โรงไฟฟ้า Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/โรงไฟฟ้า/ National Metal and Materials Technology Center Fri, 03 Jul 2026 08:28:36 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.2 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico โรงไฟฟ้า Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/โรงไฟฟ้า/ 32 32 วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีนสำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม https://www.mtec.or.th/circular-carbon-catch/ Fri, 03 Jul 2026 07:02:47 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46465 "Circular-Carbon-CATCH" วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีนสำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม คือความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมวัสดุดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

The post วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีนสำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีนสำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม

เรียบเรียงโดย
ทีมวิจัยเซรามิกคะตะลิสต์และคาร์บอน
กลุ่มวิจัยเซรามิกส์และวัสดุก่อสร้าง

ผลงาน “Circular-Carbon-CATCH” วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีนสำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม คือความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมวัสดุดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร/อุตสาหกรรมอาหารอย่าง “กากมันสำปะหลัง” มาสร้างมูลค่าใหม่ ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ด้วยเทคนิคไพโรไลซิสร่วมกับการกระตุ้นทางเคมี การขึ้นรูปเป็นเม็ดด้วยเทคนิคการอัดรีด (Extrusion) ไปจนถึงการปรับปรุงพื้นผิวด้วยสารประกอบเอมีน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถสูงสุดในการดักจับ CO2

วัสดุไฮบริดคาร์บอน-เอมีน หรือ Circular-Carbon-CATCH มีพื้นที่ผิวสูงถึง 1,165 m2/g และมีโครงสร้างรูพรุนขนาดเล็กมากในระดับ “ไมโครพอร์” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดักจับ CO2 โจทย์ที่ท้าทายคือการทำงานได้ดีภายใต้อุณหภูมิสูงของโรงไฟฟ้า จึงได้มีการปรับปรุงพื้นผิวของวัสดุดักจับด้วยสารประกอบเอมีน (PEI )ซึ่งแม้จะทำให้พื้นที่ผิวปรับลดลงมาบ้าง แต่ยังคงรักษาโครงสร้างรูพรุนไมโครพอร์ไว้ได้ดังเดิม

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพการดักจับ CO2 ในสภาวะจำลองก๊าซไอเสียสังเคราะห์จากโรงไฟฟ้าด้วยเตาปฏิกรณ์ วัสดุนี้สามารถดูดซับ CO2 ได้สูงสุดถึง 50-70 mg/g สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ซ้ำ (Regeneration) ได้มากกว่า 20 รอบ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการใช้วัสดุได้อย่างมาก สำหรับการพิสูจน์ประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมจริง ทีมวิจัยได้ผลักดันนวัตกรรมนี้ออกสู่ภาคสนาม โดยนำระบบดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่หรือ CO2 capture mobile unit ไปดักจับ CO2 ในก๊าซไอเสียจริงที่ปลดปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า ท่ามกลางสภาวะหน้างานที่มีความผันผวนสูง ซึ่งวัสดุดูดซับนี้สามารถดักจับ CO2 ได้จริง มีประสิทธิภาพสูงถึง 40-70% คิดเป็นปริมาณการลดการปลดปล่อย CO2 1.3-6.5 กิโลกรัมต่อวัน หรือ 0.5-2 ตันคาร์บอนต่อปี การประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ยังได้ยืนยันว่า วัสดุดักจับ CO2 นี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมได้ถึง 50% โดยมีต้นทุนการดักจับ CO2 ที่ต่ำกว่าเทคโนโลยีที่ใช้งานในปัจจุบันนี้ ทำให้มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์และมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก

นวัตกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังถูกออกแบบมาให้เป็นโมเดลธุรกิจครบวงจรหรือ CCAaS (Carbon Center as a Service) สำหรับผู้ให้บริการจัดการดักจับ CO2 แก่ภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การติดตั้งอุปกรณ์ การขนส่ง ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์หรือกักเก็บ (CCUS) ช่วยให้ผู้ประกอบการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันที โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการลงทุนสร้างระบบรากฐานที่มีต้นทุนสูง (CAPEX) ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นการเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็น “Upcycled Carbon Asset” หรือสินทรัพย์คาร์บอนมูลค่าสูง ผ่านกลยุทธ์ Waste-to-Value cascading หรือการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดจากของเสียเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างรายได้เสริมได้อย่างยั่งยืนให้เจ้าของ waste อีกด้วย

ปัจจุบัน Circular-Carbon-CATCH พร้อมแล้วที่จะส่งมอบเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ร่วมสร้างความยั่งยืน พร้อมสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสีเขียวที่คิดค้นและผลิตได้เองในประเทศอย่างแท้จริง

ดร.ดวงเดือน อาจองค์
โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4230
Email : duangdua@mtec.or.th

ดร.ศุภวรรณ วิชพันธุ์
โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4202
Email : supawank@mtec.or.th

ทีมวิจัยเซรามิกคะตะลิสต์และคาร์บอน
กลุ่มวิจัยเซรามิกส์และวัสดุก่อสร้าง
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช.

