การทำหัตถการ Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/การทำหัตถการ/ National Metal and Materials Technology Center Sat, 02 May 2026 08:37:36 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico การทำหัตถการ Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/tag/การทำหัตถการ/ 32 32 ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND) https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-mind/ Fri, 10 Apr 2026 05:03:06 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44413 ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ หรือ Medical Innovations Development Center (MIND) เป็นหน่วยงานภายใต้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการแบบครบวงจร (one-stop service) ในการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ โดยบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในลักษณะสหสาขาวิชาระหว่างแพทย์ วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์

The post ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

การทำหัตถการ

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

ชื่นชมการทำงานร่วมกับเอ็มเทคที่ผ่านมา
โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร และการประสานงานอย่างต่อเนื่อง
และที่ประทับใจเป็นพิเศษ
คือ การพูดคุยเจรจาที่เน้นความร่วมมือ แบบสร้างคุณค่าร่วม
เพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์สูงสุด

ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ หรือ Medical Innovations Development Center (MIND) เป็นหน่วยงานภายใต้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการแบบครบวงจร (one-stop service) ในการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ โดยบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในลักษณะสหสาขาวิชาระหว่างแพทย์ วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ตลอดจนสร้างมาตรฐานในการพัฒนา ทดสอบ และสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ

ศาสตราจารย์ นพ.มล.ชาครีย์ กิติยากร หัวหน้าศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ เอ็มเทค สวทช. โดยมีศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ในฐานะตัวเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างพันธมิตรว่าทั้งสองฝ่ายรู้จัก แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมมือกันมาอย่างยาวนาน จากความร่วมมือระหว่างบุคคลได้นำไปสู่การพัฒนาโครงการที่ดำเนินการร่วมกัน (project-based cooperation) ดังที่ปรากฏหลายโครงการ เช่น รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินรองรับโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ชุดอุปกรณ์ช่วยพยุงหลังและเสริมแรงแบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับภารกิจทางการแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ และอวัยวะเทียมเพื่อใช้เป็นสื่อฝึกทักษะทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ

ความร่วมมือตามโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ บางโครงการเริ่มจากการผนึกกำลังความคิดและการวิจัยตั้งแต่ต้น ในขณะที่บางโครงการริเริ่มโดยทางเอ็มเทคและต่อยอดหรือทดสอบการใช้งานร่วมกันภายหลัง 

ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่ทั้งสองหน่วยงานเกิดความร่วมมือในลักษณะผสานพลังระดับองค์กร (organization-based synergy) โดยศาสตราจารย์ นพ.มล.ชาครีย์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาเครือข่ายการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับใช้ในการดูแลสุขภาพและการรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนั้นได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ร่วมลงนามความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้เกิดการต่อยอดผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง และเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศ จึงตอบโจทย์ทางการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างผลงานวิจัย เช่น วัสดุฝึกการเย็บแผล แผ่นรองในรองเท้าเฉพาะบุคคลสำหรับกลุ่มผู้ป่วยโรคผังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ อุปกรณ์นำเจาะเฉพาะบุคคลสำหรับข้อไหล่เทียม และอุปกรณ์ฝึกหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้การนำของอัลตราซาวด์ เป็นต้น 

ศาสตราจารย์ นพ.มล.ชาครีย์ กล่าวชื่นชมการทำงานร่วมกับเอ็มเทคที่ผ่านมา โดยเฉพาะด้านการสื่อสารและการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดประชุมและการเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน การทำงานในลักษณะนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้าใจ การปรับความคาดหวัง และการกำหนดแนวทางปฏิบัติและข้อตกลงร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือ การพูดคุยเจรจาที่เน้นความร่วมมือแบบสร้างคุณค่าร่วม เพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์สูงสุด (win-win) ในหลายกรณีนั้นเมื่อแรกเจรจาเคยมองว่าไม่น่าเอื้อประโยชน์ร่วมกันได้ แต่ในที่สุดเมื่อเอ็มเทคแสดงความจริงใจและมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมปรับรูปแบบความร่วมมือและข้อตกลงสำคัญๆ เช่น การแบ่งปันสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา หรือ การให้การยอมรับในความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา ทั้งความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ ความรู้ในด้านกระบวนการผลิต ความรู้เฉพาะทางด้านการแพทย์ รวมถึง สวทช.ก็มีความตั้งใจจริงในการผลักดันการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ร่วมกันกับรามาธิบดีฯ โดยได้มอบหมายบุคลากรเข้ามาสนับสนุนการทำงานร่วมกัน ก็ทำให้การทำงานเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

