MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/ National Metal and Materials Technology Center Sat, 18 Apr 2026 07:03:44 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/ 32 32 เอ็มเทค สวทช. จัดหลักสูตรอบรมเข้มข้น “การออกแบบเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน” เสริมศักยภาพภาคอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน https://www.mtec.or.th/mtec-nstda-intensive-course-ce/ Sat, 18 Apr 2026 06:57:02 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44584 9 เมษายน 2569 ณ อาคารศูนย์ประชุม ห้อง CC 404 สวทช. จังหวัดปทุมธานี ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดหลักสูตรอบรมเข้มข้น ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. จัดหลักสูตรอบรมเข้มข้น “การออกแบบเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน” เสริมศักยภาพภาคอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

9 เมษายน 2569
ณ อาคารศูนย์ประชุม ห้อง CC 404 สวทช. จังหวัดปทุมธานี

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดหลักสูตรอบรมเข้มข้น (Intensive Course) ในหัวข้อ “การออกแบบเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน: จากแนวคิดสู่การปฏิบัติในอุตสาหกรรม” ในรูปแบบ Hybrid (Onsite และ Online ผ่านระบบ Webex) โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการส่งเสริมการออกแบบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Design for Circular Economy) เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้าน Design for Circular Economy ให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล ดร.วิชชุดา เดาด์ และ Prof. Mattias Lindahl ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ ซึ่งเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่การปูพื้นฐานแนวคิด Circular Economy และผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม การวิเคราะห์กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาทิ Ecodesign for Sustainable Products Regulation (ESPR) การพัฒนาโมเดลธุรกิจแบบหมุนเวียน (Circular Business Model) การใช้ตัวชี้วัดด้าน Circularity และการทำ Stakeholder Mapping รวมถึงกระบวนการออกแบบเชิงระบบ (System in Focus) ตั้งแต่การประเมินบริบท การกำหนดกลยุทธ์ การสร้างต้นแบบและการทดสอบ ตลอดจนการประเมินผลลัพธ์

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอกรณีศึกษาจากภาคอุตสาหกรรมจริง โดยยกกรณีศึกษา การคัดแยกชิ้นส่วนเครื่องถ่ายเอกสารเพื่อรีไซเคิลอย่างยั่งยืน ของบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมกิจกรรม Workshop หัวข้อ “How to find the right CE solution” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม


การอบรมในครั้งนี้ มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับการออกแบบตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

The post เอ็มเทค สวทช. จัดหลักสูตรอบรมเข้มข้น “การออกแบบเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน” เสริมศักยภาพภาคอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เมื่อโลกตั้งกติกาใหม่ พลาสติก PCR ไม่ใช่เรื่องสมัครใจอีกต่อไป https://www.mtec.or.th/pcr-part3/ Fri, 17 Apr 2026 00:36:09 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44574 เม็ดพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-Consumer Recycled Resin: PCR) มีบทบาทสำคัญในระบบการหมุนเวียนพลาสติก โดยช่วยดึงวัสดุใช้แล้วเข้าสู่ระบบการผลิต และสนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ

The post เมื่อโลกตั้งกติกาใหม่ พลาสติก PCR ไม่ใช่เรื่องสมัครใจอีกต่อไป appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

เมื่อโลกตั้งกติกาใหม่ พลาสติก PCR ไม่ใช่เรื่องสมัครใจอีกต่อไป

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

เม็ดพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-Consumer Recycled Resin: PCR) มีบทบาทสำคัญในระบบการหมุนเวียนพลาสติก โดยช่วยดึงวัสดุใช้แล้วเข้าสู่ระบบการผลิต และสนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ

อย่างไรก็ตาม การใช้พลาสติก PCR ในภาคอุตสาหกรรมยังมีข้อจำกัดและความท้าทายหลายด้าน ทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และโครงสร้างของระบบ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการและผู้กำหนดนโยบายต้องร่วมกันพิจารณาให้รอบด้าน

ความท้าทายหลักคือ ความสม่ำเสมอของคุณภาพวัสดุ เนื่องจากพลาสติก PCR มาจากวัสดุหลังการใช้งาน จึงมีความหลากหลายทั้งชนิด องค์ประกอบ แหล่งที่มา และที่สำคัญคือเรื่อง สารปนเปื้อนและความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดและกลไกการตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจนและเชื่อถือได้

