304 ที่เราคุ้นชินจะทนต่อการกัดกร่อนได้ดี แต่ก็มีค่าการนำความร้อนต่ำ ตำแหน่งที่อยู่ใกล้เปลวไฟจะร้อนกว่าบริเวณอื่น ซึ่งอาจทำให้บริเวณกลางกระทะเกิดรอยไหม้ได้

สุดท้ายหากคิดถึงทองเหลืองซึ่งทนการกัดกร่อนและนำความร้อนที่ดีใกล้เคียงทองแดง แต่เนื่องจากทองเหลืองเป็นโลหะผสมของทองแดงกับสังกะสี ดังนั้นหากใช้งานนานเข้าก็จะเกิดการกัดกร่อนชนิดดีอัลลอยอิง (dealloying) ซึ่งจะทำให้เกิดรูพรุนขนาดเล็กที่ผิวของโลหะได้

โดยสรุป กระทะทองแดงจึงนับว่าเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด เนื่องจากทองแดงนำความร้อนดีและยังสามารถสร้างฟิล์มออกไซด์ที่ทนต่อการกัดกร่อนได้ และนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้มีการพูดถึง ‘กระทะทองแดง’ ในความเชื่อเชิงวัฒนธรรม เช่น นรก

The post ทำไมจึงกล่าวว่านรกใช้กระทะ ‘ทองแดง’? มุมมองเชิงวัสดุศาสตร์ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>