ศาสตราจารย์ นพ.มล.ชาครีย์ ยังกล่าวถึงความท้าทายสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในบริบทของประเทศไทย นั่นคือ การตลาดและการนำไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ การแข่งขันที่รุนแรงจากต่างประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยีและต้นทุนราคา ตลอดจนการยอมรับและการตอบโจทย์ความต้องการของแพทย์และคนไข้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ศูนย์ MIND เชื่อมั่นว่า เพื่อให้นวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญคือ การวิจัยและพัฒนา และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยก่อให้เกิดการสะสมทุนกายภาพ องค์ความรู้ และทุนมนุษย์เพื่อพัฒนานวัตกรรมขึ้นได้เองในประเทศไทย 

ดังนั้น การผนึกกำลังร่วมกันจะเป็นกุญแจสำคัญอีกดอกหนึ่ง ในการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า และพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังสามารถช่วยดึงศักยภาพและเสริมจุดแข็งของแต่ละฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมจนสำเร็จในที่สุด

The post ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-sec/ Fri, 10 Apr 2026 04:15:34 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44395 บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประกอบกิจการให้บริการ ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม คุณวีรวุฒิ จิรนันทศักดิ์ กรรมการบริษัท เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับเอ็มเทค สวทช. ในการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ เช่น นวัตกรรมเปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และเตียงนอนแบบมีกลไกช่วยผู้สูงอายุในการลุกนั่งและลุกยืน

The post บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

การทำหัตถการ

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

"จากการร่วมงานกับเอ็มเทคที่ผ่านมา
บริษัทฯ รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ทีมงานวิจัยและฝ่ายสนับสนุน มีความกระตือรือร้น
และให้คำปรึกษาครอบคลุมหลายด้าน
อันเป็นประโยชน์อย่างดียิ่ง ทั้งการวิจัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การต่อยอดเทคโนโลยีการตลาด และการขยายเครือข่ายพันธมิตร"

บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประกอบกิจการให้บริการ ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม คุณวีรวุฒิ จิรนันทศักดิ์ กรรมการบริษัท เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับเอ็มเทค สวทช. ในการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ เช่น นวัตกรรมเปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และเตียงนอนแบบมีกลไกช่วยผู้สูงอายุในการลุกนั่งและลุกยืน คุณวีรวุฒิมีความเห็นว่าผลงานวิจัยมีความโดดเด่น อีกทั้งบริษัทฯ เองก็มีเครือข่ายและพันธมิตรในแวดวงเครื่องมือแพทย์ องค์ประกอบดังกล่าวนี้ทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมในการดำเนินงานร่วมกับเอ็มเทค เพื่อผลักดันผลงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ นโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นโมเดลเพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ได้ระบุกลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย บริษัทฯ จึงมีความสนใจ เนื่องจากบริษัทฯ มีศักยภาพ ความพร้อม และนโยบายที่สอดคล้องตามแนวทางนี้ จึงได้ร่วมมือกับเอ็มเทคมาอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมเป็นระยะ เช่น แผ่นเจลรองนั่งและรองนอนสำหรับบรรเทาการเกิดแผลกดทับ และล่าสุดคือ ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลอง 

ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลองสามารถใช้ในการฝึกการทำหัตถการนำเข็มด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจ คุณวีรวุฒิกล่าวว่า การที่แพทย์ฝึกปฏิบัติกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ จนเกิดความมั่นใจในการทำหัตถการ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเพิ่มพูนทักษะความเชี่ยวชาญทางการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคมะเร็งเต้านม 