ในเชิงเศรษฐศาสตร์ เม็ดพลาสติก PCR ที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับเม็ดพลาสติกใหม่ยังมีต้นทุนสูงกว่า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวม คัดแยก และแปรรูป รวมถึงความผันผวนของปริมาณวัสดุหลังการใช้งานที่เข้าสู่ตลาด แต่ความท้าทายนี้ก็เป็น “ตัวเร่ง” ให้หลายประเทศปรับกฎหมายและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้มข้นขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ตลาดใช้วัสดุรีไซเคิล และสนับสนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนเช่นกัน

ในเชิงโครงสร้างของระบบ กฎหมายและมาตรการระดับสากลเริ่มมีบทบาทชัดเจนมากขึ้น เช่น กฎหมาย Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดทั้งแนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลได้จริง และสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ ข้อกำหนดเหล่านี้ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และทำให้พลาสติก PCR เปลี่ยนสถานะจาก “วัสดุทางเลือก” เป็น “ข้อกำหนดเชิงธุรกิจ” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภายใต้บริบทนี้ คุณภาพของพลาสติก PCR มิใช่เพียงประเด็นทางเทคนิค แต่เป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่มีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงตลาดโลกของแต่ละประเทศ สำหรับผู้ประกอบการไทย แม้กติกาใหม่จะเพิ่มความท้าทายในการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ การปรับกระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพ แต่ก็เปิดโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาเม็ดพลาสติก PCR คุณภาพสูง ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ ย่อมได้เปรียบในการเข้าถึงตลาดส่งออก

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมพลาสติกไปสู่ระบบที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ในการรีไซเคิล การเชื่อมโยงผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการยกระดับระบบควบคุมคุณภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาพลาสติก PCR คุณภาพสูงให้เป็นวัตถุดิบรอบสองที่สำคัญของประเทศ พร้อมทั้งเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ติดต่อสอบถามข้อมูล
ดร.ศิริกาญจน์ วิเศษสุวรรณภูมิ หรือคุณชัญฐิศา ประพันธ์พจน์
งานกลยุทธ์และขับเคลื่อนแผนการวิจัยและนวัตกรรม ฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม

โทรศัพท์ 0-2564-6500 ต่อ 4283
อีเมล: sirikarn.wis@mtec.or.th

The post เมื่อโลกตั้งกติกาใหม่ พลาสติก PCR ไม่ใช่เรื่องสมัครใจอีกต่อไป appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
วัสดุพลาสติกจะหมุนเวียนได้จริง…ต้องเริ่มที่ใคร? https://www.mtec.or.th/pcr-part2/ Fri, 17 Apr 2026 00:26:12 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44567 การได้มาซึ่งเม็ดพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-Consumer Recycled Resin: PCR) ที่ใช้ได้จริง ไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีการรีไซเคิลแต่เพียงอย่างเดียว หากต้องอาศัยการจัดการและดำเนินงานร่วมกันของหลายภาคส่วนตลอดห่วงโซ่การผลิตและการใช้งาน

The post วัสดุพลาสติกจะหมุนเวียนได้จริง…ต้องเริ่มที่ใคร? appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

วัสดุพลาสติกจะหมุนเวียนได้จริง…ต้องเริ่มที่ใคร?

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

การได้มาซึ่งเม็ดพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-Consumer Recycled Resin: PCR) ที่ใช้ได้จริง ไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีการรีไซเคิลแต่เพียงอย่างเดียว หากต้องอาศัยการจัดการและดำเนินงานร่วมกันของหลายภาคส่วนตลอดห่วงโซ่การผลิตและการใช้งาน โดยเฉพาะ ผู้ผลิต และ ผู้บริโภค ซึ่งมีบทบาทสำคัญในช่วงต้นน้ำของระบบพลาสติกหมุนเวียน

ในฝั่งผู้ผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นมาตรการต้นน้ำที่สำคัญ เพื่อให้พลาสติกหลังการใช้งานสามารถนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้จริง การนำแนวคิด Design for Recycling มาใช้เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้สามารถคัดแยก รีไซเคิล และนำกลับมาใช้ใหม่ได้จริงด้วยระบบที่มีอยู่ ไม่ใช่เพียงรีไซเคิลได้แต่ในทางทฤษฎี หรือเพียงแค่เนื้อวัสดุหนึ่งๆ มีสมบัติที่นำไปรีไซเคิลได้เท่านั้น

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการลดความซับซ้อนของโครงสร้างผลิตภัณฑ์และการใช้วัสดุให้พอดีกับฟังก์ชัน ซึ่งจะช่วยลดการหลุดรอดและความยุ่งยากในการแยกชิ้นส่วนหรือองค์ประกอบ นอกจากนี้ การเลือกใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลร่วมกันได้ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่อาจเป็นอันตรายตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยลดการปนเปื้อนและคงคุณภาพของวัสดุที่จะถูกนำไปใช้ในรอบถัดไป

