ข่าวและกิจกรรม – TIIS https://www.mtec.or.th/tiis Technology and Informatics Institute for Sustainability Mon, 17 Aug 2026 09:06:46 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0.4 https://www.mtec.or.th/tiis/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico ข่าวและกิจกรรม – TIIS https://www.mtec.or.th/tiis 32 32 สวทช. ปักหมุด “Food Surplus Credit” เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย https://www.mtec.or.th/tiis/food-surplus-credit-carbon-credit/ Mon, 17 Aug 2026 08:32:59 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12503

ข่าวและกิจกรรม

สวทช. ปักหมุด “Food Surplus Credit” เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

วันที่ 14 สิงหาคม 2569
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews ภายใต้โครงการ Thailand’s Food Bank ในหัวข้อ “The Food Surplus Credit: เจาะลึกมูลค่าคาร์บอนในอาหารส่วนเกิน วาระใหญ่ที่เอเชียต้องขยับ” โดย สวทช. ชูระเบียบวิธี T-VER เปลี่ยนอาหารส่วนเกินที่ปลอดภัยและบริจาคฟรีตามมาตรฐานของแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยอาหารสำหรับการบริจาคอาหาร ให้กลายเป็น ‘คาร์บอนเครดิต’ ที่ตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล คำนวณง่ายๆ วัดผล “ก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้” เพราะไม่ต้องนำขยะอาหารไปฝังกลบ แล้วหักลบด้วย “คาร์บอนระหว่างทาง” เช่น ไฟฟ้าที่ใช้ในการเก็บรักษา น้ำมันจากการขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการส่งต่ออาหาร ช่วยให้ภาคธุรกิจนำไปรายงานผล ESG ได้อย่างโปร่งใส พร้อมผลักดันวิธีการคำนวณเป็นต้นแบบระดับเอเชีย เพื่อกอบกู้อาหารส่วนเกินอย่างยั่งยืนและพาประเทศมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในอนาคต

ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ หัวหน้าโครงการ Thailand’s Food Bank และนักวิจัยนโยบายอาวุโส สวทช. กล่าวว่า ปัญหาอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น หากอาหารส่วนเกินที่ยังบริโภคได้ไม่ได้รับการกอบกู้หรือนำไปใช้ประโยชน์ อาจกลายเป็นขยะอาหารและถูกนำไปกำจัด ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งโครงการ Thailand’s Food Bank มุ่งสร้างกลไกการจัดการอาหารส่วนเกินที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยนำแนวคิด Food Surplus Credit หรือการประเมินคาร์บอนเครดิตเข้ามาเป็นตัวเร่ง ให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารเห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

คุณจันทิมา สำเนียงงาม หัวหน้าโครงการการพัฒนาแนวทางและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาหารส่วนเกิน และผู้ช่วยวิจัยอาวุโส TIIS เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า การขับเคลื่อนการบริจาคอาหารส่วนเกินให้เชื่อมโยงกับกลไกคาร์บอนเครดิตจำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูลที่มีคุณภาพและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ TIIS เอ็มเทค สวทช. ในฐานะหน่วยงานที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและระเบียบวิธีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกอบกู้และบริจาคอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ ข้อมูลมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ รองรับทั้งการพัฒนาคาร์บอนเครดิตและการรายงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและระดับสากลได้อย่างแท้จริง

