“ทีมนักวิจัยของเอ็มเทคมีความชำนาญมาก สามารถพัฒนาสูตรยางได้อย่างรวดเร็ว ทั้งมีความพร้อมในด้านเครื่องมือทดสอบต่างๆ สามารถช่วยให้บริษัทมีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น”

ชวินทร์ ศรีโชติ

กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี.เอส.อุตสาหกรรมยาง จำกัด

บริษัท วี.เอส.อุตสาหกรรมยาง จำกัด เป็นบริษัทเอสเอ็มอี ผู้ผลิตยางรถฟอร์คลิฟท์ (forklift) ที่ดำเนินการมานานราว 21 ปี ในช่วงเริ่มต้นเน้นการผลิตยางหล่อดอก (ยางเก่าซึ่งนำมาหล่อดอกใหม่) สำหรับรถฟอร์คลิฟท์และรถบรรทุก จนกระทั่งเมื่อ 15 ปีที่แล้ว นายชวินทร์ ศรีโชติ เริ่มเข้ามาบริหารงาน จึงได้ผลิตยางล้อตันใหม่ภายใต้แบรนด์โคมาชิ (Komachi)

“หลังจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมก็เข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัวซึ่งดำเนินงานโดยอาศัยประสบการณ์ของคุณพ่อ การที่ผมยังไม่มีความรู้ในศาสตร์ของยางและการทดสอบ จึงต้องลองผิดลองถูก ส่งผลให้คุณภาพยางที่ผลิตได้ไม่สม่ำเสมอ ผมประสบปัญหาเช่นนี้วนเวียนราว 6-7 ปี” นายชวินทร์เกริ่นนำ

ต่อมาเมื่อได้เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็ได้พบกับ ดร. กฤษฎา สุชีวะ ทำให้รู้จักเอ็มเทค  ศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยางไทย และเครือข่ายสถาบันร่วมวิจัยอื่นๆ จนเกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น การทดสอบ การออกแบบ การทำไฟไนต์เอลิเมนต์ การฝึกอบรม รวมถึงการพัฒนาสูตรยางล้อตันประหยัดพลังงาน

“สูตรยางล้อตันประหยัดพลังงานที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมานี้มีสมบัติที่ดีกว่าเดิมสามารถลดการใช้พลังงานลงถึง 23% ช่วยให้บริษัทสามารถขายสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ในราคาที่ถูกลงราว 30-40% และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการเติบโตของตลาด สามารถส่งออกได้มากขึ้น โดย 8 เดือนเพิ่มยอดขายได้ถึง 15%” นายชวินทร์กล่าวถึงผลงานที่พัฒนาร่วมกับเอ็มเทค พร้อมแสดงความชื่นชมว่า 

“ทีมนักวิจัยของเอ็มเทคมีความชำนาญมาก สามารถพัฒนาสูตรยางได้อย่างรวดเร็ว ทั้งมีความพร้อมในด้านเครื่องมือทดสอบต่างๆ สามารถช่วยให้บริษัทมีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น”

สำหรับคำถามที่ว่าเอ็มเทคและองค์กรต่างๆ อาจช่วยเหลืออุตสาหกรรมผู้ผลิตล้อยางได้อย่างไร นายชวินทร์เสนอว่า

“นอกจากการพัฒนาสูตรยางให้มีสมบัติดีขึ้นแล้ว ปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่กลุ่มผู้ผลิตล้อยาง ได้แก่ 1) การพัฒนาแม่พิมพ์ ที่ผ่านมาผู้ผลิตแม่พิมพ์ในประเทศมีน้อยมาก จึงต้องพึ่งพาผู้ผลิตแม่พิมพ์ในต่างประเทศ ทำให้เกิดความล่าช้า หากองค์กรของรัฐสามารถสร้างองค์ความรู้เรื่องแม่พิมพ์ก็จะช่วยกลุ่มผู้ผลิตล้อยางได้ 2) การจัดตั้งห้องปฏิบัติการที่สามารถทดสอบผลิตภัณฑ์และออกใบรับรองได้ 3) การสร้างสนามทดสอบที่ได้มาตรฐาน และให้หน่วยงานที่มีความชำนาญเรื่องการทดสอบเป็นผู้ดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถติดต่อได้ในครั้งเดียว และ 4) การสร้างซอฟต์แวร์ออกแบบสำหรับใช้ในกลุ่มผู้ประกอบการไทย เพื่อลดการใช้ซอฟต์แวร์ราคาแพงจากต่างประเทศ”

Scroll Up