ผู้ผลิตยังมีบทบาทในการปรับสูตรวัสดุและกระบวนการผลิตให้สามารถใช้เม็ดพลาสติก PCR ในสัดส่วนที่สูงขึ้น โดยไม่กระทบต่อคุณภาพและการใช้งานของผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้เม็ดพลาสติก PCR ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และการควบคุมคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามแนวคิด Design for Recycling เป็นปัจจัยสำคัญในการได้เม็ดพลาสติก PCR คุณภาพสูง ที่นำไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นใจ

ผู้บริโภคเองก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน ตั้งแต่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ การคัดแยกวัสดุหลังการใช้งาน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการรีไซเคิล วัสดุพลาสติกที่คัดแยกอย่างถูกต้อง สะอาด ไม่ปะปนกับวัสดุอื่น จะช่วยลดการปนเปื้อน เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการรีไซเคิล และส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเม็ดพลาสติก PCR

การคัดแยกตั้งแต่ต้นทางไม่เพียงช่วยให้ระบบรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังช่วยควบคุมต้นทุนในกระบวนการขึ้นรูป และเพิ่มโอกาสให้มีวัสดุหลังการใช้งานที่มีคุณภาพดี เพื่อนำกลับมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติก PCR คุณภาพสูงที่ใช้เป็นวัตถุดิบรอบสองต่อไป อย่างไรก็ตาม การคัดแยกจะมีประสิทธิภาพได้ จำเป็นต้องสื่อสารให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย รวมทั้งมีระบบรองรับที่เหมาะสม และมีการจัดการตามแนวทางที่เกิดจากการร่วมคิดของทุกภาคส่วน

การพัฒนาเม็ดพลาสติก PCR คุณภาพสูงจึงไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากเป็นผลจากการเชื่อมโยงบทบาทตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการคัดแยกวัสดุหลังการบริโภค และการรีไซเคิล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบพลาสติกหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

ติดต่อสอบถามข้อมูล
ดร.ศิริกาญจน์ วิเศษสุวรรณภูมิ หรือคุณชัญฐิศา ประพันธ์พจน์
งานกลยุทธ์และขับเคลื่อนแผนการวิจัยและนวัตกรรม ฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม

โทรศัพท์ 0-2564-6500 ต่อ 4283
อีเมล: sirikarn.wis@mtec.or.th

The post วัสดุพลาสติกจะหมุนเวียนได้จริง…ต้องเริ่มที่ใคร? appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. ลงนาม MOU ร่วมกับ 4 เครือข่ายพันธมิตร เพื่อร่วมขับเคลื่อน “ไม้ไผ่ไทย” สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน https://www.mtec.or.th/mtec-nstda-mou-bamboo/ Thu, 16 Apr 2026 21:02:42 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44550 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ภายในงาน “เทศกาลสถาปัตยกรรมไม้ไผ่และนวัตกรรมวัสดุนานาชาติ 2026” ณ Chiang Mai Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. ลงนาม MOU ร่วมกับ 4 เครือข่ายพันธมิตร เพื่อร่วมขับเคลื่อน “ไม้ไผ่ไทย” สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ภายในงาน “เทศกาลสถาปัตยกรรมไม้ไผ่และนวัตกรรมวัสดุนานาชาติ 2026” ณ Chiang Mai Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย รองศาสตราจารย์เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการเอ็มเทค ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา (MOU) ร่วมกับ 4 เครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปและผลิตภัณฑ์ไผ่แม่แจ่ม บริษัท ไทย เรนฟอเรสท์ จำกัด และกลุ่ม RILA โดยพิธีลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ ต่อยอดนวัตกรรม และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน “ไม้ไผ่ไทย” สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ภายในงาน ดร. ทิพย์จักร ณ ลำปาง หัวหน้าทีมวิจัยวิศวกรรมไม้เพื่อความยั่งยืน จากกลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณ ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวจากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไม้ไผ่” ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับเครือข่ายภาคี และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยได้รับเกียรติจาก นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายในหัวข้อ “ไม้ไผ่สู่เวทีโลก” โดยคุณสาวิน สายมา จาก VASSANA Brand และคุณกรกต อารมย์ดี จาก Korakot International Limited Partnership ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานที่นำวัสดุธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยไปสู่เวทีนานาชาติ และมีส่วนร่วมในโครงการระดับโลกอย่าง Dior Gold House Bangkok โดยทั้งสองท่านยังได้รับรางวัล “ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างสรรค์” (Creative Local Wisdom) อีกด้วย