 

The post วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีนสำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
‘ฐานข้อมูลชีวมวล’ ยกระดับโรงไฟฟ้าไทย สู่พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน https://www.mtec.or.th/biomass/ Fri, 06 Mar 2026 07:07:43 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=43518 พลังงานชีวมวลเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่มีบทบาทสำคัญของประเทศไทย แต่ในทางปฏิบัติ โรงไฟฟ้าชีวมวลยังเผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งด้านคุณภาพเชื้อเพลิง ความเสียหายของอุปกรณ์ และการหยุดเดินเครื่องซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

The post ‘ฐานข้อมูลชีวมวล’ ยกระดับโรงไฟฟ้าไทย สู่พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

‘ฐานข้อมูลชีวมวล’ ยกระดับโรงไฟฟ้าไทย สู่พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

พลังงานชีวมวลเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่มีบทบาทสำคัญของประเทศไทย แต่ในทางปฏิบัติ โรงไฟฟ้าชีวมวลยังเผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งด้านคุณภาพเชื้อเพลิง ความเสียหายของอุปกรณ์ และการหยุดเดินเครื่องซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลของไทยอย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยร่วมงานกับองค์กรที่มีข้อมูลด้านชีวมวลอยู่แล้ว พร้อมเสริมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแหล่งทรัพยากรและองค์ประกอบทางเคมีของเชื้อเพลิง เพื่อช่วยให้การผลิตไฟฟ้ามีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หัวใจของงานวิจัย คือการ ‘เข้าใจปัญหาที่แท้จริง’ ทีมวิจัยของเอ็มเทคลงพื้นที่ศึกษาโรงไฟฟ้าชีวมวลหลายแห่ง เก็บข้อมูลตัวอย่างท่อที่เกิดความเสียหายและตัวอย่างเชื้อเพลิงชีวมวล เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา จากนั้นจึงพัฒนาแนวทางแก้ไขที่ตรงจุดและใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม

นอกจากระบบการผลิตไฟฟ้า เอ็มเทคยังให้ความสำคัญกับต้นทางของพลังงาน คือกระบวนการเก็บเกี่ยวชีวมวล โดยพัฒนาและออกแบบรถเก็บเกี่ยวชีวมวลให้มีมาตรฐาน ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ เพื่อทดแทนการใช้เครื่องจักรดัดแปลงที่อาจดูแลรักษายาก การออกแบบเครื่องจักรให้เป็นต้นแบบมาตรฐานจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว ทำให้ใช้งานเครื่องจักรได้อย่างคุ้มค่า
นอกจากนี้ ปัญหาการกัดกร่อนและการสึกหรอของอุปกรณ์ในโรงไฟฟ้าก็เป็นสาเหตุหลักของการหยุดเดินเครื่อง เอ็มเทคจึงพัฒนาเครื่องมือทดสอบการกัดกร่อน เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงและความเสียหายของอุปกรณ์ให้แม่นยำยิ่งขึ้น

ในระยะยาว เอ็มเทคมีเป้าหมายจัดตั้งแพลตฟอร์มให้คำปรึกษาด้านเทคนิคสำหรับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวลทั่วประเทศ โดยอาศัยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลแหล่งเชื้อเพลิง พื้นที่เพาะปลูก และข้อมูลทางเคมีที่จำเป็นต่อการผลิตไฟฟ้า ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการเดินเครื่องและการซ่อมบำรุงได้ดีขึ้น ลดการหยุดชะงักของระบบ และเพิ่มเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้า

เอ็มเทคยังได้ขยายขอบเขตข้อมูลเชื้อเพลิงชีวมวลโดยเพิ่มข้อมูลธาตุสำคัญ เช่น โพแทสเซียม คลอรีน และซิลิคอน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อุปกรณ์เกิดการกัดกร่อนและสึกหรอ ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมเชื้อเพลิงจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ยอดอ้อยและใบอ้อย และมีส่วนสำคัญในการช่วยลดความเสียหายของอุปกรณ์ และลดการหยุดเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า

ในงานประชุมประจำปีของ สวทช. หรือ NAC 2026 ภายใต้หัวข้อ เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มุ่งเน้นประเด็นความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จะมีการนำเสนอหัวข้อสัมมนา ‘ร่วมสร้างฐานข้อมูลอัจฉริยะ ลดความสูญเสีย เพิ่มเสถียรภาพ เปลี่ยนชีวมวลไทยให้เป็นพลังงานที่ยั่งยืน’ เพื่อให้การขับเคลื่อนพลังงานชีวมวลของไทยมีความมั่นคงและยั่งยืน

ติดต่อสอบถามข้อมูล
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789 อีเมล: rapeepr@mtec.or.th

The post ‘ฐานข้อมูลชีวมวล’ ยกระดับโรงไฟฟ้าไทย สู่พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>