stakeholders-perspective Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/category/stakeholders-perspective/ National Metal and Materials Technology Center Mon, 19 Jan 2026 03:35:11 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://www.mtec.or.th/wp-content/uploads/2019/03/favicon.ico stakeholders-perspective Archives - MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/category/stakeholders-perspective/ 32 32 ยกระดับชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ ด้วยวัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-sci/ Mon, 19 Jan 2026 02:52:04 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42843 บริษัท สยามคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรม จำกัด เป็นผู้ผลิตคอมเพรสเซอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อนชั้นนำของประเทศ โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์

The post ยกระดับชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ ด้วยวัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ยกระดับชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ ด้วยวัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

บริษัท สยามคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรม จำกัด เป็นผู้ผลิตคอมเพรสเซอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อนชั้นนำของประเทศ โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ จึงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดขนาดของคอมเพรสเซอร์ เพื่อสร้างจุดเด่นให้เหนือกว่าสินค้าทั่วไปในตลาด นอกจากนี้ยังลงทุนด้านการวิจัยและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำ

คุณไพศาล ประจันพาณิชย์ ผู้จัดการฝ่ายคุณภาพ กล่าวว่า

“บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันในระดับโลก และให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ การพัฒนานวัตกรรมใหม่ รวมทั้งการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche market)  โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในการลดขนาดและต้นทุนลงอีก 10 เท่า บริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยของตนเอง เมื่อปี พ.ศ. 2539 มีโครงสร้างการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อให้ครอบคลุมทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมุ่งเน้นใน 4 กลุ่มวิจัยหลัก ได้แก่ วัสดุศาสตร์ เครื่องกล มอเตอร์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์”

“เหตุผลสำคัญที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญด้านนวัตกรรมมีปัจจัยหลักมาจากสภาพการแข่งขันในตลาดโลกและวิสัยทัศน์ที่เราต้องการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาทั้งเทคโนโลยีและนโยบายจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่นแต่เพียงอย่างเดียว การดำเนินงานตามแนวนโยบายนี้ช่วยให้บริษัททำงานได้อย่างคล่องตัวและสร้างเอกลักษณ์ของตนเองได้มากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และต้องการพัฒนาองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นโดยคนไทยเอง จึงร่วมมือกับเอ็มเทคและมหาวิทยาลัยหลายแห่งตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน”

พันธมิตรวิจัยภายนอกที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาวัสดุสำหรับบริษัทฯ คือ เอ็มเทค

“บริษัทฯ เคยเข้าไปเยี่ยมชม เอ็มเทค สวทช. ทำให้ได้เห็นความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือที่ทันสมัย และบุคลากรวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์หลายสาขา จึงสนใจและอยากร่วมมือพัฒนาชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ผ่านการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การวิจัยดังกล่าวมุ่งเน้นการศึกษาและพัฒนาวัสดุที่มีสมบัติทางกายภาพ ทางกล และทางความร้อนที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์แยกน้ำมัน (oil separator) ออกจากสารทำความเย็นในระบบคอมเพรสเซอร์ บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากทีมวิจัยและคณะทำงานเป็นอย่างดี จนผลงานสำเร็จและผ่านการตรวจสอบสมบัติการใช้งานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (RoHS) และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้”

“คอมเพรสเซอร์ เป็นหัวใจสำคัญของระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนซึ่งผสานเทคโนโลยีจากหลายสาขา ปัจจุบันนวัตกรรมคอมเพรสเซอร์มีแนวโน้มการแข่งขันที่หลากหลายมากขึ้นในตลาดโลก บริษัทฯ จึงมุ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้าน ส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ความสำคัญกับการลดขนาดให้เล็กลงควบคู่ไปกับการคงประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และสอดรับกับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม”

 “ผลสำเร็จจากการศึกษาวิจัยดังกล่าวช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ของบริษัทฯ จากการมุ่งลดต้นทุนไปสู่การสร้างนวัตกรรมและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกและแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้โดยเฉพาะตลาดยุโรป ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับอุตสาหกรรมไทย เป็นเทคโนโลยีที่ยังมีการศึกษาวิจัยไม่มากนัก และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ รวมทั้งก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ด้านวัสดุขั้นสูงที่มีสมบัติเฉพาะทางอย่างเป็นรูปธรรม”

“บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอน (carbon reduction) มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนทุกปี โดยเฉพาะนโยบายด้านวัสดุและการใช้ทรัพยากร ต้องการลดการใช้วัตถุดิบใหม่ (virgin material) และพัฒนาชิ้นส่วนประสิทธิภาพสูงที่ใช้ทรัพยากรน้อยลง นับเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อมระดับสากลและเป็นใบเบิกทางสำคัญในการขยายตลาด โดยเฉพาะในยุโรปที่มีแนวโน้มความต้องการระบบทำความร้อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพุ่งสูงขึ้นด้วย” คุณไพศาล กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ

โทรศัพท์ 0-2564-6500 ต่อ 4789
อีเมล rapeepr@mtec.or.th

The post ยกระดับชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ ด้วยวัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ผงสีเคลือบเซรามิกจากกากตะกอนน้ำเสีย https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-kera_tiles_ceramic/ Thu, 04 Dec 2025 08:16:00 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=42320 น้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนังมีสารเคมีหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารประกอบของโครเมียมซึ่งมีปริมาณสูง หากจัดการไม่เหมาะสมก็จะทำให้สารเคมีเหล่านี้ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบได้

The post ผงสีเคลือบเซรามิกจากกากตะกอนน้ำเสีย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ผงสีเคลือบเซรามิกจากกากตะกอนน้ำเสีย

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

น้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนังมีสารเคมีหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารประกอบของโครเมียมซึ่งมีปริมาณสูง หากจัดการไม่เหมาะสมก็จะทำให้สารเคมีเหล่านี้ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบได้

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจหลักในการจัดหาและบริหารจัดการวัตถุดิบ ทั้งจากแหล่งแร่ธรรมชาติ และวัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีรีไซเคิลและอัปไซเคิล โดยมีศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นที่ปรึกษาโครงการ และมีบริษัท เขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง กม.34 จำกัด และ บริษัท เคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัดเข้าร่วมโครงการ

บริษัท เขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง กม.34 จำกัด เป็นบริษัทจัดการและบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนัง ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบบำบัดเฉพาะสำหรับน้ำเสียจากกระบวนการฟอกหนังด้วยโครเมียม เพื่อป้องกันไม่ให้ปะปนกับน้ำเสียรวม หลังการบำบัดจะได้ตะกอนโครเมียมราว 200 ตันต่อปี ปัจจุบันตะกอนดังกล่าวนี้ได้รับการเผาหรือฝังกลบ ทำให้มีต้นทุนสูงและสร้างภาระต่อการจัดการพื้นที่ในระยะยาว

ทีมวิจัยเอ็มเทคใช้เทคโนโลยีการสกัดโครเมียมจากกากตะกอนน้ำเสียและทำให้บริสุทธิ์ ผงโครเมียมที่สกัดได้สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเซรามิก สี และโลหะ เทคโนโลยีนี้นอกจากจะช่วยกำจัดของเสียที่เป็นอันตรายแล้วยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย

ในโครงการนี้ บริษัท เคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในการผลิตกระเบื้องเซลาดอนและกระเบื้องสระว่ายน้ำ ได้นำผงโครเมียมที่สกัดได้ไปใช้ในกระบวนการเคลือบสี เคลือบเซรามิก เนื่องจากสีเคลือบจากผงโครเมียมที่สกัดได้มีสมบัติที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับสีเคลือบโครเมียมราคาแพงที่บริษัทนำเข้าจากต่างประเทศ

การนำของเสียจากกระบวนการผลิตหนึ่งไปใช้ประโยชน์ในอีกกระบวนการหนึ่ง นับเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดอย่างคุ้มค่า อีกทั้งช่วยลดของเสีย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการนำเข้า ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยอีกด้วย

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th หรือ
คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน
กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร.
โทรศัพท์ 0 2430 6842 ต่อ 4211
อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.th

The post ผงสีเคลือบเซรามิกจากกากตะกอนน้ำเสีย appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมรีไซเคิลและอัปไซเคิล https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-uptech-2025/ Mon, 10 Nov 2025 03:44:03 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=41395 ประเทศไทยกำลังเร่งยกระดับอุตสาหกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยเฉพาะการนำของเสียจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้

The post อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมรีไซเคิลและอัปไซเคิล appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมรีไซเคิลและอัปไซเคิล

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ประเทศไทยกำลังเร่งยกระดับอุตสาหกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยเฉพาะการนำของเสียจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ทั้งการรีไซเคิล (Recycling) และการอัปไซเคิล (Upcycling) ตลอดจนมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่วัตถุดิบ

โครงการ “พัฒนาและยกระดับสมรรถนะสถานประกอบการอุตสาหกรรมสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี” ภายใต้การสนับสนุนของ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของรัฐบาล

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ทำหน้าเป็นที่ปรึกษาในโครงการดังกล่าว ทั้งยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานวิจัย เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้มีความยั่งยืน

ในปี พ.ศ. 2568 มีผู้ประกอบการ 7 รายที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ ผู้ประกอบการเหล่านี้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักวิจัยและหน่วยงานภาครัฐ พร้อมนำเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ไปใช้ในการยกระดับกระบวนการผลิตและเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้

 กิจกรรมย่อยที่ได้ดำเนินการมีดังนี้

– การรีไซเคิลชิ้นงานโลหะผง จากของเสียสู่โอกาสใหม่ โดยบริษัท ไทยไฟน์ ซินเตอร์ จำกัด

– การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการใช้ฟลักซ์ในเตา Rotary โดยบริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด

– การนำกากยิปซัมสังเคราะห์กลับมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยบริษัท ไทยซิตริก แอซิด จำกัด

– คอนกรีตรักษ์โลก รีไซเคิลเถ้าลอยและเถ้าหนักจากชีวมวล สู่การผลิตคอนกรีตคาร์บอนต่ำ โดยบริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด

– การรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมเพื่อผลิตคอนกรีตบล็อก โดย หจก. เอ็ม อาร์.เซพพาเรทเตอร์

– เทคโนโลยีสกัดโครเมียมจากกากอุตสาหกรรม เพื่อนำไปผลิตวัสดุผงสีเซรามิก โดย บริษัท เขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง กม.34 จำกัด และบริษัท เคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด

ผลการดำเนินงานพบว่าทุกโครงการสามารถเพิ่มผลิตภาพ (productivity) และประสิทธิภาพ (efficiency) ของกระบวนการที่ได้รับปรับปรุงแล้วมากกว่า 17.5% สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 46–74 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 2,094 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

โครงการฯ ยังมีแผนพัฒนาต่อเนื่อง โดยจะเปิดรับสมัครสถานประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการในเฟสต่อไปในช่วงต้นปีของทุกปี เพื่อยกระดับองค์ความรู้และถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีรีไซเคิลและอัปไซเคิลไปประยุกต์กับกระบวนการผลิตอื่นๆ รวมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานวิจัย เพื่อให้ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th หรือ
คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน
กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร.
โทรศัพท์ 0 2430 6842 ต่อ 4211
อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.th

The post อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมรีไซเคิลและอัปไซเคิล appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
เปลี่ยน “อะลูมิเนียมดรอส” เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-cap-global-aluminium/ Mon, 03 Nov 2025 01:52:18 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=41229 ในยุคที่ทรัพยากรธรรมชาติเริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ อุตสาหกรรมการผลิตจึงให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือการจัดการอะลูมิเนียมดรอส (aluminum dross)

The post เปลี่ยน “อะลูมิเนียมดรอส” เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

เปลี่ยน “อะลูมิเนียมดรอส” เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ในยุคที่ทรัพยากรธรรมชาติเริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ อุตสาหกรรมการผลิตจึงให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือการจัดการอะลูมิเนียมดรอส (aluminum dross) ซึ่งเป็นของเสียที่เกิดจากกระบวนการหลอมอะลูมิเนียมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดต้นทุนในการกำจัด

เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม จึงริเริ่มโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีการรีไซเคิลและการอัปไซเคิล โดยมีศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เอ็มเทค สวทช. เป็นที่ปรึกษาโครงการ

บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและรีไซเคิลอะลูมิเนียม ได้มองเห็นโอกาส และสนใจนำอะลูมิเนียมดรอสกลับมาใช้ประโยชน์ จึงเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อเปลี่ยน “ของเสีย” ให้กลายเป็น “วัตถุดิบรอง” ที่มีคุณค่า วัตถุดิบที่ได้สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