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมรับองค์ความรู้ แนวทาง และแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีศักยภาพ ตอกย้ำบทบาทของงานออกแบบไทยบนเวทีสากล และสะท้อนพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

The post เอ็มเทค สวทช. ลงนาม MOU ร่วมกับ 4 เครือข่ายพันธมิตร เพื่อร่วมขับเคลื่อน “ไม้ไผ่ไทย” สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ประกาศผลสถานประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ปี 2569 https://www.mtec.or.th/uptech69-announcement/ Fri, 10 Apr 2026 09:29:06 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=43849 วันที่ 10 เมษายน 2569 จากการจัดงานสัมมนา “Up-Technology for Circularity ยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี Recycle/Upcycle” ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ... Read more

The post ประกาศผลสถานประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ปี 2569 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

วันที่ 10 เมษายน 2569

จากการจัดงานสัมมนา “Up-Technology for Circularity ยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี Recycle/Upcycle” ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น บางเขน ที่ผ่านมา ทางโครงการฯ จึงได้พิจารณาคัดเลือกบริษัทที่จะเข้าร่วมในปีนี้ได้จำนวน 7 กิจการ ดังต่อไปนี้

รายชื่อบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ปี พ.ศ.2569
1. บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
2. บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด
3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท
4. บริษัท บีเซน จำกัด
5. บริษัท ช.นิยม จำกัด
6. บริษัท ไทยเจียพาวเดอร์ อินดัสตรี จำกัด
7. บริษัท เอส.เจ.ซี. คอนกรีต จำกัด

ทางโครงการฯ ขอขอบคุณทุกบริษัท ที่ให้ความสนใจในการสมัครเข้าร่วมดำเนินงานกับโครงการฯ ในการนำเทคโนโลยีรีไซเคิล/อัพไซเคิลไปประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ตาม ด้วยงบประมาณ ระยะเวลา และทีมงานที่มีจำกัด ทางโครงการฯ จึงไม่สามารถจะรับทุกบริษัทเข้าร่วมงานในปีนี้ได้ จึงหวังว่าจะได้รับความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการอีกครั้งในโอกาสถัดไป

ดำเนินการโดย: ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
สนับสนุนโดย: กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม

The post ประกาศผลสถานประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ปี 2569 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. และ กพร. เยี่ยมชมโรงงาน BEZEN เดินหน้านำ “อะลูมิเนียมดรอส” สู่ผลิตภัณฑ์แผ่นรองเผาและอิฐทนไฟ https://www.mtec.or.th/uptech-bezen/ Fri, 10 Apr 2026 09:15:55 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44480 ทีมงานในโครงการ “พัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Up Tech)” ประกอบด้วย ดร.อนุชา วรรณก้อน หัวหน้าโครงการ และทีมวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) พร้อมด้วยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ผู้สนับสนุนโครงการ ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. และ กพร. เยี่ยมชมโรงงาน BEZEN เดินหน้านำ “อะลูมิเนียมดรอส” สู่ผลิตภัณฑ์แผ่นรองเผาและอิฐทนไฟ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ทีมงานในโครงการ “พัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Up Tech)” ประกอบด้วย ดร.อนุชา วรรณก้อน หัวหน้าโครงการ และทีมวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) พร้อมด้วยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ผู้สนับสนุนโครงการ นำโดย คุณศรากร อักษรแก้ว วิศวกรโลหการชำนาญพิเศษ และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของ บริษัท บีเซน จำกัด (BEZEN) ณ จังหวัดสระบุรี โดยมี คุณวินัย ว่องกิตติพงษ์ กรรมการผู้จัดการ และทีมงานของบริษัทฯ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ได้หารือถึงแนวทางในการเข้าร่วมและดำเนินงานในโครงการฯ โดย ดร.สมัญญา สงวนพรรค หัวหน้าทีมที่ปรึกษาเทคโนโลยีการนำอะลูมิเนียมดรอสที่ผ่านการปรับสภาพแล้ว สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรม ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องให้กับทางบริษัทฯ และทางบริษัท โดยคุณวรพงษ์  ว่องกิตติพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ได้นำเสนอภาพรวมของบริษัทฯ ตลอดจนพาเยี่ยมชมกระบวนการผลิต

