6 ธันวาคม 2561 ณ เรืออังสนา หน้าหอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพฯ – กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แถลงข่าวการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 จากไบโอดีเซลคุณภาพสูง (H-FAME) ในภาคขนส่ง ภายใต้โครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการผลักดันการเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล ในอนาคต

ดร. อารี ธนบุญสมบัติ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือเอ็มเทค เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีหน้าที่หลักในการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยออกไปใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยโครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยการต่อยอดเทคโนโลยี เฮช-เฟม (H-FAME) จากโครงการร่วมวิจัย ไทย-ญี่ปุ่น ซาเทรป (SATREPS) เพื่อผลิตในระดับโรงงานสาธิตในประเทศ สำหรับการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 ในเครื่องยนต์

นายวันชัย บรรลือสินธุ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการแถลงข่าวการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 จากไบโอดีเซลคุณภาพสูง (H-FAME) ในภาคขนส่ง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรงานวิจัยญี่ปุ่น ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) และ สถาบันวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมชั้นสูง ประเทศญี่ปุ่น (AIST) เพื่อผลิตน้ำมันไบโอดีเซลคุณภาพสูง H-FAME ขึ้นในประเทศ ก่อนนำไปผสมเป็นน้ำมัน B10 เพื่อนำร่องใช้ในภาคขนส่งกว่า 80 คัน จาก กรมอู่ทหารเรือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ สวทช เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้น้ำมัน B10 ในสภาวะการใช้งานจริง อันจะเป็นการสนับสนุนแนวทางการใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้นในอนาคต ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558-2579

ดร. นุวงศ์ ชลคุป นักวิจัยอาวุโสและหัวหน้าโครงการวิจัยฯ เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า การนำร่องใช้น้ำมัน B10 ในยานพาหนะที่หลากหลายประเภทกว่า 80 คัน จาก 4 หน่วยงานข้างต้นนี้ จะมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยจะมีการติดตามเก็บข้อมูลการใช้งาน เช่น ระยะทางวิ่งต่อวัน ปริมาณน้ำมัน B10 ที่ใช้ต่อวัน ทัศนะคติของผู้ขับ เพื่อประมวลผลและวิเคราะห์แนวทางการใช้น้ำมัน B10 อย่างยั่งยืนในอนาคต

พลเรือตรี ดร. สมัย ใจอินทร์ เจ้ากรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ กล่าวว่า ทาง กรมอู่ มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ นี้ โดยการนำยานพาหนะของข้าราชการ ทหาร ลูกจ้างและพนักงานราชการในสังกัด กรมพัฒนาการช่างและอู่ทหารเรือธนบุรี เข้าร่วมนำร่องการใช้ B10 เพื่อใช้ในการติดต่อราชการขนส่งและเดินทาง โดยจะติดตามการใช้งานยานพาหนะดังกล่าว ร่วมกับเอ็มเทคอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการประเมินการใช้ B10 จากไบโอดีเซลที่ได้รับการเพิ่มคุณภาพแล้ว ในภาคสนาม ทั้งนี้กรมอู่ฯ ได้มีการดำเนินโครงการด้านการผลิตและใช้ไบโอดีเซลมาตั้งแต่ปี 2543 อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกิดจากพระอัจฉริยะภาพและสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมเกล้าลงสู่ทหารเรือ เหนืออื่นใดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 กองทัพเรือได้จัดเรืออังสนาซึ่งผ่านการใช้ B100 จากโครงการวิจัยของกรมอู่ทหารเรือ ถวายให้เป็นเรือพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จฯ ทางชลมารค เพื่อทรงทำพิธีเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และสะพานภูมิพล ๑-๒ ต.ทรงคะนอง อ.พระประเแดง จ.สมุทรปราการ นับเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นขับเคลื่อนโครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” ต่อหน้าเรือพระที่นั่งลำแรกที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B100 ตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน

ดร. ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมีการนำรถโดยสารสวัสดิการที่วิ่งภายในวิทยาเขตบางเขน และรถยนต์ส่วนกลาง เข้าร่วมนำร่องการใช้ B10 โดยจะติดตามการใช้งานยานพาหนะดังกล่าว ร่วมกับเอ็มเทคอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการประเมินการใช้ B10 จากไบโอดีเซลที่ได้รับการเพิ่มคุณภาพแล้ว ภายใต้สภาวะการใช้งานจริง ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยสร้างความตระหนักการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในมหาวิทยาลัยแล้ว จะช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการเดินรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยอีกด้วย”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นที ภู่รอด รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จะมีการนำยานพาหนะของมหาวิทยาลัย ที่มีทั้งรถกระบะบรรทุก รถตู้ และรถบรรทุกอเนกประสงค์การเกษตร (รถอีแต๋น) ตลอดจนเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้สูบน้ำภายในมหาวิทยาลัย เข้าร่วมนำร่องการใช้ B10 โดยจะร่วมมือกับทางทีมวิจัยจากเอ็มเทคในการติดตามการใช้ดังกล่าว เพื่อทำการประเมินการใช้ B10 ในหลากหลายรูปแบบ”

Scroll Up