แปลและเรียบเรียง โดย อรวรรณ สัมฤทธิ์เดชขจร

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ภาพจาก https://english.tau.ac.il/news/end_of_plastic 

นักวิทยาศาสตร์จาก Tel Aviv University พัฒนากระบวนการผลิตไบโอพลาสติกที่ไม่ต้องใช้ทรัพยากรอย่างผืนดินและน้ำสะอาด เพราะไบโอพลาสติกนี้ผลิตจากจุลินทรีย์ที่กินสาหร่ายทะเล ไม่ก่อให้เกิดของเสียที่เป็นพิษและสามารถรีไซเคิลกลับไปเป็นของเสียอินทรีย์ได้

ขยะพลาสติกเป็นปัญหาสำคัญของโลก เพราะใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลาย ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์น้ำ นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มพยายามพัฒนาไบโอพลาสติกที่สามารถย่อยสลายในทะเลได้ แต่ไบโอพลาสติกเหล่านั้นก็ยังไม่ถือว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เต็มที่ เพราะต้องใช้ทั้งผืนดินที่อุดมสมบูรณ์และแหล่งน้ำสะอาดสำหรับปลูกพืชหรือเลี้ยงแบคทีเรียเพื่อผลิตพลาสติก

บางประเทศอย่างอิสราเอล จีน และอินเดียมีข้อจำกัดในเรื่องผืนดินที่อุดมสมบูรณ์และแหล่งน้ำสะอาด จึงเป็นเหตุให้นักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอลพัฒนาไบโอพลาสติกจากจุลินทรีย์ที่มาจากท้องทะเลเพื่อเป็นทางเลือกใหม่แต่ให้ผลเทียบเคียงเดิม พวกเขาใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์เซลล์เดียวสายพันธุ์ Haloferax mediterranei ที่กินสาหร่ายเป็นแหล่งผลิตไบโอพลาสติกโพลิเมอร์ชื่อ “โพลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอต (polyhydroxyalkanoate, PHA)”

สาหร่ายทะเลสายพันธุ์ Ulva lactuca

ภาพจาก https://newatlas.com/seaweed-biodegradable-plastic/57812/
เครดิตภาพ: H. Krisp/C.C. 3.0

การศึกษานี้ช่วยให้ท้องทะเลสะอาดขึ้นโดยไม่ต้องใช้ทั้งพื้นที่เพาะปลูกและน้ำสะอาดในการผลิตไบโอพลาสติก นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถผลิตไบโอพลาสติกจากทรัพยากรในท้องทะเลได้โดยใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ

Dr. Alexander Golberg และ Prof. Michael Gozin ทำงานวิจัยพื้นฐานเพื่อค้นหาแบคทีเรียและสาหร่ายสายพันธุ์ที่ดีที่สุด เพื่อนำมาผลิตไบโอพลาสติกที่มีสมบัติที่แตกต่างออกไป

สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่

• https://phys.org/news/2018-12-sustainable-plastics-horizon.html
• https://english.tau.ac.il/news/end_of_plastic
• https://newatlas.com/seaweed-biodegradable-plastic/57812/
• Supratim Ghosh et al, Macroalgal biomass subcritical hydrolysates for the production of polyhydroxyalkanoate (PHA) by Haloferax mediterranei, Bioresource Technology (2018). DOI: 10.1016/j.biortech.2018.09.108

Scroll Up