บริษัท บีเซน จำกัด ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน และมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ จึงมีโครงการ BEZEN GO GREEN โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2035 การเยี่ยมชมในครั้งนี้ ทีมที่ปรึกษาได้นำเสนอเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณภาพอะลูมิเนียมดรอสเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเซรามิก พร้อมหารือร่วมกันถึงแนวทางความร่วมมือเชิงลึกในกระบวนการนำอะลูมิเนียมดรอสที่ผ่านการปรับสภาพแล้วมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทน ความเหมาะสมทางด้านเทคนิคการผลิต เป้าหมายการดำเนินงานในโครงการ ตลอดจนแนวทางการต่อยอดในอนาคต

The post เอ็มเทค สวทช. และ กพร. เยี่ยมชมโรงงาน BEZEN เดินหน้านำ “อะลูมิเนียมดรอส” สู่ผลิตภัณฑ์แผ่นรองเผาและอิฐทนไฟ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา https://www.mtec.or.th/mtec-nstda-welcomes-delegation-from-the-university-of-toyama/ Fri, 10 Apr 2026 08:32:17 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44474 วันพุธที่ 8 เมษายน 2569 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ ดร.ศาศวัต ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

วันพุธที่ 8 เมษายน 2569
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย 

           ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ ดร.ศาศวัต มหบุญพาชัย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น นำโดย Prof. Kuniaki Dohda ที่ปรึกษาพิเศษอธิการบดี และ Asst. Prof. Dr. Sukunthakan Ngernbamrung ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมหารือความร่วมมือและเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิจัย ณ ห้องประชุม M506 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายกรอบความร่วมมือระหว่างสองสถาบัน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง สวทช. โดยเอ็มเทค และมหาวิทยาลัยโทยามะ รวมถึงแนวทางการดำเนินกิจกรรมวิจัยร่วมในอนาคต เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัยวัสดุ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมอลูมิเนียมของประเทศไทย

ความร่วมมือที่ขยายตัวในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่างเอ็มเทค สวทช. และมหาวิทยาลัยโทยามะ ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านวัสดุ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคต

The post เอ็มเทค สวทช. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-raot/ Fri, 10 Apr 2026 06:39:37 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44447 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินนโยบายส่งเสริมโครงการนวัตกรรมยางพาราเพื่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรรม โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยที่นำไปสู่แนวทางปฏิบัติได้จริง

The post การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

"กยท. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมยางพารา
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ
ตอบโจทย์การผลิตยุคใหม่และลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน"

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินนโยบายส่งเสริมโครงการนวัตกรรมยางพาราเพื่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรรม โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยที่นำไปสู่แนวทางปฏิบัติได้จริง

นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า “กยท. มีนโยบายสนับสนุนนวัตกรรมยางพาราเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง ด้วยแนวทางการสนับสนุนที่หลากหลาย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตโดยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เมื่อผลงานวิจัยพัฒนาแล้วเสร็จ กยท. จะผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมการขยายผลสู่สถาบันหรือหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึงการให้เงินอุดหนุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนการลงทุนของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร”

“เราเชื่อว่าการขับเคลื่อนภาคการผลิตยางพาราด้วยนวัตกรรมจะช่วยให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งในด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้า การลดต้นทุน และการลดปัญหาแรงงาน พร้อมคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ เป้าหมายสำคัญของ กยท. คือการเสริมความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน”

ในด้านความร่วมมือกับเอ็มเทค สวทช. เพื่อพัฒนา เครื่องผลิตแผ่นยางจับตัวแบบต่อเนื่องด้วยระบบกึ่งอัตโนมัติ นางสาวนภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กล่าวว่า “เอ็มเทค ได้ดำเนินงานตามเงื่อนไขครบถ้วน พร้อมรายงานผลตรงตามกรอบเวลา และประสบความสำเร็จในการออกแบบและพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์กวนผสมที่ควบคุมคุณภาพยางได้ตามมาตรฐาน โครงการนี้ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการบริหารการวิจัย และได้รับอนุมัติให้ดำเนินงานต่อเนื่องในปีที่ 2  เพื่อทดสอบการผลิตจริงกับกลุ่มสหกรณ์ที่มีศักยภาพ โดยภาพรวมถือว่าพึงพอใจและเชื่อมั่นว่าเอ็มเทคจะเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาในอนาคตต่อไป”

นางสาวนภาวรรณ กล่าวเสริมเรื่องการขยายผลงานวิจัยและนวัตกรรมว่า “ปัจจุบันการประกาศรับข้อเสนอโครงการสำหรับผู้เสนอขอทุน ผลงานวิจัยหรือต้นแบบที่ได้ต้องมีระดับความสำเร็จ TRL ไม่น้อยกว่าระดับ 6 พร้อมผลการทดสอบต้นแบบและข้อมูลด้านประสิทธิภาพการใช้งาน ผลความพึงพอใจจากผู้ใช้งาน และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานสามารถขยายผลได้และนำไปใช้ได้จริง”

