กระทรวงการต่างประเทศ และคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (EU Delegation to Thailand) ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และ EU–ASEAN Business Council (EU-ABC) จัดเวที Public-Private Forum: “From Europe to Thailand: Best Practices and Partnerships for Sustainable Packaging Solutions” เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางและสร้างความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมไทยต่อกฎหมาย Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำลังทยอยมีผลบังคับใช
นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเปิดงานว่า ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืนอยู่แล้ว การปรับตัวต่อ PPWR จึงไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทาง แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิต เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมเน้นว่าเวทีนี้เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างไทยและสหภาพยุโรปเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวาระดังกล่าว
ด้าน นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า
“Sustainability has become the language of competitiveness.”
พร้อมย้ำว่าโลกการค้าในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงว่า “ผลิตอะไร” แต่แข่งขันกันที่ “ผลิตอย่างไร” โดย PPWR ไม่ใช่มาตรการกีดกันทางการค้า แต่เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการปรับตัว
Ms. Renita Bhaskar, Minister Counsellor and Head of Trade and Economic Affairs, EU Delegation to Thailand กล่าวว่า
“Sustainability and competitiveness are the same goal.”
พร้อมระบุว่า PPWR เป็น “ทิศทาง” ที่ทุกประเทศกำลังมุ่งไป แม้รายละเอียดจะทยอยประกาศเพิ่มเติมในอนาคต แต่สิ่งสำคัญคือการเริ่มปรับตัวตั้งแต่วันนี้ โดยประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของภูมิภาค และเวทีครั้งนี้ควรมองให้ไกลกว่าการทำความเข้าใจกฎหมาย แต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ในการวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างไทยและยุโรป
ภายในงาน ดร.นุชจรินทร์ รามัญกุล นักวิจัย จากเอ็มเทค ได้เน้นย้ำถึงหมุดหมายสำคัญของ PPWR ที่จะทยอยบังคับใช้ ตั้งแต่ข้อกำหนดด้านสารเคมีและเอกสารรับรองในปี 2569 การติดฉลากและระบบข้อมูลดิจิทัลในปี 2571 ไปจนถึงข้อกำหนดด้านการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling) และการใช้วัสดุรีไซเคิลในปี 2573 พร้อมเน้นว่า ผู้ประกอบการไม่ได้ต้องการเพียงรู้ว่า “ต้องทำอะไร” แต่ต้องการรู้ว่า “จะทำอย่างไร” เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้จริง
เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทย MTEC ได้ผลักดันการจัดตั้ง “Thailand PPWR Consortium” ให้เป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยผู้ประกอบการในการปฏิบัติตาม PPWR ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การให้คำปรึกษา การพัฒนาเครื่องมือสนับสนุน และการรวบรวมฐานข้อมูลผู้ให้บริการ เทคโนโลยี และบริการที่เกี่ยวข้อง
ในเวทีเสวนา ซึ่งดำเนินรายการโดย ดร. วศิมน เรืองเล็ก จาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ดร.นุจรินทร์ จากเอ็มเทค โดยมีวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ คุณทวิน สมบูรณ์ศักดิกุล จากบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน), คุณคงศักดิ์ ดอกบัว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพลาสติก, คุณสิรภาคย์ หงส์วัฒนกุล จากบริษัท ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทีริชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และคุณกิตติ หวังวิวัฒน์ศิลป์ จากบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ต่างเห็นพ้องว่า การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PPWR ไม่สามารถอาศัยเพียงการเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการ Rethink และ Redesign บรรจุภัณฑ์ตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การจัดการข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ระบบ Extended Producer Responsibility (EPR) และกลไกการรับรองข้อมูล เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า
สรุปสารสำคัญของเวทีเสวนา นางสมฤดี พู่พรอเนก อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ความท้าทายจาก PPWR ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยประเทศไทยมีจุดแข็งสำคัญคือมีพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน โดยเฉพาะ MTEC ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและนวัตกรรม พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้และความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและก้าวผ่านความท้าทายของ PPWR ได้