เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 ณ กลุ่มแปรรูปน้ำยางสด อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค สวทช.) นำสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อรับฟังเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดน่านที่ได้รับการถ่ายทอดผลงานวิจัย “สารบีเทพ” BeThEPS ช่วยยืดอายุน้ำยางสดได้นานกว่าเดิม 1-3 วัน ทำให้แผ่นยางจับตัวรีดง่าย เกิดลายดอกชัดเจน เพิ่มปริมาณยางแผ่นรมควันคุณภาพดี ลดปริมาณยางตกเกรด ลดการใช้สารเคมีทั้งแอมโมเนียและโซเดียมซัลไฟต์ อีกทั้งช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิง เนื่องจากยืดอายุน้ำยางสดยาวนานขึ้นจึงช่วยลดความถี่ในการขนส่ง ทำให้เกษตรกรมีเวลามากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ที่มาของงานวิจัยและพัฒนา “สารบีเทพ” BeThEPS เนื่องจากน้ำยางสดที่กรีดจากต้นยางพาราจะคงสภาพเป็นน้ำยางอยู่ได้ในระยะเวลาอันสั้นเพียง 6-8 ชั่วโมงเท่านั้น โดยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี และปริมาณแบคทีเรียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อนุภาคยางจับตัวเป็นก้อนและมีกลิ่นเหม็น เกิดปัญหาน้ำยางสดเสียสภาพก่อนการแปรรูปเป็นยางแผ่น ทั้งนี้เกษตรกรมักแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการใช้แอมโมเนียและโซเดียมซัลไฟต์เพื่อช่วยยืดอายุน้ำยางสด แต่แอมโมเนียระเหยง่าย มีกลิ่นฉุน เป็นพิษต่อผู้ปฏิบัติงานและไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนโซเดียมซัลไฟต์ทำให้เกิดฟองในแผ่นยาง ส่งผลต่อคุณภาพของยางแผ่น ทำให้ยางแผ่นมีราคาถูกลง ดังนั้น ทีมวิจัยห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีน้ำยาง หน่วยวิจัยยาง เอ็มเทค สวทช. จึงได้คิดค้น“สารบีเทพ” BeThEPS ขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนแอมโมเนียและโซเดียมซัลไฟต์ พบว่า“สารบีเทพ” BeThEPS ช่วยยืดอายุน้ำยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยางแผ่นจับตัวเรียบรีดง่ายสร้างมูลค่าเพิ่มราว 900 บาท ต่อการผลิตยางแผ่น 1 ตัน

ในปัจจุบันเอ็มเทค สวทช. ได้พิจารณาผู้ประกอบการที่มีความพร้อมผ่านตามเกณฑ์ประเมิน จำนวน 4 ราย ได้แก่ บริษัท เอ็ม. ไอ. อินเตอร์ จำกัด, หจก. วัน พารา เอ็นจิเนียริ่ง, พาณิชยกิจ อินเทลลิเจ้น รับเบอร์ อินโนเวชั่น และ บริษัท อิคคิว เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โดยผู้ประกอบการแต่ละรายจะได้รับสิทธิใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยเพื่อผลิตและจำหน่าย “สารบีเทพ” BeThEPS ในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนสามารถนำไปผลิตเป็นวัตถุดิบในการผลิตยางล้อ ชิ้นส่วนยานยนต์ สายพานลำเลียง พื้นรองเท้า ยางปูพื้น และกาวยาง เป็นต้น

Scroll Up