“สิ่งสำคัญในการทำงานคือ ตั้งใจฟัง สอบถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจจนเข้าใจโดยกระจ่าง เพื่อให้จับประเด็นได้อย่างถูกต้อง”

            เอ็มเทค มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยและพัฒนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงสาธารณะ กลไกหลักที่สำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนการทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายพัฒนาธุรกิจ

            คุณฐิติพร ทนันไชย เป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ซึ่งกำกับดูแลการให้บริการลูกค้า อีกทั้งยังเป็นช่องทางหลักการสร้างรายได้ให้แก่องค์กรอีกด้วย

            คุณฐิติพร ทำงานด้านการพัฒนาธุรกิจมานานกว่า 14 ปี โดยเริ่มจากตำแหน่งนักวิเคราะห์ งานประสานอุตสาหกรรม (ชื่อในสมัยนั้น) มีหน้าที่ดูแลและประสานงานกับนักวิจัยและผู้ประกอบการภาคเอกชนทางด้านโลหะ
ตลอดระยะเวลาสิบปีแรกปีในตำแหน่งนักวิเคราะห์ เธอมักได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานที่มีความท้าทายอยู่เสมอ เช่น ต้องใช้ทักษะการเจรจาต่อรองแบบมืออาชีพ หรืองานมีรูปแบบการดำเนินงานจำเพาะต่างไปจากงานปกติ
“สิ่งสำคัญในการทำงานคือ ตั้งใจฟัง สอบถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจจนเข้าใจโดยกระจ่าง เพื่อให้จับประเด็นได้อย่างถูกต้อง”

             คุณฐิติพร กล่าวถึงหัวใจของการทำงาน ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผู้บริหาร นักวิจัย ภาคเอกชน และฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จนงานสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ในการทำงานกับเพื่อนร่วมงาน คุณฐิติพร ให้ความสำคัญอย่างสูงกับความถูกต้องของรายละเอียดในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเอกสาร เงื่อนไขในสัญญา กฎหมาย ข้อระเบียบ และตัวเลขต่างๆ เธอจะตรวจสอบอย่างละเอียด และแนะนำการแก้ไขให้ถูกต้อง จนลูกน้องได้มอบฉายาด้วยความรักความสนิทสนมว่า “ตาสอดตาแนม”

          หลังจากทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้จัดการมาได้ 5 ปี ปัจจุบันคุณฐิติพร เป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่ามีความรับผิดชอบมากขึ้นด้วย เช่น ต้องวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดของอุตสาหกรรมต่างๆ เรียนรู้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เข้าใจเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อนำผลงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์

           นอกจากนี้ ยังต้องบริหารจัดการงบประมาณในการทำโครงการ โดยฝ่ายพัฒนาธุรกิจเป็นเลขาโปรแกรม C5-3 ให้กับผู้อำนวยการของเอ็มเทค ในโปรแกรมฝ่ายฯ ต้องบริหารงบประมาณราว 100 ล้านบาท โดยรายงานผลการดำเนินงานต่อเจ้าภาพโปรแกรมและผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผลกระทบ (Impact)” ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม

           “เราต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรในภาคส่วนอื่นๆ (Business Matching) หาโจทย์ที่ชัดเจนร่วมกันและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยวางแผนทำกิจกรรมโรดโชว์ (Roadshow) เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย ความเชี่ยวชาญ และความสามารถทางเทคโนโลยี ให้หน่วยงานภายนอกได้รับรู้”

            นี่คือแนวทางการทำงานของฝ่ายพัฒนาธุรกิจของเอ็มเทคในปัจจุบัน ซึ่งนอกเหนือจากจะเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายแล้ว ยังทำให้องค์การสามารถสร้างรายได้จากงานวิจัยอีกด้วย

              คุณฐิติพรยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมร่างข้อปฏิบัติและระเบียบบางอย่าง เช่น การจัดเก็บรายได้ในกรณีที่ไม่มีสัญญา เพราะเอกสารนี้เป็นเอกสารที่จะต้องใช้ร่วมกันทั้งสำนักงาน เธอเป็นคณะทำงานนโยบายหารายได้ โดยนำความรู้และประสบการณ์จาการทำงานไปใช้ในการแสดงความคิดเห็น เพื่อให้กฎระเบียบต่างๆ ปฏิบัติได้จริง

 เมื่อถามถึงการทำงานของฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายท่านนี้ได้แสดงทัศนะบางเรื่องที่สำคัญ เป็นต้นว่า

  • การรับจ้างวิจัย: ถ้านักวิจัยสามารถนำเอาโจทย์ที่ได้รับจากอุตสาหกรรมมาเป็นตัวตั้ง ก็จะได้งานวิจัยที่มีเป้าหมายชัดเจน และทักษะความรู้ที่ได้อาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกด้วย
  • การใส่ใจกับคนทำงาน : การให้ความสำคัญกับคนและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน มีส่วนช่วยให้คนทำงานด้วยความกระตือรือร้น ทำงานอย่างมีพลัง และทีมงานเข้มแข็ง ส่งผลให้งานสำเร็จได้ตามเป้าหมาย
  • ลักษณะบุคลิกของคน : คนที่อยู่ในฝ่ายพัฒนาธุรกิจจะต้อง “เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” เพราะต้องทำงานกับผู้คนที่หลากหลาย ประสานงานกับหลายฝ่าย อดทนต่อความกดดันได้ดี ต้องละเอียดถี่ถ้วนในเรื่องเอกสาร และต้องมีไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้งานต่างๆ สำเร็จลุล่วงไปได้ตามเป้าหมาย

ฐิติพร ทนันไชย : จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Scroll Up