สวทช. ชูระเบียบวิธี T-VER (T-VER-S-METH-09-09) หรือระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจสำหรับการจัดการอาหารส่วนเกินและนำไปบริจาคเพื่อบริโภค ซึ่งประกาศใช้โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาคเอกชนและมูลนิธินำการกอบกู้อาหารส่วนเกินมาคิดเป็น “คาร์บอนเครดิต” ได้อย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ โดยหลักการคำนวณจะคิดจาก “ก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้” จากการไม่ต้องเอาขยะอาหารไปฝังกลบ แล้วนำมาหักลบด้วย “คาร์บอนที่เกิดขึ้นระหว่างทาง” ไม่ว่าจะเป็นพลังงานที่ใช้ในการแช่เย็นและแช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพอาหาร การขนส่งเพื่อส่งต่ออาหาร การนำมาปรุงประกอบอาหารใหม่ หรือแม้แต่บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการส่งต่ออาหารส่วนเกิน ทั้งนี้อาหารส่วนเกินที่สามารถนำมาคิดคาร์บอนเครดิตได้นั้น ต้องเป็นอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ส่งต่อให้ฟรี ๆ ตามแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยอาหารสำหรับการบริจาคอาหาร อย่างไรก็ดี ระเบียบวิธีฉบับปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมเครื่องดื่ม โดยกลไกนี้ทำให้ทุกองค์กรนำตัวเลขไปรายงานด้านความยั่งยืนได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งได้ทั้งช่วยเหลือสังคม ลดโลกร้อน และช่วยผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ไปพร้อมกัน

“ตัวเลขคาร์บอนที่ซ่อนอยู่ในอาหารส่วนเกินคือโอกาสใหม่ของประเทศ เพราะจากการศึกษาและทำงานวิจัยร่วมกับเครือข่าย พบว่า เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีปริมาณอาหารส่วนเกินสูงมาก หากเราสามารถเปลี่ยนการบริจาคอาหารส่วนเกินนี้ให้เป็นคาร์บอนเครดิตได้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและแรงจูงใจใหม่ให้กับภาคธุรกิจ เข้ามามีส่วนร่วมในการลดขยะอาหาร”

“ล่าสุด คณะทีมวิจัยจาก TIIS เอ็มเทค สวทช. ได้เข้าร่วมประชุมกับ Asia Carbon Institute (ACI) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และหารือแนวทางการยกระดับระเบียบวิธีของประเทศไทยให้สอดคล้องกับกรอบการพัฒนาของ ACI และรองรับการประยุกต์ใช้ในระดับภูมิภาคเอเชีย การหารือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระเบียบวิธีที่พัฒนาขึ้นจากบริบทของประเทศไทยไม่ได้จำกัดเพียงการใช้งานในประเทศ แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นองค์ความรู้ที่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อร่วมกันลดขยะอาหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับภูมิภาค สวทช. พร้อมผลักดันโมเดล Thailand’s Food Bank และระเบียบวิธี T-VER ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย ให้เป็นต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินที่เชื่อมโยงกับกลไกคาร์บอนเครดิตในระดับภูมิภาค เพราะอาหารส่วนเกินไม่ใช่เพียงขยะที่ต้องกำจัด แต่คือ ‘มูลค่าคาร์บอนใหม่’ ที่สามารถสร้างคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย สวทช. พร้อมนำงานวิจัยและเทคโนโลยีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” คุณจันทิมา หัวหน้าโครงการฯ กล่าวย้ำ

]]>
เอ็มเทค สวทช. ผนึกเครือข่ายพันธมิตร ขับเคลื่อน “End-of-Waste” เปลี่ยนกากอุตสาหกรรมจากภาระสู่ทรัพยากรสำรอง สร้างโอกาสใหม่ในสายการผลิต https://www.mtec.or.th/tiis/end-of-waste/ Mon, 17 Aug 2026 07:38:47 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12460

ข่าวและกิจกรรม

เอ็มเทค สวทช. ผนึกเครือข่ายพันธมิตร ขับเคลื่อน “End-of-Waste” เปลี่ยนกากอุตสาหกรรมจากภาระสู่ทรัพยากรสำรอง สร้างโอกาสใหม่ในสายการผลิต

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

วันที่ 13 สิงหาคม 2569
ณ ห้องสยาม โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร จัดงานสัมมนา “End of Waste Innovation Showcase: พลิกวิกฤติของเสีย สู่โอกาสใหม่ในสายการผลิต” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มมูลค่ากากอุตสาหกรรม ยกระดับการจัดการของเสียด้วยนวัตกรรม และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานวิจัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