ดังนั้น ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลองที่พัฒนาขึ้นโดยทีมวิจัยเอ็มเทค จึงไม่เพียงแต่ช่วยในการฝึกทำหัตถการนำเข็มด้วยอัลตราซาวด์เพื่อเก็บชิ้นเนื้อตรวจเท่านั้น แต่ยังมีคุณลักษณะที่สำคัญคือ มีสมบัติต่าง ๆ คล้ายเต้านมจริง สามารถเห็นก้อนเนื้อชัดเจนด้วยเทคนิคอัลตราซาวด์ และเมื่อใช้เข็มเจาะเข้าไปในแพลตฟอร์มก็ยังเห็นเข็มได้อย่างชัดเจน 

แพลตฟอร์มเต้านมจำลองถูกออกแบบให้สามารถใช้ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง โดยที่ไม่ทิ้งรอยเข็ม เพื่อให้แพทย์สามารถฝึกฝนซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องจนเกิดความมั่นใจ และสามารถวางแผนทางหัตถการได้อย่างรัดกุม ที่สำคัญคือ กระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน และเน้นใช้วัตถุดิบจากภายในประเทศ จึงทำให้มีราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ง่ายอีกด้วย

จึงถือได้ว่านวัตกรรมแพลตฟอร์มเต้านมจำลองมีความสำคัญ และจะส่งผลดีต่อภาพรวมในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การตรวจพบแต่เนิ่นๆ ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้ทันท่วงทีและมีโอกาสหายขาดเพิ่มขึ้น 

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพและเชื่อมั่นในคุณภาพของผลงานวิจัยของเอ็มเทค และมองว่าผลิตภัณฑ์นี้มีตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche product) อย่างไรก็ดี การนำผลิตภัณฑ์นี้ออกสู่เชิงพาณิชย์ มีความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่เคยมีผู้ผลิตรายใดในประเทศสามารถทำได้มาก่อน โดยที่ผ่านมาวงการแพทย์ไทยยังพึ่งพาผลิตภัณฑ์ราคาสูงซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก

ในทางการแพทย์ การใช้แมมโมแกรม (mammogram)  ร่วมกับอัลตราซาวด์ (ultrasound) จะช่วยเพิ่มโอกาสตรวจพบมะเร็งเต้านมมากขึ้น ขั้นต่อไปคือการนำชิ้นเนื้อจากรอยโรคที่ตรวจพบส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อวินิจฉัยชิ้นเนื้อและวางแผนการรักษาต่อไป เนื่องจากรอยโรคเหล่านี้มักคลำไม่พบจากการตรวจร่างกาย

ในอนาคตคุณวีรวุฒิมองถึงเป้าหมายการขยายผลไปยังอุปกรณ์อวัยวะเทียมอื่นๆ ที่สามารถประยุกต์ใช้กระบวนการผลิตที่คล้ายคลึงกันได้ รวมถึงมีแนวคิดจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีทั้งแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายได้ 

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังแสวงหาลู่ทางในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เนื่องจากเต้านมจำลองนั้นเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มและมีขนาดตลาดในประเทศที่จำกัด การขยายตลาดไปยังต่างประเทศจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้แก่บริษัทฯ และเพิ่มความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาว

ความท้าทายขั้นต่อไปที่บริษัทฯ ต้องเผชิญคือ เรื่องมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ คุณวีรวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเต้านมจำลอง ทั้งมาตรฐานภาคบังคับและมาตรฐานสมัครใจ จึงถือเป็นบททดสอบสำคัญที่บริษัทต้องดำเนินการ เพื่อให้ได้รับการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์อันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

คุณวีรวุฒิได้กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการร่วมงานกับเอ็มเทคที่ผ่านมา บริษัทฯ รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก ทีมงานวิจัยและฝ่ายสนับสนุนมีความกระตือรือร้น และให้คำปรึกษาครอบคลุมหลายด้านอันเป็นประโยชน์อย่างดียิ่ง ทั้งการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์การต่อยอดเทคโนโลยี การตลาด และการขยายเครือข่ายพันธมิตร

The post บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>