MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/ National Metal and Materials Technology Center Mon, 22 Jun 2026 05:16:42 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=7.0 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/ 32 32 Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ https://www.mtec.or.th/nature-positive-121/ Mon, 22 Jun 2026 05:13:36 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46073 ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง

The post Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ปัจจุบัน เทรนด์โลกกำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ หรือ Nature Positive ซึ่งเป็นการทำให้ธรรมชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงแค่ทำลายให้น้อยลง

เป้าหมายระดับโลกตามแนวคิด Nature Positive ท้าทายมาก นั่นคือ หยุดยั้งและพลิกฟื้นธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให้กลับมาเติบโตภายในปี ค.ศ.2030 เพื่อให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนได้จริงภายในปี ค.ศ2050

การประเมินผลจะใช้ปี ค.ศ 2020 เป็นปีฐาน เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยตั้งเป้าหมายให้เกิด ‘ผลบวกสุทธิ’ ต่อธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างสมบูรณ์ภายในปี ค.ศ.2050

‘ไผ่’ เป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวคิด Nature Positive เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงการฟื้นฟูระบบนิเวศ การคัดเลือกพันธุ์และการจัดการแปลงปลูกด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ประโยชน์ไผ่ในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

เอ็มเทค โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ร่วมกับทีมวิจัยวิศวกรรมไม้เพื่อความยั่งยืน ได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากการปลูกและใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ไผ่แปรรูปเชิงวิศวกรรม เพื่อประเมินศักยภาพของห่วงโซ่คุณค่าไผ่ในการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ

หัวใจของการประเมินคือ การใช้ข้อมูลและวิธีการวัดผลที่โปร่งใส เพื่อให้การปลูกไผ่เป็นมากกว่ากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมทั่วไป กล่าวคือเป็นการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions, NbS) ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง และช่วยลดความเสี่ยงด้านการฟอกเขียว (Greenwashing)

ตัวชี้วัดครอบคลุมหลายมิติ ทั้งพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การกลับมาของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บในเนื้อไม้และดิน ตลอดจนปริมาณการกักเก็บน้ำและความชื้นในพื้นที่

ข้อมูลสำคัญต่างๆ มาจากการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) การสำรวจด้วยโดรน และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการติดตาม การประเมินผล และการวางแผนเชิงนโยบาย

นอกจากนี้ การจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพเชิงพื้นที่ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการประเมินบริการระบบนิเวศและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด Nature Positive อีกด้วย

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานไผ่และไม้เศรษฐกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการแปลงปลูก การผลิตตามมาตรฐานความยั่งยืน การลดการใช้พลังงานและของเสียในกระบวนการแปรรูป ควบคู่กับการจัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory, LCI) ข้อมูลความยั่งยืน และการประเมินบริการทางระบบนิเวศ เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือสำคัญ’ ในการวัดและติดตามผลกระทบอย่างเป็นระบบ

‘ชุดเครื่องมือสำคัญ’ นี้ช่วยให้การใช้ประโยชน์ไผ่และไม้เศรษฐกิจเป็น Nature-based Solutions (NbS) ที่ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาล และนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากการ ‘ลดผลกระทบ’ สู่การ ‘สร้างผลลัพธ์เชิงบวก’ ให้แก่ธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th

The post Nature Positive จากการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่: วัดผลอย่างไรให้น่าเชื่อถือ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ https://www.mtec.or.th/nature-positive-120/ Mon, 22 Jun 2026 05:00:11 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46067 ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต

The post Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก แนวคิด Nature Positive กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่สมดุลระหว่างมนุษย์ เศรษฐกิจ และธรรมชาติ แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ ‘ลดผลกระทบ’ ต่อสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงการ ‘ฟื้นฟูธรรมชาติให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ อย่างเป็นรูปธรรม

Nature Positive คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมจากการพยายาม ‘ทำลายให้น้อยลง’ ไปสู่การ ‘ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม’ ซึ่งเป็นการยกระดับเป้าหมายจากแค่การป้องกันไม่ให้ธรรมชาติแย่ลง หรือชดเชยให้เสมอตัว (No Net Loss) มาเป็นการสร้างผลกำไรสุทธิ (Net Gain) กลับคืนสู่ระบบนิเวศ

