Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่สมดุลระหว่างมนุษย์ เศรษฐกิจ และธรรมชาติ แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ ‘ลดผลกระทบ’ ต่อสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงการ ‘ฟื้นฟูธรรมชาติให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ อย่างเป็นรูปธรรม

Nature Positive คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมจากการพยายาม ‘ทำลายให้น้อยลง’ ไปสู่การ ‘ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ ซึ่งเป็นการยกระดับเป้าหมายจากแค่การป้องกันไม่ให้ธรรมชาติแย่ลง หรือชดเชยให้เสมอตัว (No Net Loss) มาเป็นการสร้างผลกำไรสุทธิ (Net Gain) กลับคืนสู่ระบบนิเวศ

เป้าหมายเร่งด่วนคือ การพลิกฟื้นกราฟ (Bend the curve) ความเสียหายของธรรมชาติให้กลับเป็นขาขึ้นภายในปี ค.ศ.2030 และบรรลุวิสัยทัศน์ที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนได้อย่างแท้จริงภายในปี ค.ศ.2050

แนวคิดนี้ยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระดับโลก ทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน ผ่านกรอบนโยบายและมาตรฐานต่าง ๆ เช่น Global Biodiversity Framework (GBF) หรือกรอบการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures: TNFD) ที่ผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับ ‘ทุนทางธรรมชาติ’  มากขึ้น เพราะธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป แต่คือรากฐานของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

แนวทางของ Nature Positive Initiative (NPI) ตั้งเป้าหมายการหยุดยั้งและฟื้นกลับการสูญเสียธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 โดยประเมินผลลัพธ์อ้างอิงข้อมูลปี ค.ศ.2020 เป็นปีฐานและติดตามการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อมา ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น พื้นที่ธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ รวมถึงศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนและรักษาสมดุลน้ำ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่อย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากช่วยดูดซับคาร์บอนแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต สร้างรายได้ให้ชุมชนจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าจากคาร์บอนเครดิตหรือเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credit) อันสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตทางธุรกิจสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติได้

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory: LCI) ข้อมูลด้านความยั่งยืน รวมถึงการประเมินบริการทางระบบนิเวศ (Ecosystem Services) ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) ให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้  เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือที่น่าเชื่อถือ’ ที่ช่วยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Nature Positive และ Nature-based Solutions ของประเทศไทยต่อไป

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th