ทีมที่ปรึกษา เอ็มเทค สวทช. ได้ทำงานร่วมกับบริษัทฯ โดยเข้าสำรวจกระบวนการผลิต ร่วมวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต ทำให้สามารถปรับลดปริมาณฟลักซ์ที่ใช้ในเตาโรตารี่ลง 60% จากเดิม

นอกจากนี้ ยังได้วิเคราะห์ปริมาณคลอไรด์ในดรอสหลังการหลอมให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยสามารถลดค่าคลอไรด์จาก 1.7% เหลือเพียง 0.6% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถนำวัสดุนี้ไปใช้ผสมในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ได้

ในภาพรวม บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสียและสารเคมีในกระบวนการ คิดเป็นเงินราว 936,000 บาทต่อปี พร้อมกันนั้นก็ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 26,889 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเดือน นับเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสียและลดต้นทุนของสารเคมีที่ใช้ ทั้งยังสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ

บริษัทฯ มีแผนต่อยอดความสำเร็จนี้โดยทดลองใช้ในระดับอุตสาหกรรมจริง หลังจากได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเกิดดรอสและวิธีการบำบัดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงช่วยลดการฝังกลบของดรอส เนื่องจากสามารถนำอะลูมิเนียมดรอสที่ปรับปรุงแล้วไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ได้ ทั้งนี้มีการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าต้นทุนการผลิตของบริษัทลดลง

โครงการนี้เป็นต้นแบบสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย ในการพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

การดำเนินการตามแนวทางของโครงการจะช่วยลดต้นทุนด้านการจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยรวม และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโดยส่งเสริมการบริหารจัดการของเสียที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยดำเนินงานตามแนวทางระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th หรือ
คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน
กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร.
โทรศัพท์ 0 2430 6842 ต่อ 4211
อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.th

The post เปลี่ยน “อะลูมิเนียมดรอส” เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
การรีไซเคิลโลหะผง: ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-sintered-metal-parts/ Tue, 28 Oct 2025 07:13:56 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=41137 ชิ้นส่วนโลหะผงเป็นฟันเฟืองสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ มีจุดเด่นคือสามารถควบคุมการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีคุณภาพในหลายมิติ ทั้งด้านความแม่นยำ ความหนาแน่น และสมบัติทางกล

The post การรีไซเคิลโลหะผง: ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

การรีไซเคิลโลหะผง: ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ชิ้นส่วนโลหะผงเป็นฟันเฟืองสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ มีจุดเด่นคือสามารถควบคุมการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีคุณภาพในหลายมิติ ทั้งด้านความแม่นยำ ความหนาแน่น และสมบัติทางกล เทคนิคการขึ้นรูปจากผงโลหะใช้กระบวนการอัดและเผาที่อุณหภูมิสูง (แต่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของโลหะ) เพื่อให้ผงโลหะยึดประสานกันเป็นชิ้นส่วนที่แข็งแรงและมีสมบัติตามต้องการ

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม เล็งเห็นความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จึงริเริ่มโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โครงการนี้มีเป้าหมายคือการยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีรีไซเคิลและอัปไซเคิล เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งนี้ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เอ็มเทค สวทช. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโครงการ

กรณีศึกษาที่โดดเด่นกรณีหนึ่งคือ บริษัท ไทยไฟน์ ซินเตอร์ จำกัด ซึ่งมีความชำนาญในการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมจากโลหะผง ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ประสบปัญหาเศษของเหลือจากการผลิตประมาณ 3-4 ตันต่อเดือน ทั้งในรูปแบบผงและชิ้นงานกรีน (ชิ้นงานที่อัดขึ้นรูปแล้วแตกหักไม่ได้คุณภาพ) บริษัทมีความประสงค์ในการนำวัสดุส่วนนี้มาวนใช้เป็นวัตถุดิบรอบสองเพื่อเพิ่มมูลค่า จึงเข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเศษโลหะสำหรับนำมาใช้ในงานซินเทอร์ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

จากการศึกษาพบว่าการบดย่อยชิ้นงานสามารถทำได้ด้วยเครื่องบดหยาบ จากนั้นนำมาบดละเอียดเพื่อให้อนุภาคมีขนาดเล็กลง และสามารถผสมเข้ากันกับผงวัสดุตั้งต้นได้ การผสมผงโลหะรีไซเคิลกับผงวัสดุตั้งต้นสามารถนำกลับมาใช้ได้จริงโดยไม่กระทบต่อสมบัติทางกล ความแข็งแรง หรือความหนาแน่นของชิ้นงาน หากควบคุมสัดส่วนการผสมอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ยังพบว่ายังสามารถเพิ่มความแข็งแรงและความแข็งได้ภายใต้เงื่อนไขการควบคุมกระบวนการที่เหมาะสม และควบคุมปริมาณการใช้ผงโลหะรีไซเคิลไม่ให้เกิน 30% โดยน้ำหนัก