“ที่ผ่านมา กยท. และเอ็มเทค ได้เคยร่วมกำหนดโจทย์วิจัยอย่างใกล้ชิด โดย กยท. ให้ความสำคัญกับโจทย์ที่ตอบความต้องการของผู้ใช้ ขณะที่เอ็มเทคเสนอศักยภาพด้านเทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนได้ ทำให้เกิดการบูรณาการความเชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกันยังมีข้อจำกัดและความท้าทายด้านกฎระเบียบของแต่ละองค์กร โดยเฉพาะในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้งบประมาณ ทั้งนี้ กยท. ยังอยู่ระหว่างการหาแนวทางแก้ไข”

“ที่ผ่านมา ผลงานจากเอ็มเทคส่วนใหญ่ตอบโจทย์เกษตรกรได้ดี แม้บางผลงานยังต้องพัฒนาต่อเพื่อให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น การทดสอบการผลิตจริงกับกลุ่มสหกรณ์จะช่วยเสริมความมั่นใจ ซึ่งหากผลงานสำเร็จจนจดสิทธิบัตรได้ ก็จะสร้างมูลค่ามหาศาลและช่วยลดการใช้แรงงานได้อย่างมาก”

นายดิษฐเดช ยังได้เพิ่มเติมเรื่อง “การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีผู้มีส่วนได้เสียหลายภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร สถาบันเกษตร ผู้ประกอบการ รวมถึงนโยบายภาครัฐที่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นงานวิจัยหรือนวัตกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่การศึกษาความคุ้มค่าของสูตรปุ๋ย พันธุ์ยาง และการจัดการสวนยาง การใช้ระบบเจาะแทนมีดกรีดยางแบบดั้งเดิม การใช้สารจับตัวยางก้อนถ้วยเพื่อลดกลิ่นไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำทั้งหมด ล้วนต้องอาศัยเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการรักษามาตรฐานทั้งในประเทศและระดับสากล” 

“หัวใจของการให้ทุนวิจัย คือผลงานต้องช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง คุ้มค่า และตอบสนองความต้องการของเกษตรกรทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง” นายดิษฐเดช กล่าวทิ้งท้าย

The post การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
กรมโรงงานอุตสาหกรรม https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-diw/ Fri, 10 Apr 2026 06:11:31 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44440 การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่ในอีกด้านหนึ่งของเสียจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ก็จำเป็นต้องจัดการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่ในทางปฏิบัติของเสียจำนวนมากยังใช้การฝังกลบ

The post กรมโรงงานอุตสาหกรรม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

"ผมคิดว่า เราควรจริงจังกับเศรษฐกิจหมุนเวียนให้มากขึ้น
เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติมีจำกัด
และการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้
นอกจากจะทำลายธรรมชาติแล้ว
ยังมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงกว่าการใช้วัสดุรีไซเคิล"

การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่ในอีกด้านหนึ่งของเสียจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ก็จำเป็นต้องจัดการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่ในทางปฏิบัติของเสียจำนวนมากยังใช้การฝังกลบ 

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจในการบริหารจัดการและกำกับดูแลธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัย เป็นไปตามกรอบของกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีวิสัยทัศน์ในการทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเติบโตและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว

ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี อดีตอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (พ.ศ.2565-2567) เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันการนำของเสียมาใช้ประโยชน์ (Waste Utilization) ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่ากากอุตสาหกรรมให้เป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่และสิ้นสุดความเป็นของเสีย (End of Wastes) สอดคล้องตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)

ดร.จุลพงษ์ เล่าที่มาของแนวคิดนี้ว่า “จากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับมลพิษอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ได้เห็นพัฒนาการของอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ สมัยก่อนเรามีของเสียจากอุตสาหกรรมเกษตร แต่เมื่ออุตสาหกรรมเติบโตก็เริ่มมีของเสียอันตรายมากขึ้น ในยุคแรกที่ทำงานในกรมโรงงาน ผมอยู่ในหน่วยงานนำร่อง เมื่อมีของเสียอันตราย เราก็ต้องคิดระบบบำบัดเพื่อให้ความเป็นพิษลดลงก่อนนำไปฝังกลบ แต่ในยุคต่อมา ซึ่งอุตสาหกรรมขยายตัว หากเรายังคงจัดการด้วยการฝังกลบไปเรื่อย ๆ ทั้งประเทศก็คงเต็มไปด้วยหลุมฝังกลบ” 

