NetZero Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/netzero/ National Metal and Materials Technology Center Thu, 06 Aug 2026 02:27:30 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.4 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico NetZero Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/netzero/ 32 32 ปลดล็อคอุตสาหกรรมไทย ก้าวข้ามกำแพงภาษี CBAM ด้วย LCI https://www.mtec.or.th/cbam_lci/ Thu, 06 Aug 2026 02:26:45 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=47229 เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของไทย (Net Zero) ถูกขยับให้เร็วขึ้นเป็นปี พ.ศ. 2593 และความท้าทายจากมาตรการการค้าระหว่างประเทศที่เริ่มมีข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัว

The post ปลดล็อคอุตสาหกรรมไทย ก้าวข้ามกำแพงภาษี CBAM ด้วย LCI appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ปลดล็อคอุตสาหกรรมไทย ก้าวข้ามกำแพงภาษี CBAM ด้วย LCI

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของไทย (Net Zero) ถูกขยับให้เร็วขึ้นเป็นปี พ.ศ. 2593 และความท้าทายจากมาตรการการค้าระหว่างประเทศที่เริ่มมีข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัว

การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero จำเป็นต้องอาศัย การประเมินวัฏจักรชีวิต หรือ LCA (Life Cycle Assessment) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยความน่าเชื่อถือของผลการประเมินขึ้นกับการจัดทำบัญชีรายการวัฏจักรชีวิต หรือ LCI (Life Cycle Inventory) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญตามมาตรฐาน ISO 14040 และ ISO 14044

ปัจจุบัน สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ภายใต้เอ็มเทค สวทช. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้พัฒนา “ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตแห่งชาติ” ที่มีการบันทึกการใช้ทรัพยากร วัตถุดิบ พลังงาน ตลอดจนการปลดปล่อยมลพิษและของเสียสู่สิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต เพื่อใช้เป็นค่าอ้างอิงในระดับประเทศ

จุดเด่นสำคัญคือ “ความแม่นยำจำเพาะ” เช่น ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thai Grid Mix) และค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่สะท้อนถึงกิจกรรมการผลิตวัสดุพื้นฐาน ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการไทยไม่ต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงเกินจริงจากการใช้ค่ากลางสากล (Global Default) ที่มักประเมินค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าความเป็นจริง จนส่งผลให้เสียเปรียบทางการแข่งขัน

“ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตแห่งชาติ” นี้เปรียบเสมือนเครื่องมือช่วยระบุ “จุดวิกฤต” หรือขั้นตอนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดในกระบวนการผลิต ช่วยให้ภาคเอกชนนำข้อมูลไปจัดทำแผนลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างตรงจุด เช่น การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่มีแผนการลดคาร์บอนขององค์กรลง ร้อยละ 30 ผ่านการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำอย่างปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และลดภาระต้นทุนจากมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอนของสหภาพยุโรป (CBAM)

ยิ่งไปกว่านั้น องค์ความรู้จากการพัฒนา “ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตแห่งชาติ” ยังขยายผลไปสู่การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อาทิ การประเมินร่องรอยการใช้น้ำ (Water Footprint) การจัดทำฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ และการออกแบบนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลคาร์บอนคือความจำเป็นทางธุรกิจ เพื่อรองรับข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทในกลุ่ม SET50 ที่เริ่มมีผลในปี พ.ศ. 2569 ตลอดจนร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ซึ่งกำหนดให้ภาคเอกชนกว่า 3,200 ราย ต้องรายงานข้อมูลภาคบังคับในช่วงปี พ.ศ. 2571–2572 ก่อนเข้าสู่ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดเก็บภาษีคาร์บอนอย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2573

การมีฐานข้อมูล LCI ที่น่าเชื่อถือและปรับใช้กับกระบวนการผลิตเพื่อลดคาร์บอนได้จริงนั้น เป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมไทย ให้ข้ามผ่านกำแพงภาษีและกติกาการค้าโลกด้านสิ่งแวดล้อมได้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อ สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เอ็มเทค สวทช. หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mtec.or.th/tiis/

The post ปลดล็อคอุตสาหกรรมไทย ก้าวข้ามกำแพงภาษี CBAM ด้วย LCI appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
‘คาร์บอนจับคาร์บอน’ รับมือ ‘โลกร้อน’ https://www.mtec.or.th/carbon-catch/ Fri, 25 Oct 2024 06:40:32 +0000 http://10.228.23.44:38014/?p=29444 กิจกรรมของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลิต การขนส่งและการผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ตลอดจนการตัดไม้ทำลายป่า ล้วนส่งผลให้ชั้นบรรยากาศมีแก๊สเรือนกระจกในปริมาณเพิ่มขึ้น

