ความเป็นกลางทางคาร์บอน Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/ National Metal and Materials Technology Center Mon, 12 Jan 2026 03:25:32 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico ความเป็นกลางทางคาร์บอน Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/ 32 32 เป้าหมายใหญ่ของโลก จาก ‘คาร์บอนเป็นศูนย์’ …สู่ ‘การฟื้นฟูธรรมชาติ’ https://www.mtec.or.th/carbon-neutral/ Mon, 05 Jan 2026 04:03:27 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42618 เป้าหมายหลักตามความตกลงปารีสเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ คือการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และมุ่งสู่การจำกัดให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม

The post เป้าหมายใหญ่ของโลก จาก ‘คาร์บอนเป็นศูนย์’ …สู่ ‘การฟื้นฟูธรรมชาติ’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

เป้าหมายใหญ่ของโลก จาก ‘คาร์บอนเป็นศูนย์’ …สู่ ‘การฟื้นฟูธรรมชาติ’

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

เป้าหมายหลักตามความตกลงปารีสเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ คือการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และมุ่งสู่การจำกัดให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม

ด้วยเหตุนี้ ประเทศและองค์กรต่างๆ จึงกำหนดเป้าหมายที่มีระดับความเข้มข้นในระดับต่างๆ เพื่อสร้างเส้นทางสู่ความยั่งยืน

เป้าหมายแรกสุดคือ ‘ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ (Carbon Neutrality) หมายถึง การทำให้การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์โดยการลดการปล่อยแก๊สนี้จากกิจกรรมต่างๆ ควบคู่กับการชดเชย เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน การซื้อคาร์บอนเครดิต และการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แนวคิดนี้เป็นมาตรการเบื้องต้นที่องค์กรจำนวนมากเลือกใช้

เมื่อยกระดับขึ้นไปอีกขั้นคือ ‘การปล่อยแก๊สเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์’ (Net Zero Emissions) ก็จะครอบคลุมแก๊สเรือนกระจกทุกชนิด โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่าให้มากที่สุด ก่อนจะดำเนินการกำจัดแก๊สเรือนกระจกที่เหลืออยู่ เพื่อให้ยอดสุทธิเป็นศูนย์ ตัวอย่างเช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และการใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage – CCS)

เหนือกว่านั้นขึ้นไปอีกคือ ‘การปล่อยคาร์บอนติดลบ’ (Carbon Negative) หรือ ‘ผลบวกต่อภูมิอากาศ’ (Climate Positive) ซึ่งหมายถึง การกำจัดแก๊สเรือนกระจกออกจากบรรยากาศให้มากกว่าที่ปลดปล่อยออกไป เช่น การใช้เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนจากอากาศโดยตรง การปลูกป่าขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว และการทำเกษตรกรรมแบบฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ที่ช่วยกักเก็บคาร์บอนในดิน

ในเชิงอุดมคติ เป้าหมายสูงสุดคือ ‘การไม่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกเป็นศูนย์สัมบูรณ์’ (Absolute Zero) ซึ่งหมายถึงการไม่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากกิจกรรมใดๆ เลย โดยไม่พึ่งพาการชดเชยใดๆ แม้แนวคิดนี้จะทำได้ยากในทางปฏิบัติ แต่ก็เป็นทิศทางที่มนุษยชาติควรมุ่งไปในอนาคต

แนวคิดอีกแบบหนึ่งคือ ‘ผลบวกต่อธรรมชาติ’ (Nature Positive) ซึ่งไม่เพียงแต่ลดหรือชดเชยการปล่อยแก๊สเรือนกระจก แต่ยังมุ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้ดีกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น การฟื้นฟูป่าชายเลนและแหล่งหญ้าทะเล การปกป้องสัตว์ป่าและพันธุ์พืชใกล้สูญพันธุ์ การใช้น้ำอย่างยั่งยืน และการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ช่วยลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ

การยกระดับความมุ่งมั่นจากการลดผลกระทบไปสู่การสร้างผลบวกคืนให้แก่โลก คือเส้นทางสำคัญที่จะทำให้โลกยังคงเป็นบ้านที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป

ในการประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือ NAC 2026 ช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 มีหัวข้อหลักของงานคือ ‘เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ โดยจะมีประเด็น ‘ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ และ ‘การปล่อยแก๊สเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์’ ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน โปรดติดตามตามความสนใจ

The post เป้าหมายใหญ่ของโลก จาก ‘คาร์บอนเป็นศูนย์’ …สู่ ‘การฟื้นฟูธรรมชาติ’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
‘SAF เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน’ สำหรับอุตสาหกรรมการบินโลก https://www.mtec.or.th/saf/ Wed, 03 Sep 2025 05:44:20 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=40229 โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังนั้น การที่จะลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้ได้ผล จำเป็นที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันกำหนดเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

The post ‘SAF เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน’ สำหรับอุตสาหกรรมการบินโลก appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

‘SAF เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน’ สำหรับอุตสาหกรรมการบินโลก

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังนั้น การที่จะลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้ได้ผล จำเป็นที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันกำหนดเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

การขนส่งทางอากาศเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของมนุษย์ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO (The International Civil Aviation Organization) ระบุว่า อุตสาหกรรมการบินมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกราว 2-3% จึงตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว (ค.ศ.2024-2070) โดยควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการบินระหว่างประเทศไม่ให้เกิน 85% ของปริมาณการปล่อยคาร์บอนในปี ค.ศ.2019

มาตรการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ ICAO กำหนดมี 4 แนวทาง ได้แก่ การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องบิน การปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานการบิน/สนามบิน การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuels) และการใช้ตลาดคาร์บอนผ่านกลไกการชดเชยและการลดคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ หรือ CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation)

มาตรการการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนหรือ SAF น่าจะเป็นทางออกที่สามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เนื่องจากมีสัดส่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 65% เมื่อเทียบกับมาตรการอื่นๆ อีกทั้ง SAF ยังสามารถผสมกับน้ำมันอากาศยานที่ผลิตจากฟอสซิล หรือ Jet A-1 ได้ในอัตราส่วนสูงสุด 50% โดยปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า และไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ การดำเนินการตามมาตรการนี้คาดว่าจะช่วยลดมลพิษได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับน้ำมันอากาศยานแบบเดิม

สหภาพยุโรปกำหนดเป้าหมายให้สายการบินที่บินเข้า-ออกยุโรปต้องใช้ SAF ในสัดส่วน 2% ภายในปี ค.ศ.2025 นี้ และจะเพิ่มขึ้นทุก 5 ปี โดยมีค่าสูงสุดที่ 70% ภายในปี ค.ศ. 2050

สำหรับภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์กำหนดการใช้ SAF 1% ภายในปีนี้เช่นเดียวกันกับการพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT (The Civil Aviation Authority of Thailand)

อย่างไรก็ดี การบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายนี้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าในการส่งเสริมการขยายขนาดการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน เนื่องจากราคาของ SAF สูงกว่าน้ำมัน Jet-A1 2.5 เท่า กำลังการผลิตทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ และวัตถุดิบตั้งต้น (feedstock) ต้องผ่านมาตรฐานความยั่งยืนตามมาตรฐาน CORSIA

ในตอนหน้าจะกล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมการใช้ SAF ของไทย ตลอดจนบทบาทของ เอ็มเทค สวทช. ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนและอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ

ติดต่อสอบถามข้อมูล:
ดร.เสกสรร พาป้อง ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4771
อีเมล: seksanp@mtec.or.th

The post ‘SAF เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน’ สำหรับอุตสาหกรรมการบินโลก appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>