เป้าหมายเร่งด่วนคือ การพลิกฟื้นกราฟ (Bend the curve) ความเสียหายของธรรมชาติให้กลับเป็นขาขึ้นภายในปี ค.ศ.2030 และบรรลุวิสัยทัศน์ที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนได้อย่างแท้จริงภายในปี ค.ศ.2050

แนวคิดนี้ยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระดับโลก ทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน ผ่านกรอบนโยบายและมาตรฐานต่าง ๆ เช่น Global Biodiversity Framework (GBF) หรือกรอบการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures: TNFD) ที่ผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับ ‘ทุนทางธรรมชาติ’  มากขึ้น เพราะธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป แต่คือรากฐานของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

แนวทางของ Nature Positive Initiative (NPI) ตั้งเป้าหมายการหยุดยั้งและฟื้นกลับการสูญเสียธรรมชาติภายในปี ค.ศ.2030 โดยประเมินผลลัพธ์อ้างอิงข้อมูลปี ค.ศ.2020 เป็นปีฐานและติดตามการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อมา ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น พื้นที่ธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ รวมถึงศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนและรักษาสมดุลน้ำ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการปลูกไม้เศรษฐกิจและไผ่อย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากช่วยดูดซับคาร์บอนแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต สร้างรายได้ให้ชุมชนจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าจากคาร์บอนเครดิตหรือเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credit) อันสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตทางธุรกิจสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติได้

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำข้อมูลบัญชีรายการทรัพยากร (Life Cycle Inventory: LCI) ข้อมูลด้านความยั่งยืน รวมถึงการประเมินบริการทางระบบนิเวศ (Ecosystem Services) ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) ให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้  เปรียบเสมือน ‘ชุดเครื่องมือที่น่าเชื่อถือ’ ที่ช่วยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Nature Positive และ Nature-based Solutions ของประเทศไทยต่อไป

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณพรพิมล บุญคุ้ม นักวิจัย
ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม
สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โทร: 0 2564 6500 ต่อ 4077
อีเมล: pornpimb@mtec.or.th

The post Nature Positive: เมื่อเป้าหมายของโลกไม่ใช่แค่ลดผลกระทบ แต่ต้องฟื้นฟูธรรมชาติ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
MTEC จับมือภาคเอกชน โชว์นวัตกรรมรีไซเคิลพลาสติก หนุนผู้ประกอบการไทยรับมือกฎสิ่งแวดล้อมยุโรป https://www.mtec.or.th/mtec-innovative-and-sustainability-recycling-solutions-for-the-plastics-industry/ Fri, 19 Jun 2026 06:47:36 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46031 19 มิถุนายน 2569 – ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. จัดสัมมนา “INNOVATIVE AND SUSTAINABILITY RECYCLING SOLUTIONS FOR THE ... Read more

The post MTEC จับมือภาคเอกชน โชว์นวัตกรรมรีไซเคิลพลาสติก หนุนผู้ประกอบการไทยรับมือกฎสิ่งแวดล้อมยุโรป appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

19 มิถุนายน 2569 – ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. จัดสัมมนา “INNOVATIVE AND SUSTAINABILITY RECYCLING SOLUTIONS FOR THE PLASTICS INDUSTRY” ในงาน Manufacturing Expo 2026 ณ ไบเทค บางนา ระดมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชน เร่งยกระดับความพร้อมผู้ประกอบการไทยรับมือกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเปิดตัวบริการประเมินความสามารถในการรีไซเคิลและสร้างฐานข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ของอุตสาหกรรมขึ้นรูปพลาสติกของประเทศไทย

ดร.บงกช หะรารักษ์ และ ดร.กาญจนาวดี สิงขรอาจ นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ชี้ว่า EU กำลังบังคับใช้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมหลายฉบับที่กระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ไทย โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่ PPWR และ ESPR ซึ่งจะเริ่มบังคับห้ามใช้โลหะหนักและสาร PFAs ในบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป พร้อมกำหนดเป้าหมายให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลได้ไม่ต่ำกว่า 70% ภายในปี 2030 และจะยอมรับเฉพาะบรรจุภัณฑ์ระดับ Class B ภายในปี 2038 นอกจากนี้ยังมีการบังคับใช้ระบบ Digital Product Passport (DPP) ที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ต้องตรวจสอบย้อนกลับได้นานถึง 10 ปี