The post ‘คาร์บอนจับคาร์บอน’ รับมือ ‘โลกร้อน’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

‘คาร์บอนจับคาร์บอน’ รับมือ ‘โลกร้อน’

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

กิจกรรมของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลิต การขนส่งและการผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ตลอดจนการตัดไม้ทำลายป่า ล้วนส่งผลให้ชั้นบรรยากาศมีแก๊สเรือนกระจกในปริมาณเพิ่มขึ้น แนวทางหนึ่งในการบรรเทาปัญหานี้คือ การใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

เทคโนโลยีดักจับ CO2 ในปัจจุบันนิยมใช้สารเอมีน (amine) ที่อยู่ในสถานะของเหลว วิธีนี้มีต้นทุนสูง ใช้พื้นที่มาก อีกทั้งยังมีปัญหาการนำเอมีนกลับมาใช้ซ้ำ ทีมวิจัยของเอ็มเทคจึงพัฒนาวัสดุพรุนคาร์บอนที่เป็นของแข็งหรือ Carbon-CATCH โดยนำถ่านชาร์จากการผลิตพลังงานจากของเหลือทิ้งทางการเกษตรและอุตสาหกรรมมาผ่านกระบวนการเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชัน (gasification) และไพโรไลซิส (pyrolysis) เพื่อสร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ในการดักจับ CO2 ที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือชีวมวล และจากอุตสาหกรรมอื่นๆ วิธีการนี้เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า และช่วยให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างครบวงจร

ถ่านชาร์จากกากมันสำปะหลังและยางรถยนต์เก่าได้รับการปรับสภาพให้เป็นวัสดุพรุนคาร์บอนด้วยเทคนิคที่ทีมวิจัยเคยพัฒนามาก่อน โดยกระตุ้นให้มีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้นจากประมาณ 300 ตารางเมตรต่อกรัมเป็น 1000-1100 ตารางเมตรต่อกรัม

แม้ว่าวัสดุพรุนคาร์บอนที่ได้จะสามารถดูดซับ CO2 ได้แล้วก็ตาม แต่ทีมวิจัยยังเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับให้สูงขึ้นอีกโดยการนำวัสดุพรุนคาร์บอนมาปรับปรุงพื้นผิวด้วยสารกลุ่มเอมีน เพื่อทำให้วัสดุพรุนคาร์บอนดังกล่าวมีกลไกการดักจับ CO2 ทั้งแบบกายภาพ (physisorption) และแบบเคมี (chemisorption) วิธีการนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานที่อุณหภูมิสูงได้เป็นอย่างดี

วัสดุดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่พัฒนาโดยทีมวิจัยเอ็มเทค

ทีมวิจัยทดสอบประสิทธิภาพการดักจับของวัสดุดูดซับในสภาวะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์และแก๊สจำลองที่มีองค์ประกอบคล้ายคลึงกับแก๊สที่ปลดปล่อยจากปลายปล่องโรงไฟฟ้า ทั้งในระดับไมโครสเกลเพื่อดูแนวโน้ม และระดับห้องปฏิบัติการเพื่อดูประสิทธิภาพในระบบที่ใหญ่ขึ้น พบว่าวัสดุดูดซับมีประสิทธิภาพการดักจับ CO2 ได้ 180-200 มิลลิกรัมต่อกรัม (หรือ CO2 efficiency 30-50%) และใช้ซ้ำได้มากกว่า 20 รอบโดยมีประสิทธิภาพลดลงต่ำกว่า 5%

จากการประเมิน LCA (Life Cycle Analysis) พบว่าการนำวัสดุดูดซับ Carbon-CATCH ไปใช้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินจะช่วยลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้าได้ราว 50%

ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังทดสอบวัสดุดูดซับนี้โดยการใช้งานจริงในโรงงานไฟฟ้า และมีแผนที่จะออกแบบระบบนำคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดักจับได้ออกจากวัสดุดูดซับเพื่อนำกลับมาใช้ เช่น ผลิตกรีนซีเมนต์ หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อให้การใช้ประโยชน์เป็นไปแบบครบวงจร

สนใจโปรดติดต่อ
ทีมวิจัยเซรามิกคะตะลิสต์และคาร์บอน (ดร.ดวงเดือน อาจองค์ และ ดร.ศุภวรรณ วิชพันธุ์)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์ 0-2564-6500 ต่อ 4230
อีเมล duangdua@mtec.or.th

The post ‘คาร์บอนจับคาร์บอน’ รับมือ ‘โลกร้อน’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>