รศ.ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการเอ็มเทค กล่าวว่า กากอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ทั้งปัญหาการลักลอบทิ้ง มลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดหรือเผา ขณะเดียวกัน กากอุตสาหกรรมยังมีศักยภาพเป็น “ทรัพยากรสำรอง” จากคุณสมบัติและองค์ประกอบที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองจาก “ของเสีย” ไปสู่การใช้ประโยชน์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนสู่ “End-of-Waste” หรือการสิ้นสุดความเป็นของเสีย ไม่ได้อาศัยเพียงเทคโนโลยี แต่ต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนากฎระเบียบและนโยบายที่เอื้อต่อการนำกากอุตสาหกรรมกลับมาใช้ประโยชน์ โดยเอ็มเทคพร้อมทำหน้าที่เป็น “Innovation Arm” สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้การจัดการกากอุตสาหกรรมเกิดผลในทางปฏิบัติ

ภารกิจดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การวิจัยของเอ็มเทคภายใต้ธีม “Material Solution for Net Zero” ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีวัสดุสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมุ่งให้งานวิจัยทำหน้าที่เป็น “ทัพหน้า” ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมให้ภาคอุตสาหกรรมรับมือกับมาตรการด้านความยั่งยืนที่จะเข้มข้นขึ้น

ภายในงานมีการถ่ายทอดมุมมองและองค์ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานวิจัย อาทิ “Thailand End of Waste Inspiration” โดย ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ “Inclusive Sustainability: Circular Economy and End of Waste ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน” โดย นายวิสุทธ จงเจริญกิจ รองประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยหัวข้อ “เส้นทางอำพลฟูดส์ เดินหน้า NET ZERO ด้วยนวัตกรรมที่จับต้องได้ Sustainable Growth with Purpose” โดย ดร.กรณ์กณิศ แสงดี ผู้อำนวยการส่วนงานนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน กลุ่มอำพลฟูดส์

นอกจากนี้ ยังมีช่วง “From Lab to Line: Innovation highlight Pitching” นำเสนอนวัตกรรมโดยนักวิจัยจาก สวทช. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย รวมถึงหัวข้อ “Offsetting Carbon Emission from waste management แต้มต่อธุรกิจ ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมจากการเพิ่มมูลค่ากากอุตสาหกรรม” โดย ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เอ็มเทค

ช่วงบ่ายเป็นการแลกเปลี่ยนเรื่อง “กลไกการสนับสนุนธุรกิจสีเขียวจากภาครัฐ และ Financial Support” ครอบคลุมทุนสนับสนุนนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ แนวทางการเงินเพื่อรองรับ Net Zero และสินเชื่อสีเขียว ก่อนปิดท้ายด้วย “Innovation Start Here: Consult/Networking One on One Matching” เปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการหารือโจทย์การบริหารจัดการและเพิ่มมูลค่ากากอุตสาหกรรมเป็นรายกรณี

การจัดงานในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการกากอุตสาหกรรม ได้แก่ สวทช. กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย โดยมุ่งบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการจัดการกากอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาแนวทางและนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง อันจะนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดของเสีย และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

]]>
เอ็มเทค สวทช. จัดเวที “Build Circular: CE ก่อสร้างไทย ไปต่ออย่างไร?” ผนึกทุกภาคส่วนเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย https://www.mtec.or.th/tiis/build-circular-ce/ Mon, 17 Aug 2026 06:56:40 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12441

ข่าวและกิจกรรม

เอ็มเทค สวทช. จัดเวที “Build Circular: CE ก่อสร้างไทย ไปต่ออย่างไร?” ผนึกทุกภาคส่วนเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

วันที่ 5 สิงหาคม 2569
ณ ห้องจามจุรี บอลรูม บี ชั้น M โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพมหานคร

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเสวนา “Build Circular: CE ก่อสร้างไทย ไปต่ออย่างไร?” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความก้าวหน้าทางวิชาการ และข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และสถาบันการเงินเข้าร่วมงาน

โอกาสนี้ รศ.ดร. เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เอ็มเทค สวทช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีการใช้ทรัพยากรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนสูง จึงจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาฐานข้อมูล ตัวชี้วัด มาตรการจูงใจ และกลไกสนับสนุนที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย พร้อมผลักดันให้เกิดการนำไปใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ งานเสวนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งในระดับโลกและประเทศไทย รวมถึงร่วมกันจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและพัฒนา Roadmap เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ความยั่งยืน

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษและการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน นำเสนอความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทั้งแนวโน้มมาตรการระดับสากล การพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัด CE งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการก่อสร้างสีเขียว ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองด้านมาตรการจูงใจ การส่งเสริมอาคารเขียว การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ (Green Public Procurement: GPP) และกลไกสนับสนุนจากภาคการเงิน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและพัฒนา Roadmap การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของเอ็มเทค สวทช. ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างคาร์บอนต่ำ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคการเงิน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

]]>
เอ็มเทค สวทช. ร่วมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาระเบียบวิธีคาร์บอนเครดิตกับ Asia Carbon Institute และเข้าร่วมงาน IETA Asia Climate Summit 2026 https://www.mtec.or.th/tiis/ieta-asia/ Thu, 23 Jul 2026 08:58:48 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12408

ข่าวและกิจกรรม

เอ็มเทค สวทช. ร่วมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาระเบียบวิธีคาร์บอนเครดิตกับ Asia Carbon Institute และเข้าร่วมงาน IETA Asia Climate Summit 2026

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 คณะนักวิจัยจาก สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เข้าร่วมการประชุม ACI × NSTDA Methodology Implementation Workshop ซึ่งจัดขึ้นภายใต้การประชุม IETA Asia Climate Summit (ACS) 2026 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre (HKCEC) เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาระเบียบวิธีคาร์บอนเครดิตระหว่าง NSTDA และ Asia Carbon Institute (ACI)  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mtec.or.th/mtec-meth-x-aci_fn/

]]>
TIIS ร่วมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการประเมิน Carbon Footprint จากข้อมูล CAN Bus ในยานยนต์ไฟฟ้า สู่การขอรับรอง Carbon Credit https://www.mtec.or.th/tiis/can-bus/ Thu, 23 Jul 2026 00:34:17 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12397

ข่าวและกิจกรรม

TIIS ร่วมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการประเมิน Carbon Footprint จากข้อมูล CAN Bus ในยานยนต์ไฟฟ้า สู่การขอรับรอง Carbon Credit

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์ และนางสาวข้าวประดับดิน สงมา จากสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) มีส่วนร่วมในการจัดหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ การประเมิน Carbon Footprint จากข้อมูล CAN Bus ภายในยานยนต์ไฟฟ้า สู่การขอรับรอง Carbon Credit (ครั้งที่ 1)” (Assessing Carbon Footprint Using CAN Bus Data in Electric Vehicles for Carbon Credit Certification) เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคาร NECTEC อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย โดยจัดขึ้นร่วมกับทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบชาร์จและกักเก็บพลังงาน (TECE)

การอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า โดยประยุกต์ใช้ข้อมูล CAN Bus สำหรับการคำนวณ Carbon Footprint และการต่อยอดสู่การขอรับรอง Carbon Credit ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาระบบขนส่งที่ยั่งยืน

เนื้อหาการอบรมครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ แนวคิดการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์และองค์กร หลักการและวิธีการคำนวณ Carbon Footprint จากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจากข้อมูล CAN Bus ตลอดจนเกณฑ์และแนวทางการขอรับรอง Carbon Credit รวมถึงแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ

