กักเก็บคาร์บอน Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/กักเก็บคาร์บอน/ National Metal and Materials Technology Center Mon, 12 Jan 2026 03:21:10 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico กักเก็บคาร์บอน Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/กักเก็บคาร์บอน/ 32 32 ไบโอชาร์เพื่อการจัดการน้ำฝนและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม https://www.mtec.or.th/rain-garden/ Thu, 04 Dec 2025 01:31:16 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42276 ปัญหาน้ำฝนท่วมขังฉับพลันในพื้นที่เมืองต่างๆ มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับการเติบโตของเมืองที่ขาดการวางแผนการจัดการน้ำฝน ก่อให้เกิดความเสียหาย

The post ไบโอชาร์เพื่อการจัดการน้ำฝนและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ไบโอชาร์เพื่อการจัดการน้ำฝนและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ปัญหาน้ำฝนท่วมขังฉับพลันในพื้นที่เมืองต่างๆ มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับการเติบโตของเมืองที่ขาดการวางแผนการจัดการน้ำฝน ก่อให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนเป็นวงกว้างทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

จึงได้เกิดแนวคิด Blue-Green City (BGC) หรือ แนวทางการพัฒนาที่บูรณาการองค์ประกอบทางน้ำ (blue) และพื้นที่สีเขียว (green) เพื่อสร้างระบบนิเวศเมืองที่สมดุลมากขึ้น โดยมีตัวอย่างการดำเนินการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมหลากโดยการเพิ่มความสามารถในการให้น้ำซึมผ่าน (permeability) เพื่อดูดซับน้ำฝนลงสู่ชั้นดินใต้พื้นผิวเมืองได้มากขึ้น เช่น การสร้างสวนพิรุณ (rain gardens) การเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้ตามแนวถนน และการออกแบบทางเท้าและถนนที่ยอมให้น้ำซึมผ่าน เป็นต้น

ทั้งนี้ไบโอชาร์ (biochar) ได้รับความสนใจในการประยุกต์ใช้ในโครงสร้างตามแนวคิด BGC นี้ เพราะนอกจากจะช่วยกักเก็บคาร์บอนในระยะยาวแล้ว ยังเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติช่วยปรับปรุงคุณภาพดินได้ในหลายมิติ ด้วยโครงสร้างที่เป็นรูพรุนสูง เมื่อใช้ผสมในดินจึงช่วยเพิ่มสมบัติด้านการกักเก็บน้ำของดิน นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มความร่วนซุยและความสามารถในการซึมผ่านของน้ำให้แก่ดินเหนียว และดินที่ถูกบีบอัดจนมีความหนาแน่นสูง ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยของการเกิดน้ำท่วมขังด้วย

นอกจากนั้นงานวิจัยหลายฉบับยังแสดงด้วยว่าไบโอชาร์ที่เติมเข้าในดินสามารถช่วยการดูดซับและตรึงมลพิษชนิดต่างๆ ที่มากับน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งกลุ่มโลหะหนัก กลุ่มสารอินทรีย์ปนเปื้อน ตลอดจนอนุภาคแขวนลอยต่างๆ นอกจากนี้ไบโอชาร์ยังช่วยลดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีของน้ำ (COD) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศจากมลพิษในน้ำหลาก ซึ่งมักไหลลงสู่ปลายทางที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติในที่สุด

ปัจจุบันสามารถพบโครงสร้างตามแนวคิด BGC ได้ทั่วโลก เช่น บนเกาะ Maui ในฮาวาย ที่มีการสร้างสวนพิรุณในบริเวณ Kā‘anapali Parkway โดยผสมไบโอชาร์ที่ผลิตจากไม้ Kiawe เพื่อลดปัญหาน้ำฝนไหลบ่าและบรรเทาการปนเปื้อนของมลพิษก่อนไหลลงสู่มหาสมุทร ช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศของแนวปากะรัง หรือในย่าน Tangletown ในเมือง Minneapolis สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการรณรงค์การใช้ไบโอชาร์อย่างจริงจัง ได้ริเริ่มโครงการนำไบโอชาร์มาใช้ผสมเพื่อปลูกต้นไม้ตามถนนสายหลักหลายสิบสายและในสวนพิรุณของชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำฝนและสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยสำหรับแมลงผสมเกสรในระบบนิเวศ

และยังมีโครงการส่งเสริมการผลิตและการใช้ไบโอชาร์ในเขตเมือง Stockholm ประเทศสวีเดน ที่ได้รับรางวัลสนับสนุนจากองค์กร Bloomberg Philanthropies และเป็นต้นแบบในการขยายการดำเนินการไปสู่เมืองอื่นๆ ทั่วโลก เช่น Helsinki ฟินแลนด์ Darmstadt เยอรมนี และ Sandnes นอร์เวย์ โดยอาศัยการนำไบโอชาร์ที่ผลิตจากขยะชีวมวล ไปผสมกับกรวดและดิน (biochar-gravel-soil mix) เพื่อใช้เป็นวัสดุปลูกต้นไม้ในเมือง โดยนอกจากจะช่วยให้ต้นไม้งอกงามดีกว่าการปลูกแบบเดิม ยังช่วยปรับสภาพดินให้ระบายน้ำฝนได้ดีขึ้นและช่วยลดโอกาศการเกิดน้ำท่วมได้ด้วย

ไบโอชาร์จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสีเขียวที่มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบจัดการน้ำฝนและเสถียรภาพด้านสิ่งแวดล้อม และเมื่อพิจารณาร่วมกับความสามารถในการช่วยกักเก็บคาร์บอน และการปรับปรุงคุณภาพดินโดยรวม จึงนับเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับเมืองในอนาคต

References:
https://static.coral.org/uploads/2019/04/2019_Maui_CaseStudies_RainGarden_Final.pdf
https://www.minneapolismn.gov/government/programs-initiatives/environmental-programs/biochar/neighborhood-use/
https://pubs.rsc.org/en/content/articlehtml/2024/gc/d4gc03071k
https://pure.sruc.ac.uk/ws/portalfiles/portal/74040133/D3EW00054K_authors_accepted_version.pdf
https://www.mdpi.com/2227-9717/9/5/860
https://bloombergcities.jhu.edu/news/big-lessons-small-city-borrowing-and-building-upon-idea
https://medium.com/carboculture/how-to-use-biochar-for-structured-soil-plant-beds-in-urban-areas-8a45108e799

The post ไบโอชาร์เพื่อการจัดการน้ำฝนและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
จับตา ‘เทคโนโลยีการผลิตพลังงานชีวภาพด้วยการดักจับและกักเก็บคาร์บอน’ https://www.mtec.or.th/beccs/ Thu, 23 Jan 2025 09:35:48 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=34466 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ในที่ประชุมภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติครั้งที่ 26 (COP26)

The post จับตา ‘เทคโนโลยีการผลิตพลังงานชีวภาพด้วยการดักจับและกักเก็บคาร์บอน’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

จับตา ‘เทคโนโลยีการผลิตพลังงานชีวภาพด้วยการดักจับและกักเก็บคาร์บอน’

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ในที่ประชุมภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติครั้งที่ 26 (COP26) ว่าจะมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065

เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ประเทศไทยได้จัดทำแผนกลยุทธ์การลดก๊าซเรือนกระจกระยะยาวที่มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และการใช้เทคโนโลยีการปล่อยคาร์บอนที่เป็นลบ

สำหรับกลุ่มเทคโนโลยีการปล่อยคาร์บอนที่เป็นลบ เทคโนโลยีการผลิตพลังงานชีวภาพที่มีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Bioenergy with Carbon Capture and Storage) เรียกย่อว่า BECCS นับเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อนำไปกักเก็บไว้ในชั้นหินใต้ดินอย่างถาวรแทนที่จะถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศ

กลไกของเทคโนโลยี BECCS เริ่มต้นจากพืชดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศโดยกระบวนการสังเคราะห์แสง เมื่อนำชีวมวลจากพืชเหล่านี้มาเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวลหรืออุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อผลิตไฟฟ้าหรือความร้อนผ่านกระบวนการเผาไหม้ หรือผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ (เช่น เอทานอล โดยกระบวนการหมัก)

กระบวนการดังกล่าวจะปล่อยก๊าซที่มีส่วนประกอบของคาร์บอนไดออกไซด์ที่สามารถดักจับได้ ก๊าซนี้จะถูกอัดให้เป็นของเหลวและขนส่งไปกักเก็บอย่างปลอดภัยและถาวรในแอ่งทางธรณีวิทยา เช่น ในชั้นหินใต้ดินหรือในแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่หมดอายุแล้ว

ในกรณีของประเทศไทยซึ่งมีอุปทานของชีวมวล เช่น เศษไม้ วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และขยะอินทรีย์ในปริมาณมาก จึงมีศักยภาพสูงในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดด้วยการใช้ประโยชน์จากชีวมวลเหล่านี้

นอกจากนี้ BECCS ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนในธุรกิจสีเขียวจากต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การดำเนินงาน และการซ่อมบำรุง เป็นการเปิดโอกาสในการจ้างงานใหม่ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

การใช้เทคโนโลยี BECCS ยังจะช่วยลดต้นทุนทางภาษีที่เกิดจากมาตรการจัดเก็บภาษีก๊าซเรือนกระจกก่อนข้ามพรมแดนสำหรับสินค้านำเข้า (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรปได้อีกทางหนึ่ง จึงนับเป็นโอกาสที่จะช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทั้งในภาพรวมของประเทศ และสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานจากแหล่งผลิตที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี BECCS

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
ทีมวิจัยวัสดุและระบบเพื่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม (ดร.เปรมฤดี กาญจนปิยะ)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4452
อีเมล premrudk@mtec.or.th

The post จับตา ‘เทคโนโลยีการผลิตพลังงานชีวภาพด้วยการดักจับและกักเก็บคาร์บอน’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>