ทีมวิจัย MTEC เปิดเผยว่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย MTEC พร้อมให้บริการใน 2 ด้านหลัก ได้แก่ การประเมินความสามารถในการรีไซเคิล (Recyclability Evaluation) ของบรรจุภัณฑ์ตามมาตรฐาน RecyClass ของยุโรป และการสร้างฐานข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ของอุตสาหกรรมพลาสติกไทย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการมีค่ากลางระดับประเทศในการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม และไม่ต้องอ้างอิงค่ากลางของยุโรปซึ่งอาจทำให้เสียเปรียบด้านการค้าและการตั้งราคาแข่งขัน

ภายในงานยังมีกรณีศึกษาจากภาคเอกชน ได้แก่

  • บริษัท ยูเนี่ยน เจ พลัส (ไทยแลนด์) ยกระดับเม็ดพลาสติก PCR สู่คุณภาพพรีเมียม ด้วยการกำจัดกลิ่นและลดเม็ดเจล พร้อมขอรับรองมาตรฐาน GRS, ISO และ USFDA
  • บริษัท B.G.S. International นำฟิล์มหลายชั้นและฟิล์ม Metallized ที่รีไซเคิลยากกลับมาใช้ใหม่ได้สำเร็จ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • Labtech Engineering นำเสนอเครื่อง Filter Tester และเทคโนโลยีรีไซเคิลแบบ Film-to-Film ที่ลดการเผชิญความร้อนในกระบวนการหลอม ช่วยรักษาคุณสมบัติเชิงกลและความใสของฟิล์ม พร้อมเปิดโรงงานให้ผู้ร่วมงานเข้าเยี่ยมชมศักยภาพของเครื่องจักรร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง

 

MTEC สวทช. ขอเชิญผู้ประกอบการด้านพลาสติก บรรจุภัณฑ์ และผู้ส่งออกไทยร่วมโครงการประเมินความสามารถในการรีไซเคิล และร่วมจัดเก็บกระบวนการขึ้นรูปพลาสติกเพื่อสร้างข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ระดับประเทศ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก

The post MTEC จับมือภาคเอกชน โชว์นวัตกรรมรีไซเคิลพลาสติก หนุนผู้ประกอบการไทยรับมือกฎสิ่งแวดล้อมยุโรป appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. ผนึกกำลัง กทพ. ลงนาม MOU เดินหน้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมขั้นสูง ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่ “Smart Expressway” ที่ปลอดภัยและยั่งยืน https://www.mtec.or.th/mtec-mou-smart-expressway/ Thu, 18 Jun 2026 06:51:30 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=46002 วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม M506 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. ผนึกกำลัง กทพ. ลงนาม MOU เดินหน้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมขั้นสูง ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่ “Smart Expressway” ที่ปลอดภัยและยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม M506 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมขั้นสูงในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางพิเศษของประเทศสู่ระบบ “Smart Expressway” ที่มีความปลอดภัย ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีคณะผู้บริหาร นักวิจัย และบุคลากรจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน

ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความเชี่ยวชาญระหว่างสองหน่วยงานชั้นนำของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานระบบทางพิเศษของประเทศให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย กทพ. ในฐานะผู้บริหารจัดการและให้บริการทางพิเศษของประเทศ มุ่งยกระดับมาตรฐานด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการให้บริการ ขณะที่เอ็มเทค สวทช. จะนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมขั้นสูงมาสนับสนุนการวิจัย พัฒนา ทดสอบ และประเมินสมรรถนะของวัสดุและอุปกรณ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางพิเศษ เพื่อรองรับการใช้งานที่มีประสิทธิภาพและความต้องการด้านคมนาคมที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนานวัตกรรมด้านวัสดุและอุปกรณ์ทางวิศวกรรมสำหรับงานทางพิเศษ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มความทนทานและอายุการใช้งานของโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยผ่านการออกแบบ ทดสอบ และประเมินผลตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสากล เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) โดยอาศัยแนวทางการวิจัย “Material Solutions for Net Zero” ของเอ็มเทค ซึ่งมุ่งพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสนับสนุนกระบวนการก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในประเทศ ผ่านการวิจัย การทดสอบตามมาตรฐานสากล และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน อันจะช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทย เพื่อรองรับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และยั่งยืนในอนาคต