]]>
สวทช. และ Asia Carbon Institute ลงนามความร่วมมือด้านระเบียบวิธีคาร์บอนเครดิต เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการตลาดคาร์บอน https://www.mtec.or.th/tiis/asia-carbon/ Tue, 21 Jul 2026 09:08:12 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12358

ข่าวและกิจกรรม

สวทช. และ Asia Carbon Institute ลงนามความร่วมมือด้านระเบียบวิธีคาร์บอนเครดิต เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการตลาดคาร์บอน

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ภายในงาน Asia Climate Summit 2026 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ในฐานะผู้แทนผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมกับ Asia Carbon Institute (ACI) โดย Mr. John Lo ประธานและผู้ก่อตั้ง Asia Carbon Institute (ACI) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการดำเนินงานร่วม (Joint Implementation Accord) เพื่อพัฒนาระเบียบวิธีคาร์บอนเครดิตร่วมกัน และส่งเสริมการเชื่อมโยงมาตรฐานตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) ในระดับภูมิภาค

ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mtec.or.th/mtec-asia-carbon-institute/

]]>
นักวิจัยหลังปริญญาเอก CEDAR–TIIS/MTEC นำเสนอผลงานวิจัยด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากขยะก่อสร้างและรื้อถอน ในการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC2026) https://www.mtec.or.th/tiis/cedar-tiis/ Tue, 21 Jul 2026 08:57:29 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12345

ข่าวและกิจกรรม

นักวิจัยหลังปริญญาเอก CEDAR–TIIS/MTEC นำเสนอผลงานวิจัยด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากขยะก่อสร้างและรื้อถอน ในการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC2026)

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

นายณัฐวุฒิ ขันใส นักวิจัยหลังปริญญาเอก ทีมวิจัยเศรษฐกิจหมุนเวียนและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบูรณาการเพื่อการฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน (CEDAR) สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ได้นำเสนอผลงานวิจัยแบบปากเปล่า (Oral Presentation) เรื่อง “Long-Term Environmental Impacts from Construction and Demolition Waste: Detached Houses in Bangkok, Thailand” ในการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NSTDA Annual Conference 2026: NAC2026) ภายใต้หัวข้อย่อย Session NAC-29 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 09.00–12.00 น. ณ ห้องประชุม CC-305 อาคาร 14 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

ผลงานวิจัยดังกล่าวมุ่งศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวที่เกิดจากขยะก่อสร้างและรื้อถอนของบ้านพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการจัดการทรัพยากรและของเสียในภาคการก่อสร้างตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

การนำเสนอผลงานวิจัยครั้งนี้ดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนทุน NSTDA Postdoctoral Fellow Scholarships Program และได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพค.)

]]>
TIIS ร่วมโครงการ China-ASEAN Youth Green Envoys Program 2026 เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาสีเขียวและคาร์บอนต่ำระหว่างจีนและอาเซียน https://www.mtec.or.th/tiis/china-asean-youth-green/ Fri, 03 Jul 2026 09:20:51 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12333

ข่าวและกิจกรรม

TIIS ร่วมโครงการ China-ASEAN Youth Green Envoys Program 2026 เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาสีเขียวและคาร์บอนต่ำระหว่างจีนและอาเซียน

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ โดย นางสาวข้าวประดับดิน สงมา ผู้ช่วยวิจัย เป็นผู้แทนเข้าร่วม China-ASEAN Youth Green Envoys Program · Guangxi 2026 ระหว่างวันที่ 14–19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองหนานหนิงและเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน

โครงการดังกล่าวจัดโดย Department of Ecology and Environment of Guangxi Zhuang Autonomous Region ร่วมกับ Guangxi Research Academy of Environmental Sciences (GRAES) ภายใต้แนวคิด “Youth Power for Low-Carbon Future” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเยาวชน นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติด้านการพัฒนาสีเขียว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เศรษฐกิจหมุนเวียน การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชมและศึกษาดูงานหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรมของมณฑลกว่างซี อาทิ Department of Ecology and Environment of Guangxi, Guangxi Research Academy of Environmental Sciences (GRAES), SAIC GM Wuling Automobile Co., Ltd., Liuzhou Industrial Museum รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรม National Low-Carbon Day 2026 in Guangxi และเวที International Dialogue on China-ASEAN Green and Low-carbon Development เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาสีเขียวร่วมกับผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบายจากประเทศจีน

การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้แทนจาก TIIS ได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการต่อยอดงานวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และการให้บริการวิชาการของสถาบันในด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน การประเมินความยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การเข้าร่วมโครงการระดับนานาชาติครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมาย Carbon Neutrality, Net Zero Emissions และ Sustainable Development Goals (SDGs) พร้อมทั้งเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศไทย จีน และประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค

 

]]>
การประชุมเปิดโครงการวิจัยและการให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินค่าคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิตของอาคาร https://www.mtec.or.th/tiis/lca-green-building/ Tue, 09 Jun 2026 07:57:51 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12248

ข่าวและกิจกรรม

การประชุมเปิดโครงการวิจัยและการให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินค่าคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิตของอาคาร

ปี 2026  |  ข่าวและกิจกรรม

การประชุมเปิดโครงการวิจัยและการให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินค่าคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิตของอาคาร

ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเซนจูรี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการดำเนินงาน ภายใต้โครงการ “การบูรณาการ การประเมินคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิตอาคาร และหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อพัฒนากลไกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผู้พัฒนาโครงการด้านการก่อสร้างและอสังหาริมท” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิตของอาคารที่อยู่อาศัยแนวราบและแนวสูง ประเมินและคาดการณ์ปริมาณขยะก่อสร้างและรื้อถอน พร้อมแนวทางจัดการและศักยภาพการรีไซเคิล รวมถึงประเมินค่าการหมุนเวียนของวัสดุก่อสร้าง และจัดทำร่างคู่มือสำหรับการเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำ การออกแบบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และการลดขยะในงานก่อสร้างซึ่งจะนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร. อศิรา เฟื่องฟูชาติ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ กล่าวเปิดประชุม

ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์  ที่ปรึกษาภายใต้โครงการฯ และในนามผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สวทช. บรรยายในหัวข้อ บทบาทของ สวทช. เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกรระจกและเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนของภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

อาจารย์ธานินทร์ ศรีเบญจรัตน์ ที่ปรึกษาภายใต้โครงการฯ และในนามรองประธานคลัสเตอร์วัสดุก่อสร้าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ EDGE – Green Building Business Development Lead Consultant International Finance Corporation, World Bank Group บรรยายในหัวข้อ ถอดรหัส: วัสดุก่อสร้างสีเขียว – วิธีการก่อสร้างแบบ Circular Economy สูู่ อาคารเขียว – เพื่อโอกาสทางการเงิน green loan สำหรับ low carbon building

นางสาว ทัศนีย์วรรณ ชมอินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย ฯ และผู้ช่วยวิจัยอาวุโส ภายใต้ทีมวิจัยเศรษฐกิจหมุนเวียนและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบูรณาการเพื่อการฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. เพื่อแนะนำโครงการและบรรยายในหัวข้อ แนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการ ในการประเมินคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิตอาคาร (LCA) สำหรับผู้พัฒนาโครงการด้านการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ต่อยอดในมิติของการจัดการของเสียในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ในโอกาสนี้ ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าโครงการวิจัย “การยกระดับการจัดการของเสียอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยการผลักดันสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ” และนักวิจัยอาวุโส กลุ่มวิจัยเซรามิกส์และวัสดุก่อสร้าง (CCM) ทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน (SCMT) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ให้เกียรติขึ้นแนะนำอีกหนึ่งโครงการ และในช่วงท้ายของการประชุมได้มีการขอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนางานวิจัยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

