บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

"จากการร่วมงานกับเอ็มเทคที่ผ่านมา
บริษัทฯ รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ทีมงานวิจัยและฝ่ายสนับสนุน มีความกระตือรือร้น
และให้คำปรึกษาครอบคลุมหลายด้าน
อันเป็นประโยชน์อย่างดียิ่ง ทั้งการวิจัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การต่อยอดเทคโนโลยีการตลาด และการขยายเครือข่ายพันธมิตร"

บริษัท เซ็ค เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประกอบกิจการให้บริการ ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม คุณวีรวุฒิ จิรนันทศักดิ์ กรรมการบริษัท เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับเอ็มเทค สวทช. ในการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ เช่น นวัตกรรมเปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และเตียงนอนแบบมีกลไกช่วยผู้สูงอายุในการลุกนั่งและลุกยืน คุณวีรวุฒิมีความเห็นว่าผลงานวิจัยมีความโดดเด่น อีกทั้งบริษัทฯ เองก็มีเครือข่ายและพันธมิตรในแวดวงเครื่องมือแพทย์ องค์ประกอบดังกล่าวนี้ทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมในการดำเนินงานร่วมกับเอ็มเทค เพื่อผลักดันผลงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ นโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นโมเดลเพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ได้ระบุกลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย บริษัทฯ จึงมีความสนใจ เนื่องจากบริษัทฯ มีศักยภาพ ความพร้อม และนโยบายที่สอดคล้องตามแนวทางนี้ จึงได้ร่วมมือกับเอ็มเทคมาอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมเป็นระยะ เช่น แผ่นเจลรองนั่งและรองนอนสำหรับบรรเทาการเกิดแผลกดทับ และล่าสุดคือ ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลอง 

ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลองสามารถใช้ในการฝึกการทำหัตถการนำเข็มด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจ คุณวีรวุฒิกล่าวว่า การที่แพทย์ฝึกปฏิบัติกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ จนเกิดความมั่นใจในการทำหัตถการ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเพิ่มพูนทักษะความเชี่ยวชาญทางการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคมะเร็งเต้านม 

ดังนั้น ต้นแบบแพลตฟอร์มเต้านมจำลองที่พัฒนาขึ้นโดยทีมวิจัยเอ็มเทค จึงไม่เพียงแต่ช่วยในการฝึกทำหัตถการนำเข็มด้วยอัลตราซาวด์เพื่อเก็บชิ้นเนื้อตรวจเท่านั้น แต่ยังมีคุณลักษณะที่สำคัญคือ มีสมบัติต่าง ๆ คล้ายเต้านมจริง สามารถเห็นก้อนเนื้อชัดเจนด้วยเทคนิคอัลตราซาวด์ และเมื่อใช้เข็มเจาะเข้าไปในแพลตฟอร์มก็ยังเห็นเข็มได้อย่างชัดเจน 

แพลตฟอร์มเต้านมจำลองถูกออกแบบให้สามารถใช้ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง โดยที่ไม่ทิ้งรอยเข็ม เพื่อให้แพทย์สามารถฝึกฝนซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องจนเกิดความมั่นใจ และสามารถวางแผนทางหัตถการได้อย่างรัดกุม ที่สำคัญคือ กระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน และเน้นใช้วัตถุดิบจากภายในประเทศ จึงทำให้มีราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ง่ายอีกด้วย

จึงถือได้ว่านวัตกรรมแพลตฟอร์มเต้านมจำลองมีความสำคัญ และจะส่งผลดีต่อภาพรวมในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การตรวจพบแต่เนิ่นๆ ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้ทันท่วงทีและมีโอกาสหายขาดเพิ่มขึ้น 

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพและเชื่อมั่นในคุณภาพของผลงานวิจัยของเอ็มเทค และมองว่าผลิตภัณฑ์นี้มีตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche product) อย่างไรก็ดี การนำผลิตภัณฑ์นี้ออกสู่เชิงพาณิชย์ มีความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่เคยมีผู้ผลิตรายใดในประเทศสามารถทำได้มาก่อน โดยที่ผ่านมาวงการแพทย์ไทยยังพึ่งพาผลิตภัณฑ์ราคาสูงซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก

ในทางการแพทย์ การใช้แมมโมแกรม (mammogram)  ร่วมกับอัลตราซาวด์ (ultrasound) จะช่วยเพิ่มโอกาสตรวจพบมะเร็งเต้านมมากขึ้น ขั้นต่อไปคือการนำชิ้นเนื้อจากรอยโรคที่ตรวจพบส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อวินิจฉัยชิ้นเนื้อและวางแผนการรักษาต่อไป เนื่องจากรอยโรคเหล่านี้มักคลำไม่พบจากการตรวจร่างกาย

ในอนาคตคุณวีรวุฒิมองถึงเป้าหมายการขยายผลไปยังอุปกรณ์อวัยวะเทียมอื่นๆ ที่สามารถประยุกต์ใช้กระบวนการผลิตที่คล้ายคลึงกันได้ รวมถึงมีแนวคิดจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีทั้งแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายได้ 

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังแสวงหาลู่ทางในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เนื่องจากเต้านมจำลองนั้นเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มและมีขนาดตลาดในประเทศที่จำกัด การขยายตลาดไปยังต่างประเทศจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้แก่บริษัทฯ และเพิ่มความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาว

ความท้าทายขั้นต่อไปที่บริษัทฯ ต้องเผชิญคือ เรื่องมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ คุณวีรวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเต้านมจำลอง ทั้งมาตรฐานภาคบังคับและมาตรฐานสมัครใจ จึงถือเป็นบททดสอบสำคัญที่บริษัทต้องดำเนินการ เพื่อให้ได้รับการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์อันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

คุณวีรวุฒิได้กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการร่วมงานกับเอ็มเทคที่ผ่านมา บริษัทฯ รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก ทีมงานวิจัยและฝ่ายสนับสนุนมีความกระตือรือร้น และให้คำปรึกษาครอบคลุมหลายด้านอันเป็นประโยชน์อย่างดียิ่ง ทั้งการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์การต่อยอดเทคโนโลยี การตลาด และการขยายเครือข่ายพันธมิตร