The post เอ็มเทค สวทช. ผนึกกำลัง กทพ. ลงนาม MOU เดินหน้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมขั้นสูง ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่ “Smart Expressway” ที่ปลอดภัยและยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. ร่วมเวที KHON KAEN GREEN BUSINESS & ECO CITY INVESTMENT FORUM ชูนวัตกรรมวัสดุพลอยได้จากอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน https://www.mtec.or.th/mtec-khon-kaen-green-business/ Thu, 18 Jun 2026 05:25:22 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45981 16 มิถุนายน 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส จังหวัดขอนแก่น ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. ร่วมเวที KHON KAEN GREEN BUSINESS & ECO CITY INVESTMENT FORUM ชูนวัตกรรมวัสดุพลอยได้จากอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

16 มิถุนายน 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส จังหวัดขอนแก่น

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมงาน “KHON KAEN GREEN BUSINESS & ECO CITY INVESTMENT FORUM” เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และส่งเสริมการพัฒนาเมืองขอนแก่นสู่การเป็นเมืองนิเวศ (Eco City) ที่สามารถเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

เอ็มเทค สวทช. ได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน ผ่านการบรรยายในหัวข้อ “นวัตกรรมการใช้ประโยชน์วัสดุพลอยได้จากภาคอุตสาหกรรม: แนวทางสู่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน” โดย ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน กลุ่มวิจัยเซรามิกส์และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้นำเสนอแนวทางการเพิ่มมูลค่าวัสดุพลอยได้จากภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาวัสดุและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ตลอดจนการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อยกระดับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวทีเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ การจัดแสดงนิทรรศการด้านสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมสีเขียว รวมถึงกิจกรรมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองสีเขียวและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งจัดกิจกรรมแจกกล้าไม้ฟรีกว่า 100,000 ต้น เพื่อส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสิ่งแวดล้อม

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันขอนแก่นสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองแห่งการลงทุนสีเขียว และเมืองต้นแบบด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

The post เอ็มเทค สวทช. ร่วมเวที KHON KAEN GREEN BUSINESS & ECO CITY INVESTMENT FORUM ชูนวัตกรรมวัสดุพลอยได้จากอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. ร่วมหารือแนวทางเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้า สู่การพัฒนาวัสดุก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน https://www.mtec.or.th/mtec-nstda-green-construction/ Thu, 18 Jun 2026 01:31:40 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45949 ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับคณะกรรมการจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ลงพื้นที่ ณ ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. ร่วมหารือแนวทางเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้า สู่การพัฒนาวัสดุก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับคณะกรรมการจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ลงพื้นที่ ณ โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน เพื่อประชุมและหารือแนวทางการนำวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า ได้แก่ เถ้าลอย (Fly Ash) และเถ้าหนัก (Bottom Ash) มาใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าสูงสุด โดยมุ่งเน้นการยกระดับมูลค่าวัสดุเหลือทิ้ง ลดปริมาณการฝังกลบ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัสดุก่อสร้างสีเขียว (Green Construction) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

การหารือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งอะลูมิโนซิลิเกต ได้แก่