]]>
ทส. ผนึกเครือข่าย Kick Off “ลดเหลือ ลดทิ้ง” ปักธงปี 69 ยกระดับจัดการขยะอาหาร มุ่งเป้า SDG 12.3 https://www.mtec.or.th/tiis/kick-off-stop-food-waste-sdg-12-3/ Tue, 09 Jun 2026 07:45:28 +0000 https://www.mtec.or.th/tiis/?p=12234

ข่าวและกิจกรรม

ทส. ผนึกเครือข่าย Kick Off “ลดเหลือ ลดทิ้ง” ปักธงปี 69 ยกระดับจัดการขยะอาหาร มุ่งเป้า SDG 12.3

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จับมือภาคีเครือข่าย 15 หน่วยงาน เปิดตัวโครงการ “ลดเหลือ ลดทิ้ง : Stop Food Waste SDG 12.3” ณ สยามพารากอน ประกาศโรดแมปปี 2568 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนการลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม ชูโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากต้นทาง

(เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569) นางสาวปรีญาพร สุขเกษม รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานในพิธี เปิดเผยว่า ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) ถือเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในปี 2569 นี้ ทส. ได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นขับเคลื่อนการลดขยะอาหารอย่างจริงจังในระยะที่ 2

“การแก้ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการสร้างหลักประกันให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ตามเป้าหมาย SDG 12.3 โครงการนี้จะเป็นการเร่งรัดให้เกิดการปฏิบัติจริง ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่าย 15 หน่วยงาน เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมที่บริโภคอย่างรับผิดชอบ ลดการสูญเสียตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” นางสาวปรีญาพร กล่าว

ด้าน นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ระบุว่า ในฐานะหน่วยงานหลักด้านนโยบาย สผ. มุ่งเน้นการสร้าง “ต้นแบบการจัดการขยะอาหารในภาคบริการ” โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์การค้าและร้านอาหาร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคจำนวนมาก “สผ. ย้ำว่าการมอบสติกเกอร์สัญลักษณ์ให้แก่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องหมายแสดงตน แต่คือการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะส่งต่อแนวคิดการบริโภคอย่างพอดีสู่ประชาชน เราตั้งเป้าขยายผลจากองค์กรนำร่องไปสู่หน่วยงานและภาคธุรกิจอื่น ๆ ในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน”

ด้าน ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยให้มุมมองของภาควิชาการและเทคโนโลยี โดยกล่าวสนับสนุนว่า การจัดการขยะอาหารจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลและนวัตกรรมเข้ามาช่วยขับเคลื่อน เพื่อให้การลดขยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลได้ “เอ็มเทค สวทช. โดย TIIS พร้อมสนับสนุนด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชัน LookieWaste ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบันทึกและติดตามข้อมูลขยะอาหารได้อย่างเป็นระบบ การมีข้อมูลที่แม่นยำจะช่วยให้เห็นภาพรวมของขยะที่เกิดขึ้น สามารถวิเคราะห์และบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน”

คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ในฐานะภาคีเครือข่ายองค์กรนำร่องผู้ปฏิบัติงาน (Practitioner) กล่าวว่า ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์พร้อมเป็นแพลตฟอร์มในการรณรงค์และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นที่สยามพารากอนเป็นแห่งแรก “เราเล็งเห็นว่าศูนย์การค้ามีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางระหว่างร้านอาหารและผู้บริโภค การสนับสนุนให้ร้านอาหารภายในศูนย์ฯ ลดขยะอาหารและสร้างความตระหนักรู้แก่ลูกค้า คือพันธกิจด้านความยั่งยืนที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด เราพร้อมจะขยายผลโมเดล ‘ลดเหลือ ลดทิ้ง’ นี้ไปยังศูนย์การค้าในเครืออีก 3 แห่ง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ภาคบริการและสร้างประสบการณ์การบริโภคที่เป็นมิตรต่อโลก”

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นง่าย ๆ เพียง “บริโภคอย่างพอดี” เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยสืบไป

]]>