“ผมคิดว่า เราควรจริงจังกับเศรษฐกิจหมุนเวียนให้มากขึ้น เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติมีจำกัด และการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ นอกจากจะทำลายธรรมชาติแล้ว ยังมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงกว่าการใช้วัสดุรีไซเคิล และจากที่ผมเคยประเมิน พบว่า ประมาณ 60% ของของเสียอุตสาหกรรมสามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ซ้ำได้” ดร.จุลพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ต้นทุนในการรีไซเคิลของเสียอุตสาหกรรมมักสูงกว่าต้นทุนในการใช้วัสดุธรรมชาติ ดร.จุลพงษ์ อธิบายว่า “ประเทศที่ทำสำเร็จจะมีปัจจัยสำคัญเกื้อหนุน 4 เรื่อง ได้แก่ มีตลาดรองรับ ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค และมีฟังก์ชันการใช้งานเฉพาะ”

“เนื่องจากกรมโรงงานฯ ดูแลการจัดการของเสียอุตสาหกรรม เราจึงเลือกว่าของเสียอุตสาหกรรมตัวไหนที่เป็นไปตามปัจจัยเกื้อหนุน 4 เรื่องที่ว่ามา อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงเรื่องปริมาณที่ต้องมีมากเพียงพอในระดับอุตสาหกรรม ต้นกำเนิดของวัสดุก็ควรอยู่ในประเทศ และการกระจายตัวของแหล่งของเสียก็ต้องไม่ไกลจากบริเวณที่จะดำเนินการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง เมื่อได้ตัวเลือกของเสียที่เข้าข่ายแล้ว กรมโรงงานฯ จึงเชิญเอ็มเทค สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัย มาร่วมแสดงความคิดเห็น และมีส่วนในการผลักดันให้เป็นตัวอย่างนำร่องในการพัฒนาต่อไป”

ด้วยเหตุนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเอ็มเทค สวทช. จึงได้ลงนามความร่วมมือกัน ภายใต้โครงการการวิจัยและพัฒนาการผลักดันเพิ่มมูลค่ากากของเสียอุตสาหกรรมให้เป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อการสิ้นสุดการเป็นของเสีย เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับเอ็มเทค สวทช. ที่ผ่านมา ดร.จุลพงษ์ เล่าว่า “จากที่มีโอกาสทำงานร่วมกับนักวิจัย สวทช. พบว่า นักวิจัยมีความกระตือรือร้นมาก มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน”

สำหรับข้อแนะนำเพื่อพัฒนาการทำงานนั้น ดร.จุลพงษ์ ให้ความเห็นว่า “เอ็มเทค สวทช. ควรเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ (Service Delivery Unit, SDU) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดังนั้น ควรปรับปรุงระบบจัดซื้อจัดจ้าง จากเดิมที่ใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้สามารถดำเนินการวิจัยได้รวดเร็วขึ้น ส่วนเรื่องเทคโนโลยี บางอย่างเราก็มีความพร้อม แต่บางอย่างก็สามารถร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ จะได้ไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด”

“ในส่วนการนำของเสียมารีไซเคิลและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นจำเป็นต้องมีหน่วยงานมารับรอง ซึ่งผมคิดว่าถ้าจะให้งานบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สวทช. น่าจะเป็นหน่วยงานที่พัฒนามาตรฐานมารับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้เช่นเดียวกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)” ดร.จุลพงษ์ เสนอทิ้งท้าย

The post กรมโรงงานอุตสาหกรรม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-unido/ Fri, 10 Apr 2026 05:30:05 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=44433 องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นหน่วยงานเฉพาะทางของสหประชาชาติ มีพันธกิจหลักคือ การส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอุตสาหกรรมสีเขียวผ่านการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี การสร้างศักยภาพ และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ

The post องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

ข้อมูลที่เอ็มเทคจัดทำมีความน่าเชื่อถือ
แสดงให้เห็นว่า ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาอย่างเหมาะสม
ทั้งข้อมูลในขั้นตอนการศึกษาและวิจัย
รวมถึงข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นและผลการศึกษา
ก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดท่าที
และนโยบายระดับชาติของประเทศไทย

องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นหน่วยงานเฉพาะทางของสหประชาชาติ มีพันธกิจหลักคือ การส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอุตสาหกรรมสีเขียวผ่านการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี การสร้างศักยภาพ และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือที่ยาวนานกว่า 10 ปีระหว่าง UNIDO กับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้สร้างผลกระทบที่สำคัญในด้านนโยบายและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมีและมลพิษในภาคอุตสาหกรรม