  1. โครงการเทคโนโลยีรีไซเคิลวัสดุเหลือทิ้งอะลูมิโนซิลิเกตเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง (กพร. ปีงบประมาณ 2569)
  2. โครงการพัฒนาวัสดุซ่อมแซมถนนด้วยวันพาร์ทจีโอพอลิเมอร์มอร์ตาร์จากวัสดุเหลือทิ้งอะลูมิโนซิลิเกต
  3. โครงการพัฒนาวัสดุยาแนวรอยต่อวันพาร์ทจีโอพอลิเมอร์ผสมไบโอชาร์สำหรับคอนกรีตในการก่อสร้างอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมยังได้หารือแนวทางการสร้างความร่วมมือเชิงธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าของการใช้ประโยชน์วัสดุเหลือทิ้งอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่แหล่งกำเนิดวัสดุ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมผู้ใช้งาน ตลอดจนร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและการนำวัสดุเหลือทิ้งไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้ง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคก่อสร้างของประเทศในอนาคต

The post เอ็มเทค สวทช. ร่วมหารือแนวทางเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้า สู่การพัฒนาวัสดุก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
บริษัท เค.เอส.พี อ๊อคต้าเทค จำกัด https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-kspoctatech/ Wed, 17 Jun 2026 08:22:39 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45926 ในอนาคตแนวโน้มความต้องการใช้เครื่อง Flow Tester และ Fork Tester จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์งานวิจัยด้านอาหารสำหรับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทฯ

The post บริษัท เค.เอส.พี อ๊อคต้าเทค จำกัด appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

“ในอนาคตแนวโน้มความต้องการใช้เครื่อง Flow Tester และ Fork Tester จะเพิ่มขึ้น
เนื่องจากสามารถตอบโจทย์งานวิจัยด้านอาหารสำหรับผู้สูงอายุ
และผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทฯ ตั้งแต่ต้นน้ำ
ถึงปลายน้ำ และคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สร้างโอกาสในการขายได้”

อิสสระ องค์กบิลย์
ผู้บริหาร บริษัท เค.เอส.พี อ๊อคต้าเทค จำกัด

บริษัท เค.เอส.พี อ๊อคต้าเทค จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เคมีภัณฑ์ วัสดุภัณฑ์ รวมถึงเครื่องสกัดสมุนไพร และเครื่องผลิตยา-อาหารระดับ SME พร้อมทั้งให้บริการวางระบบคุณภาพมาตรฐานอย่างครบวงจร บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการให้บริการ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า

คุณอิสสระ องค์กบิลย์ ผู้บริหารของบริษัทฯ เปิดเผยว่า เคยมีลูกค้ามาสอบถามเกี่ยวกับเครื่อง Flow Tester และ Fork Tester ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีในการดำเนินธุรกิจเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ยังไม่เคยพบเครื่องมือประเภทนี้ในห้องแล็บที่ใดมาก่อน บริษัทฯ จึงได้สอบถามลูกค้าและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าในอนาคตแนวโน้มความต้องการใช้เครื่องมือดังกล่าวจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์งานวิจัยด้านอาหารสำหรับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก (dysphagia) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทฯ และคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญที่สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ได้

ด้วยความมุ่งมั่นในการให้บริการ คุณอิสสระได้สืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับเครื่อง Flow & Fork Testers ทำให้ทราบว่าที่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. พัฒนาเครื่องนี้จึงได้ติดต่อเข้ามา และมีโอกาสได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมวิจัย (ดร.ชัยวุฒิ กมลพิลาส นักวิจัย และคุณกฤษฎากร มานะกล้า วิศวกร) ซึ่งข้อมูลที่ได้รับเป็นประโยชน์มาก จึงเกิดความเชื่อมั่นและตัดสินใจรับถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้

ตั้งแต่การติดต่อขอข้อมูลจนกระทั่งรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี คุณอิสสระรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นและการให้การสนับสนุนอย่างเต็มขีดความสามารถจากทีมวิจัย ซึ่งข้อมูลที่ได้มีความครบถ้วน สามารถสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์ให้แก่บริษัทเป็นอย่างมาก โดยบริษัทมีแผนจะนำองค์ความรู้ที่ได้รับนี้ไปจัดทำแผน ทั้งในเรื่องการผลิตและการจัดจำหน่าย โดยจะสร้างเครื่องสาธิตระบบ (demo) และจัดเวิร์กชอปให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เช่น อาจารย์จากมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการ เพื่อให้รู้จักเครื่องนี้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาเว็บไซต์เพื่อผลักดันการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศร่วมกับผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทในอนาคต

สำหรับทิศทางการพัฒนาต่อยอด หรือการขยายผลในอนาคต คุณอิสสระได้ให้มุมมองว่า เครื่อง Fork Tester น่าจะประยุกต์ใช้ในงานด้านทันตกรรมได้ แต่อาจต้องมีการปรับพารามิเตอร์บางอย่างให้เหมาะสม สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมอาหาร คุณอิสสระกล่าวว่าเครื่อง Flow & Fork Testers มีความสมบูรณ์อยู่แล้ว

ในส่วนของการร่วมงานด้านอื่นๆ นั้น บริษัทฯ ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีและผลงานของเอ็มเทค สวทช. ทางอีเมลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลมีประโยชน์สามารถต่อยอดได้อีกหลายอย่าง จึงได้เก็บไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทต่อไปในอนาคต

คุณอิสสระยังได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า คนไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมได้เทียบเท่าต่างประเทศ ดังนั้น หากได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐก็น่าจะช่วยให้นวัตกรรมไทยเกิดการใช้ประโยชน์กันมากขึ้น

The post บริษัท เค.เอส.พี อ๊อคต้าเทค จำกัด appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย https://www.mtec.or.th/biochar-ghg/ Fri, 12 Jun 2026 11:59:41 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45852 ไบโอชาร์เป็นวัสดุที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจสำหรับการเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะมิติเชิงบูรณาการทั้งในด้านการปรับปรุงสมบัติของดินทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ

The post ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ
บรรยายโดย
รศ.ดร.อำนาจ ชิดไชสง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
การประชุมระดมสมอง Biochar Consortium ครั้งที่ 4
NAC2026

ไบโอชาร์เป็นวัสดุที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจสำหรับการเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะมิติเชิงบูรณาการทั้งในด้านการปรับปรุงสมบัติของดินทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่พืช ตลอดจนการเป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากภาคการเกษตร อย่างไรก็ตามประสิทธิผลของการใช้ไบโอชาร์ขึ้นอยู่กับตัวแปรและปัจจัยที่หลากหลาย จึงนำไปสู่แรงจูงใจในการศึกษาวิจัยปฎิสัมพันธ์ระหว่างไบโอชาร์ ดิน และพืชเกษตร โดย รศ.ดร. อำนาจ ชิดไธสง และคณะ

ผลการทดลองในระดับห้องปฏิบัติการชี้ให้เห็นว่า การเลือกใช้ชนิด ขนาด และปริมาณของไบโอชาร์อย่างเหมาะสมสามารถช่วยปรับปรุงสมบัติของดินประเภทต่างๆ ได้ในหลายด้าน เช่น เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำและธาตุอาหาร ลดความเป็นกรดของดิน รวมถึงเพิ่มค่าศักย์รีดอกซ์ (Eh) โดยการเพิ่มปริมาณตัวรับอิเล็กตรอนทางเลือก (ไอออนของไนเตรต เหล็กเฟอริก และซัลเฟต) ทำให้ดินมีสภาพออกซิเดทีฟมากขึ้น ส่งผลในการช่วยยับยั้งการย่อยสลายอินทรียวัตถุในรูปแบบที่ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็น GHG ที่มีศักยภาพการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอกไดออกไซด์ประมาณ 30 เท่า

อีกทั้งทีมวิจัยยังได้ต่อยอดองค์ความรู้สู่การทำนาข้าวในแปลงทดลอง ด้วยการศึกษาการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับวิธีการอื่นๆ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างคาร์บอนเครดิต โดยอาศัยการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งและการจัดการปุ๋ย และพบว่าในฤดูนาปีการใส่ไบโอชาร์ล้วนสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้เกือบ 40% และยังสามารถช่วยลดมีเทนได้แม้กรณีที่ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี ในส่วนของฤดูนาปรังนั้นพบว่าการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ถึง 45%

