Nature-based Solutions Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/nature-based-solutions/ National Metal and Materials Technology Center Mon, 22 Jun 2026 05:16:42 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico Nature-based Solutions Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/nature-based-solutions/ 32 32 Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ https://www.mtec.or.th/nature-positive-121/ Mon, 22 Jun 2026 05:13:36 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46073 ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง

The post Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง

เป้าหมายระดับโลกตามแนวคิด Nature Positive ท้าทายมาก นั่นคือ หยุดยั้งและพลิกฟื้นธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให้กลับมาเติบโตภายในปี ค.ศ.2030 เพื่อให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนได้จริงภายในปี ค.ศ2050

การประเมินผลจะใช้ปี ค.ศ 2020 เป็นปีฐาน เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยตั้งเป้าหมายให้เกิด ‘ผลบวกสุทธิ’ ต่อธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างสมบูรณ์ภายในปี ค.ศ.2050

‘ไผ่’ เป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวคิด Nature Positive เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงการฟื้นฟูระบบนิเวศ การคัดเลือกพันธุ์และการจัดการแปลงปลูกด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ประโยชน์ไผ่ในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

เอ็มเทค โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ร่วมกับทีมวิจัยวิศวกรรมไม้เพื่อความยั่งยืน ได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากการปลูกและใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ไผ่แปรรูปเชิงวิศวกรรม เพื่อประเมินศักยภาพของห่วงโซ่คุณค่าไผ่ในการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ

หัวใจของการประเมินคือ การใช้ข้อมูลและวิธีการวัดผลที่โปร่งใส เพื่อให้การปลูกไผ่เป็นมากกว่ากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมทั่วไป กล่าวคือเป็นการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions, NbS) ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง และช่วยลดความเสี่ยงด้านการฟอกเขียว (Greenwashing)

ตัวชี้วัดครอบคลุมหลายมิติ ทั้งพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การกลับมาของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บในเนื้อไม้และดิน ตลอดจนปริมาณการกักเก็บน้ำและความชื้นในพื้นที่

ข้อมูลสำคัญต่างๆ มาจากการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) การสำรวจด้วยโดรน และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการติดตาม การประเมินผล และการวางแผนเชิงนโยบาย

นอกจากนี้ การจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพเชิงพื้นที่ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการประเมินบริการระบบนิเวศและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด Nature Positive อีกด้วย

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานไผ่และไม้เศรษฐกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการแปลงปลูก การผลิตตามมาตรฐานความยั่งยืน การลดการใช้พลังงานและของเสียในกระบวนการแปรรูป ควบคู่กับการจัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory, LCI) ข้อมูลความยั่งยืน และการประเมินบริการทางระบบนิเวศ เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือสำคัญ’ ในการวัดและติดตามผลกระทบอย่างเป็นระบบ

‘ชุดเครื่องมือสำคัญ’ นี้ช่วยให้การใช้ประโยชน์ไผ่และไม้เศรษฐกิจเป็น Nature-based Solutions (NbS) ที่ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาล และนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากการ ‘ลดผลกระทบ’ สู่การ ‘สร้างผลลัพธ์เชิงบวก’ ให้แก่ธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th

The post Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ https://www.mtec.or.th/nature-positive-120/ Mon, 22 Jun 2026 05:00:11 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46067 ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต

The post Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่สมดุลระหว่างมนุษย์ เศรษฐกิจ และธรรมชาติ แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ ‘ลดผลกระทบ’ ต่อสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงการ ‘ฟื้นฟูธรรมชาติให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ อย่างเป็นรูปธรรม

Nature Positive คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมจากการพยายาม ‘ทำลายให้น้อยลง’ ไปสู่การ ‘ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ ซึ่งเป็นการยกระดับเป้าหมายจากแค่การป้องกันไม่ให้ธรรมชาติแย่ลง หรือชดเชยให้เสมอตัว (No Net Loss) มาเป็นการสร้างผลกำไรสุทธิ (Net Gain) กลับคืนสู่ระบบนิเวศ

เป้าหมายเร่งด่วนคือ การพลิกฟื้นกราฟ (Bend the curve) ความเสียหายของธรรมชาติให้กลับเป็นขาขึ้นภายในปี ค.ศ.2030 และบรรลุวิสัยทัศน์ที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนได้อย่างแท้จริงภายในปี ค.ศ.2050

แนวคิดนี้ยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระดับโลก ทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน ผ่านกรอบนโยบายและมาตรฐานต่าง ๆ เช่น Global Biodiversity Framework (GBF) หรือกรอบการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures: TNFD) ที่ผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับ ‘ทุนทางธรรมชาติ’  มากขึ้น เพราะธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป แต่คือรากฐานของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

แนวทางของ Nature Positive Initiative (NPI) ตั้งเป้าหมายการหยุดยั้งและฟื้นกลับการสูญเสียธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 โดยประเมินผลลัพธ์อ้างอิงข้อมูลปี ค.ศ.2020 เป็นปีฐานและติดตามการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อมา ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น พื้นที่ธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ รวมถึงศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนและรักษาสมดุลน้ำ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่อย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากช่วยดูดซับคาร์บอนแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต สร้างรายได้ให้ชุมชนจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าจากคาร์บอนเครดิตหรือเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credit) อันสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตทางธุรกิจสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติได้

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory: LCI) ข้อมูลด้านความยั่งยืน รวมถึงการประเมินบริการทางระบบนิเวศ (Ecosystem Services) ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) ให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้  เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือที่น่าเชื่อถือ’ ที่ช่วยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Nature Positive และ Nature-based Solutions ของประเทศไทยต่อไป

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th

The post Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>