คุณวราวรรณ เฉลิมโอฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสารเคมี (National Expert on POPs Management) องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) กล่าวว่า “การทำงานร่วมกับเอ็มเทคในหลายโครงการที่ผ่านมาพบว่า ข้อมูลที่เอ็มเทคจัดทำขึ้นมีความน่าเชื่อถือ สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่อยู่ภายใต้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ และแสดงถึงความถูกต้องและครบถ้วนในทุกขั้นตอนของการศึกษาและวิจัย นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นและผลการศึกษาของเอ็มเทคก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดท่าทีและนโยบายระดับชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ

การจัดการสารเคมี เพื่อลด-ละ-เลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรม และสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน หรือ POPs (Persistent Organic Pollutants) ในภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ และไม่เพียงแต่เป็นงานวิชาการเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง”

การจัดการสารเคมีและมลพิษ ต้องใช้เทคนิคการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมาย คุณวราวรรณ กล่าวว่า “ด้านการสื่อสารข้อมูล เอ็มเทคทำได้ดี เห็นได้ชัดเจนในกิจกรรมต่างๆ จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ “POPs Campaigning Workshop” เสริมทักษะเล่าเรื่องเพื่อสื่อสารสังคมปลอดภัยจากสาร POPs เมื่อวันที่ 19–20 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า เอ็มเทคมีความพยายามอย่างมากในการเล่าสิ่งที่ยากให้ง่าย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าอบรมที่เป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษาสามารถเข้าใจเนื้อหาที่ยากได้ในระดับหนึ่ง ภายในระยะเวลาเพียง 1-2 วัน นอกจากนี้ยังจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์อย่างหลากหลาย รวมถึงทำกิจกรรม Hands-on อีกด้วย”

“ส่วนการสื่อสารในระดับอุตสาหกรรม ภาคเอกชนและภาครัฐ เอ็มเทคมีการลงพื้นที่ และมีการจัดปรึกษาหารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แต่มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเรื่องการปิดกั้นการรับข้อมูลข่าวสารของกลุ่มเป้าหมาย ที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการสื่อสารสู่กลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากเนื้อหาที่เราสื่อสารมีความลึกและเฉพาะเจาะจง บางครั้งจำเป็นต้องมีอะไรบางอย่างที่เป็นตัวกระตุ้นเพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาฟังหรือรับชมช่องทางสื่อสารต่างๆ ด้วย”

เมื่อถามถึงการทำงานว่าเป็นไปตามที่คาดหวังหรือมีข้อเสนอแนะอย่างไร คุณวราวรรณ กล่าวว่า “มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสื่อสารภายในและการบริหารจัดการโครงการในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง ขอให้แจ้งปัญหาหรืออุปสรรคให้เร็วขึ้น เพื่อสามารถรับมือสถานการณ์ร่วมกัน เนื่องจากบางโครงการเป็นการทำงานที่มีคณะกรรมการให้คำปรึกษาจากหลายหน่วยงานซึ่งสามารถให้ข้อเสนอแนะและความช่วยเหลือเพื่อหาช่องทางหรือวิธีแก้ไขอื่นๆ ได้ทันท่วงที”

“นอกจากนี้ การรวบรวมข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และทำได้ยากมากในบางบริบทการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าบ้างในการส่งมอบงานเนื่องจากกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงทำให้ใช้ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ถือว่าเป็น “เหตุสุดวิสัย” ที่สามารถเข้าใจได้”

คุณวราวรรณ กล่าวเสริมว่า “โดยภาพรวมแล้ว มีความพอใจและชื่นชมเกี่ยวกับคุณภาพของผลงานวิชาการมาก มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล  ผลงานที่เอ็มเทคส่งมอบก็ดีกว่าในบางประเทศ เพราะเอ็มเทคมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์ยาวนาน”

สำหรับแผนงานในอนาคต “ในประเทศไทยมีหน่วยงานที่ศึกษาหรือมีองค์ความรู้เกี่ยวกับสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (POPs) มีอยู่ไม่มากนัก ดังนั้น การที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนกระบวนการทางอุตสาหกรรมให้กลายเป็น Green Chemistry หรือ Green Industry ได้ต้องอาศัยเอ็มเทคซึ่งมีความรู้และประสบการณ์สูงเข้ามาช่วยสนับสนุน โดยอาจจะเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ที่มีภารกิจและงบประมาณจัดสรรให้ดำเนินการ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างเท่านั้น แต่สามารถเป็นพันธมิตรกันได้” คุณวราวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

The post องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>