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาแสดงด้วยว่าการใช้ไบโอชาร์โดยไม่ใส่ปุ๋ยร่วมด้วยอาจทำให้ผลผลิตข้าวลดลงได้ 10-21% เนื่องจากไบโอชาร์สามารถดูดซับไนโตรเจนบางส่วนไว้ชั่วคราว ทำให้พืชขาดแคลนธาตุอาหารในช่วงแรกได้ ซึ่งประเด็นที่เกษตรกรพึงระวัง โดยวิธีที่ให้ผลดีที่สุดในเชิงปฏิบัติคือการใช้ไบโอชาร์ร่วมกับปุ๋ยและการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก รักษาระดับผลผลิต และเพิ่มคาร์บอนอินทรีย์ในดินไปพร้อมๆ กัน

ทีมวิจัยยังได้ทดลองประยุกต์ใช้ขี้เถ้าแกลบจากโรงไฟฟ้าชีวมวลในนาข้าวด้วยเนื่องจากเห็นว่าเป็นวัสดุที่ใกล้เคียงกับไบโอชาร์ และพบว่าขี้เถ้าแกลบสามารถช่วยลด GHG (มีเทนและไนตรัสออกไซด์) และช่วยเพิ่มผลผลิตด้วย นอกจากนั้นทีมวิจัยได้ใช้ไบโอชาร์ในทดลองการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เช่น การปลูกข้าวฟ่างหวาน (พืชพลังงาน) ในดินที่มีความสมบูรณ์ต่ำ ซึ่งไบโอชาร์สามารถช่วยลดการปล่อย GHG เมื่อเทียบกับแปลงควบคุม และช่วยเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นใกล้เคียงกับแปลงที่เสริมด้วยปุ๋ยคอก และการใช้ไบโอชาร์ที่ผลิตจากใบและเศษอ้อยในการปลูกอ้อย ซึ่งช่วยลดก๊าซไนตรัสออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ และปัจจุบันทีมวิจัยอยู่ในช่วงการศึกษาผลของการใช้ไบโอชาร์ต่อผลผลิตและการปล่อย GHG จากการปลูกมันสำปะหลัง

ภาพรวมจากงานวิจัยของ รศ.ดร. อำนาจ ชิดไธสง และคณะ แสดงให้เห็นว่าไบโอชาร์สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มคาร์บอนสะสมในดินและปรับปรุงคุณภาพดิน เพื่อช่วยเพิมผลผลิตของพืชเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่สามารถใช้กับทุกพื้นที่ได้เหมือนกัน แต่ต้องปรับการใช้งานตามชนิดของดินและไบโอชาร์ (เช่น ชีวมวลที่ใช้ผลิต อุณหภูมิการเผา ขนาดอนุภาค รวมถึงอัตราการใช้ในแปลง) เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจบริบทเฉพาะของที่ดินและพืชของตนในการนำไบโอชาร์ไปใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

The post ผลกระทบของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลผลิตพืชเกษตรไทย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เอ็มเทค สวทช. ร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงานประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะผู้สูงอายุและครอบครัว ครั้งที่ 2 https://www.mtec.or.th/mtec-silver-economy-and-healthtech/ Fri, 12 Jun 2026 11:52:51 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45860 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ทีมวิจัยด้าน Silver Economy and Healthtech ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. เข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ภายในงาน “การประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะผู้สูงอายุและครอบครัว ... Read more

The post เอ็มเทค สวทช. ร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงานประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะผู้สูงอายุและครอบครัว ครั้งที่ 2 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ทีมวิจัยด้าน Silver Economy and Healthtech ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. เข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ภายในงาน “การประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะผู้สูงอายุและครอบครัว ครั้งที่ 2” ภายใต้หัวข้อ “Security in life: เสริมเกราะ 3 ชั้น มั่นใจวัยเก๋า” ณ อาคารนวัตกรรมเทคโนโลยีสุขภาพผู้สูงอายุ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์

