Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ
ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง
ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง
ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต
ไบโอชาร์เป็นวัสดุที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจสำหรับการเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะมิติเชิงบูรณาการทั้งในด้านการปรับปรุงสมบัติของดินทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ
ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันเพื่อให้มีการลดการปล่อยก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์
เป้าหมายหลักตามความตกลงปารีสเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ คือการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และมุ่งสู่การจำกัดให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม
ความเสื่อมโทรมของดิน (soil degradation) เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพของสุขภาพดิน ซึ่งส่งผลให้ความสามารถของระบบนิเวศในการผลิตสินค้าและให้บริการแก่ผู้ได้รับประโยชน์ลดลง (FAO, 2020) หรืออีกนัยหนึ่งคือ ดินอยู่ในสภาพที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตร
ปัญหาน้ำฝนท่วมขังฉับพลันในพื้นที่เมืองต่างๆ มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับการเติบโตของเมืองที่ขาดการวางแผนการจัดการน้ำฝน ก่อให้เกิดความเสียหาย
เทคโนโลยีอุปกรณ์ดับเพลิงเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในยุคที่อาคาร ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมมีความซับซ้อนมากขึ้น
ไบโอชาร์ (biochar) แตกต่างจากถ่านทั่วไป (charcoal) ตรงจุดมุ่งหมายหลักของการใช้ประโยชน์ เนื่องจากถ่านทั่วไปใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิง ขณะที่ไบโอชาร์ใช้เพื่อกักเก็บคาร์บอนในระยะยาวด้วยการตรึงคาร์บอนในรูปของแข็งที่มีความเสถียรมากขึ้น
การวิเคราะห์ทดสอบเหล่านี้เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น วัสดุชีวภาพ วัสดุการแพทย์ สารสกัดจากพืชและสัตว์ สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนและสัตว์