ยุทธศาสตร์อะลูมิเนียมไทย: จากสินค้าพื้นฐานสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูง

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจชะลอตัว วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) การแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูกและยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ตลาดโลกกำลังให้ความสำคัญกับวัสดุคาร์บอนต่ำและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงมากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลและคาร์บอนคือจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน ปัจจุบันไทยยังขาดการบูรณาการข้อมูลอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การวางแผนธุรกิจเป็นไปได้ยาก การจัดทำฐานข้อมูลผู้ผลิต ปริมาณการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ ฐานข้อมูลค่าการปล่อยคาร์บอนและแนวทางการรายงานข้อมูลคาร์บอนที่สหภาพยุโรปยอมรับ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวและผ่านการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลได้อย่างเท่าทัน

เศษอะลูมิเนียมเป็นทรัพยากรสำคัญด้านความยั่งยืน แต่ไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเศษอะลูมิเนียมคุณภาพสูง เนื่องจากการส่งออกปริมาณมากและการเข้ามาตั้งโรงงานของกลุ่มทุนต่างชาติที่ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ นโยบายระยะสั้นจึงต้องมุ่งจำกัดหรือเก็บภาษีการส่งออกเศษโลหะ เพื่อรักษาวัตถุดิบคุณภาพสูงไว้ต่อยอดอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มในประเทศ ควบคู่กับการทบทวนสิทธิประโยชน์การลงทุนที่ไม่คุ้มค่า บังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด และกำหนดสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อสร้างอุปสงค์ให้แก่ผู้ผลิตไทย

เทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพราะการผลิตอะลูมิเนียมคาร์บอนต่ำและโลหะผสมเกรดสูงจำเป็นต้องใช้นวัตกรรมการคัดแยกขั้นสูง ร่วมกับงานวิศวกรรมเชิงลึก เพื่อพัฒนาชิ้นส่วนมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบราง และอุปกรณ์การแพทย์ ทว่าภาคเอกชนยังขาดแคลนเครื่องจักรระดับโรงงานต้นแบบเพื่อขยายขนาดการผลิต รัฐจึงควรสนับสนุนการยกเว้นภาษีเครื่องจักรนวัตกรรมและระบบตรวจสอบคุณภาพแบบเรียลไทม์

โครงสร้างพื้นฐานและกำลังคนต้องพัฒนาควบคู่กัน ความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีระบบทดสอบและรับรองคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การจัดตั้งศูนย์ทดสอบกลางและศูนย์วิจัยอะลูมิเนียมเฉพาะทางจะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการวิจัย ควบคู่กับการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้ารองรับพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้ภาคการผลิตเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยตรง ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อบ่มเพาะบุคลากรทักษะสูงด้านโลหะวิทยาและปัญญาประดิษฐ์ให้รองรับอุตสาหกรรม 4.0

แนวทางการยกระดับอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมไทยสู่ความยั่งยืนดังกล่าว เป็นข้อเสนอจากเวทีระดมสมองที่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติจัดขึ้นร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมไทย โดยอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญรองรับการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตสินค้าพื้นฐานสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูงอย่างยั่งยืน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
นางสาวระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม (IBL) ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (BDD)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)
โทร: 025646500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th