ภายในงาน เอ็มเทคได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมจำนวน 4 กลุ่มผลงาน ได้แก่ ระบบ MIKE (ToiletSense + MediAlarm) ระบบสนับสนุนการดูแลและเฝ้าระวังสุขภาพผู้สูงอายุ และ Rachel บอดีสูทพยุงกล้ามเนื้อ สำหรับเสริมการเคลื่อนไหวและลดความเสี่ยงต่อการหกล้มของผู้สูงอายุ ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัยการออกแบบเพื่อการเป็นอยู่ที่ดี ผลงาน Para Dough และ Para Cushion ผลิตภัณฑ์จากยางพาราและวัสดุธรรมชาติที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ โดยทีมวิจัยผลิตภัณฑ์ยางรูปแบบใหม่ และ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้มีภาวะกลืนลำบาก โดยทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร ประกอบด้วยสารเพิ่มความหนืดจากเมือกเมล็ดแมงลัก ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานที่ปรับเนื้อสัมผัสตามระดับ IDDSI 5–7 เพื่อให้เหมาะสมต่อการบดเคี้ยวและการกลืน รวมถึงอุปกรณ์ IDDSI Flow and Fork Testers สำหรับสนับสนุนการควบคุมคุณภาพในการพัฒนาอาหารปรับเนื้อสัมผัสและการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเสวนาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตของผู้สูงอายุ ครอบคลุมเรื่องความมั่นคงทางการเงิน การรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และการใช้สติบำบัดใจเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจ ตลอดจนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ อาทิ อาหารตามธาตุ การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ และการสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ

การเข้าร่วมจัดแสดงผลงานในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของเอ็มเทคในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านวัสดุและเทคโนโลยีเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยมุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้จริง เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทั้งนี้ นิทรรศการของเอ็มเทคทั้ง 4 กลุ่มผลงานได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุ ครอบครัว และผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

The post เอ็มเทค สวทช. ร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงานประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะผู้สูงอายุและครอบครัว ครั้งที่ 2 appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
สวทช. โดย เอ็มเทค จับมือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลักดันการพัฒนาและยกระดับศักยภาพการทดสอบสำหรับเครื่องมือแพทย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศไทย https://www.mtec.or.th/mtec-nstda-mou-msri/ Fri, 12 Jun 2026 08:27:25 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=45828 วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ตึกอธิการดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กระทรวงการอุดมศึกษา ... Read more

The post สวทช. โดย เอ็มเทค จับมือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลักดันการพัฒนาและยกระดับศักยภาพการทดสอบสำหรับเครื่องมือแพทย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศไทย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

วันที่ 8 มิถุนายน 2569
ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ตึกอธิการดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ :

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและยกระดับศักยภาพการทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพแบบหลอดทดลองสำหรับเครื่องมือแพทย์

อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและระบบสาธารณสุขของประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังเผชิญความท้าทายในการเข้าถึงบริการทดสอบและประเมินความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งเสริมสร้างศักยภาพการทดสอบภายในประเทศ ลดการพึ่งพาห้องปฏิบัติการในต่างประเทศ และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

พิธีลงนามในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการ เอ็มเทค และ

รองศาสตราจารย์ นพ. สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มอ. เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ นพ. วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สำนักวิจัยและพัฒนา (Medical Science Research and Innovation Institute: MSRI) และดร.นฤภร มนต์มธุรพจน์ หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เอ็มเทค ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้

การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ การพัฒนาและทวนสอบวิธีการทดสอบ ตลอดจนการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายผลไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง

การลงนาม MOU ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือให้เข้มแข็งและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยจะมุ่งเน้นใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

  • การร่วมกันดำเนินงานด้านวิชาการในการพัฒนาและทวนสอบวิธีการทดสอบ in vitro
    biocompatibility ตามมาตรฐาน ISO 10993
  • การพัฒนาเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานทาง
    คุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure) ด้านเครื่องมือแพทย์
  • สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านการทดสอบ in vitro
    biocompatibility ผ่านการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือเชิงวิชาการ
  • สนับสนุนการพัฒนาข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่จำเป็นต่อการประเมินตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล

ความร่วมมือระหว่างเอ็มเทคและมอ. ในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบและประเมินความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์ของประเทศ สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ลดการพึ่งพาการทดสอบจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยในระดับสากล

The post สวทช. โดย เอ็มเทค จับมือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลักดันการพัฒนาและยกระดับศักยภาพการทดสอบสำหรับเครื่องมือแพทย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศไทย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>