นอกจากช่วยลดของเสียในกระบวนการผลิตแล้ว การใช้ผงโลหะรีไซเคิลยังช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และเพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและแนวทางการผลิตแบบ Zero-Waste ที่มุ่งเน้นให้เกิดของเสียน้อยที่สุด โครงการนี้จึงมีส่วนช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้มีความยั่งยืน

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th หรือ
คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน
กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร.
โทรศัพท์ 0 2430 6842 ต่อ 4211
อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.th

The post การรีไซเคิลโลหะผง: ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
จาก ‘ของเสียอุตสาหกรรม’ สู่ ‘คอนกรีตบล็อกคุณภาพมาตรฐาน’ https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-mr-separator/ Mon, 20 Oct 2025 00:36:03 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=40944 ปี 2566 ประเทศไทยมีกากของเสียอุตสาหกรรมรวม 19.82 ล้านตัน แบ่งเป็นของเสียไม่อันตราย 18.69 ล้านตัน และของเสียอันตราย 1.13 ล้านตัน การจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมเหล่านี้ ส่วนใหญ่ใช้วิธีการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

The post จาก ‘ของเสียอุตสาหกรรม’ สู่ ‘คอนกรีตบล็อกคุณภาพมาตรฐาน’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

จาก ‘ของเสียอุตสาหกรรม’ สู่ ‘คอนกรีตบล็อกคุณภาพมาตรฐาน’

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ปี 2566 ประเทศไทยมีกากของเสียอุตสาหกรรมรวม 19.82 ล้านตัน แบ่งเป็นของเสียไม่อันตราย 18.69 ล้านตัน และของเสียอันตราย 1.13 ล้านตัน การจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมเหล่านี้ ส่วนใหญ่ใช้วิธีการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นภาระต่อการจัดการในระยะยาว

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจหลักในการจัดหาและบริหารจัดการวัตถุดิบ ทั้งจากแหล่งแร่ธรรมชาติ และวัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีรีไซเคิลและอัปไซเคิล โดยมีศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นที่ปรึกษาโครงการ และมีห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม อาร์. เซพพาเรทเตอร์ เข้าร่วมโครงการ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม อาร์. เซพพาเรทเตอร์ เป็นผู้ประกอบกิจการโรงงานประเภท รง.105, 106 รับจัดการ คัดแยกกากของเสียอุตสาหกรรมประเภทของเสียไม่อันตราย รวมไปถึงผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์กากของเสียอุตสาหกรรมที่รับเข้ามาจัดการ เช่น เชื้อเพลิง RDF และสารปรับปรุงดิน

ห้างหุ้นส่วนจำกัดฯ มีกากอุตสาหกรรม เช่น เถ้าหนัก เถ้าลอย ทรายหล่อแบบใช้แล้ว รวมถึงกากอุตสาหกรรมต่างๆ จึงต้องการเพิ่มมูลค่ากากอุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยนำกลับมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตคอนกรีตบล็อก เพื่อทดแทนปูนซีเมนต์ และมวลรวมจากธรรมชาติ

แม้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดฯ จะมีความพร้อมด้านสถานที่ แรงงาน และมีประสบการณ์ในการผลิตคอนกรีตบล็อก แต่เป็นการผลิตโดยอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้ปฏิบัติงานจึงไม่มีสูตรการผลิตที่แน่นอน อีกทั้งกากอุตสาหกรรมที่นำมาใช้ก็มีองค์ประกอบทางเคมีค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งย่อมส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้

ทีมที่ปรึกษาจึงดำเนินการวิจัยและพัฒนา โดยปรับปรุงสูตรการผลิตให้เหมาะสมกับกากอุตสาหกรรมแต่ละชนิด เพื่อให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและมีสมบัติสอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ทีมที่ปรึกษายังให้ข้อเสนอแนะแก่โรงงานในการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้มีมาตรฐานและมีการควบคุมคุณภาพ รวมถึงใช้สูตรการผลิตที่เหมาะสมกับกากอุตสาหกรรมแต่ละชนิด

ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการนี้ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนการผลิตได้ 5.29-19.78% นำความรู้เชิงวิชาการไปต่อยอดการผลิตคอนกรีตบล็อกให้มีคุณภาพดีขึ้น เพิ่มความสามารถในแข่งขัน อีกทั้งยังลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th หรือ
คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน
กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร.
โทรศัพท์ 0 2430 6842 ต่อ 4211
อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.th

The post จาก ‘ของเสียอุตสาหกรรม’ สู่ ‘คอนกรีตบล็อกคุณภาพมาตรฐาน’ appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ยกระดับ ‘กากซิโตรยิปซัม’ สู่ ‘วัตถุดิบ’ สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-citro-gypsum/ Thu, 09 Oct 2025 04:41:55 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=40845 เศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear economy) ซึ่งเน้นการผลิต-บริโภค-ทิ้ง ได้สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า ทำให้เกิดขยะปริมาณมาก ทั้งยังแฝงต้นทุนการจัดการสิ่งแวดล้อมไว้ด้วย หลายประเทศทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy)

The post ยกระดับ ‘กากซิโตรยิปซัม’ สู่ ‘วัตถุดิบ’ สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ยกระดับ ‘กากซิโตรยิปซัม’ สู่ ‘วัตถุดิบ’ สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

เศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear economy) ซึ่งเน้นการผลิต-บริโภค-ทิ้ง ได้สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า ทำให้เกิดขยะปริมาณมาก ทั้งยังแฝงต้นทุนการจัดการสิ่งแวดล้อมไว้ด้วย หลายประเทศทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) ซึ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีภารกิจหลักคือการจัดหาและบริหารจัดการวัตถุดิบ ทั้งจากแหล่งแร่ธรรมชาติ และวัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่มสูงสุด และลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการไทย

กพร. ได้ดำเนิน ‘โครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี’ ซึ่งจะช่วยยกระดับผู้ประกอบด้วยเทคโนโลยีรีไซเคิล (Recycle) และอัปไซเคิล (Upcycle) โดยมีศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เป็นที่ปรึกษาโครงการ

บริษัท ไทยซิตริกแอซิด จำกัด เป็นบริษัทหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกรดมะนาวโดยมีเจ้าของกิจการเป็นคนไทย บริษัทฯ มีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดใหม่ และมุ่งประยุกต์เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินธุรกิจแบบ Zero Waste ซึ่งมุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดของเสีย และส่งเสริมการนำวัสดุพลอยได้ในกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน

วัสดุพลอยได้ที่เกิดจากกระบวนการผลิตกรดมะนาวคือ ซิโตรยิปซัม (Citro-gypsum) บริษัทฯ  จึงต้องการพัฒนากระบวนการปรับปรุงซิโตรยิปซัมให้มีคุณภาพดีกว่าเดิม เพื่อนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ยิปซัมบอร์ด แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้าง นอกจากนี้ยังอาจนำไปใช้ทดแทนแร่ยิปซัมธรรมชาติที่คาดว่าจะขาดแคลนในอีก 30 ปีข้างหน้าได้อีกด้วย

ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่เพื่อประเมินขอบเขตการพัฒนาและศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงกำหนดกลยุทธ์การดําเนินงาน โดยเสนอให้ปรับปรุงคุณภาพกากซิโตรยิปซัมด้วยวิธีทางกายภาพ ทางเคมี และทางความร้อน

ทีมวิจัยร่วมกับบริษัทฯ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงคุณภาพซิโตรยิปซัมให้มีสมบัติใกล้เคียงกับยิปซัมธรรมชาติ มีรูปแบบพร้อมใช้งาน และใช้กับกระบวนการผลิตกรดมะนาวของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถปรับใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีอยู่ ไม่ต้องลงทุนซื้อใหม่

โครงการนี้ช่วยให้บริษัท ไทยซิตริกแอซิด จำกัด มีเทคโนโลยีปรับปรุงคุณภาพกากซิโตรยิปซัม ลดปริมาณและภาระในการจัดการกากซิโตรยิปซัม ทั้งยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจําหน่ายผลิตภัณฑ์ยิปซัมสังเคราะห์ นับเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกัน

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th หรือ
คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน
กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร.
โทรศัพท์ 0 2430 6842 ต่อ 4211
อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.th

The post ยกระดับ ‘กากซิโตรยิปซัม’ สู่ ‘วัตถุดิบ’ สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
คอนกรีตรักษ์โลก ก้าวใหม่สู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-flyashblock/ Tue, 07 Oct 2025 00:47:37 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=40804 การจัดการเถ้าลอยและเถ้าหนักที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าเป็นประเด็นท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข แต่หากมีการวางแผนที่ดี พร้อมกับการส่งเสริมการใช้ซ้ำหรือการรีไซเคิลในภาคอุตสาหกรรม ก็จะเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส

The post คอนกรีตรักษ์โลก ก้าวใหม่สู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

คอนกรีตรักษ์โลก ก้าวใหม่สู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

การจัดการเถ้าลอยและเถ้าหนักที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าเป็นประเด็นท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข แต่หากมีการวางแผนที่ดี พร้อมกับการส่งเสริมการใช้ซ้ำหรือการรีไซเคิลในภาคอุตสาหกรรม ก็จะเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส เนื่องจากสามารถสร้างรายได้พร้อมกับลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน

เถ้าลอยและเถ้าหนักเป็นวัสดุพลอยได้ที่มีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง งานขนส่ง และการปรับปรุงสภาพดิน การใช้เถ้าลอยและเถ้าหนักยังช่วยลดการใช้วัสดุธรรมชาติและลดของเสียที่ต้องฝังกลบ

คอนกรีตบล็อกกลวงไม่รับน้ำหนักและคอนกรีตผสมเสร็จ เกิดจากแนวคิดและความมุ่งมั่นในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมของบริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ใน SCGP บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ และได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีรีไซเคิลและอัปไซเคิล ภายใต้การกำกับดูแลของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม และ ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ และคณะ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโครงการ

วัตถุดิบของคอนกรีตบล็อกกลวงไม่รับน้ำหนักและคอนกรีตผสมเสร็จประกอบด้วยปูนซีเมนต์ หินฝุ่น ทราย หิน เถ้าลอย และเถ้าหนัก เป้าหมายของงานวิจัยคือ การพัฒนาสูตรของการนำเถ้าลอยและเถ้าหนักเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในสัดส่วนที่มากกว่าเดิม และปรับปรุงสมบัติของวัสดุโดยที่ยังมีสมบัติด้านความแข็งแรงและด้านกายภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม หากมีการนำผลงานวิจัยไปใช้ ก็ย่อมช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ  

ทีมวิจัยของเอ็มเทคได้ร่วมกับตัวแทนของบริษัทฯ พัฒนาสูตรส่วนผสมคอนกรีตบล็อกกลวงไม่รับน้ำหนัก มีการแทนที่เถ้าหนักด้วยเถ้าลอยมากที่สุดในสัดส่วน 30% โดยมวล ซึ่งผ่านตามเกณฑ์และข้อกำหนดของ มอก. 58-2560 หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับคอนกรีตบล็อกกลวงไม่รับน้ำหนัก

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาสูตรคอนกรีตผสมเสร็จที่มีค่ากำลังอัดดีและสามารถเพิ่มการใช้เถ้าลอยและเถ้าหนักในคอนกรีตผสมเสร็จได้ถึง 30% และ 35% ตามลำดับ ซึ่งผ่านตามเกณฑ์และข้อกำหนดของ มอก. 213-2560 หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคอนกรีตผสมเสร็จ

ความสำเร็จของโครงการแสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมสามารถนำเถ้าลอยและเถ้าหนักมาใช้ทดแทนวัสดุธรรมชาติในกระบวนการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้จัดการทรัพยากรโดยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ปัจจุบันบริษัทกำลังติดตั้งเครื่องจักรผลิตคอนกรีตบล็อกกลวงไม่รับน้ำหนักเพื่อผลิตและจำหน่าย

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th หรือ
คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน
กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร.
โทรศัพท์ 0 2430 6842 ต่อ 4211
อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.th

The post คอนกรีตรักษ์โลก ก้าวใหม่สู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
การส่งเสริมเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรมอาหารเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-auromex/ Thu, 21 Aug 2025 04:24:49 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=39860 ปัจจุบันการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารจากโปรตีนพืช ได้รับความนิยมมากขึ้น อุตสาหกรรมอาหารได้ให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนา และเทคโนโลยี โดยมีการเติบโตต่อเนื่องควบคู่ไปกับเทรนด์รักสุขภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม

The post การส่งเสริมเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรมอาหารเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

การส่งเสริมเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรมอาหารเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ปัจจุบันการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารจากโปรตีนพืช ได้รับความนิยมมากขึ้น  อุตสาหกรรมอาหารได้ให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนา และเทคโนโลยี โดยมีการเติบโตต่อเนื่องควบคู่ไปกับเทรนด์รักสุขภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอาหาร ทัศนคติของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมทั้งความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษย์ในภาพรวม

การบริโภคโปรตีนจากพืชเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์เป็นกลไกหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เอ็มเทค สวทช. มุ่งพัฒนาอาหารที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน โดยใช้ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ในการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างของอาหาร

ผลิตภัณฑ์หนึ่งจากฝีมือของทีมวิจัยฯ คือ เนื้อไก่แบบผงสำเร็จรูป (premix) ปราศจากกลูเตนซึ่งผลิตจากโปรตีนพืช ผลิตภัณฑ์นี้มีเนื้อสัมผัสและรสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์จริง  ทั้งนี้บริษัท ออโรเม็กซ์ จำกัด ได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีและต่อยอดสู่การเข้าร่วมโครงการ “ยกระดับนวัตกรรมฐานวัสดุสู่ตลาดชั้นนำ เพื่อการเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” โดยได้รับทุนจาก บพข. แผนงานวิจัย แผนงานพัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation driven enterprises: IDEs) ขนาดใหญ่  

บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยนวัตกรรม และมี Business Unit สำคัญเกี่ยวกับการผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุเจือปนอาหารและวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร บริษัทฯ มุ่งเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตอาหารในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นที่มาของการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเอ็มเทค

ผลิตภัณฑ์ผงปรับปรุงเนื้อสัมผัสข้าว ช่วยลดการสูญเสียน้ำ (texture Improver) ที่เติมในขั้นตอนการหุงข้าว ทำให้ข้าวกล่องหรืออาหารพร้อมรับประทานซึ่งเมื่ออุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟแล้วมีคุณภาพเนื้อสัมผัสนุ่มชุ่มชื้นเป็นธรรมชาติ น่ารับประทาน

ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ร่วมกับทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร เอ็มเทค เป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนบริษัทฯ เพิ่มนวัตกรรมใหม่ ทั้งด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมตลาด และนวัตกรรมองค์กร เพื่อสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน และเพิ่มยอดขายแบบก้าวกระโดด  ทีมงานของเอ็มเทคยังสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สารปรับปรุงเนื้อสัมผัส เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบของสังคมไทยและอีกหลายประเทศในเอเชีย

โครงการ “ยกระดับนวัตกรรมฐานวัสดุสู่ตลาดชั้นนำ เพื่อการเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” มีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนกลยุทธ์ธุรกิจและแผนปฏิบัติการ และการกำหนดทิศทางเป้าหมายใน 5 ปี ข้างหน้า รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ทดสอบผลิตภัณฑ์สารปรับปรุงเนื้อสัมผัส  การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อรองรับลูกค้าทั้งแบบ B2B (Business to Business) และแบบ B2C (Business to Consumer) ภายใต้การดำเนินงานของโครงการในปี 2 เพื่อสนับสนุนให้บริษัทมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เข้าสู่ธุรกิจพันล้านด้วยนวัตกรรม

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th

The post การส่งเสริมเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรมอาหารเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>
ยกระดับอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์ไทยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน https://www.mtec.or.th/stakeholders_perspective-tps-garden/ Wed, 13 Aug 2025 07:17:07 +0000 https://www.mtec.or.th/?p=39684 ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น การยกระดับความสามารถของภาคเอกชนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จึงเปรียบเสมือนการติดอาวุธ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และมีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก

The post ยกระดับอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์ไทยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>

ยกระดับอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์ไทยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น การยกระดับความสามารถของภาคเอกชนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จึงเปรียบเสมือนการติดอาวุธ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และมีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก นำมาซึ่งการเติบโตของธุรกิจแบบก้าวกระโดดอย่างยั่งยืน

ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ได้รับทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ในการดำเนินแผนงานพัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation driven enterprises: IDEs) ผ่านกลไกความร่วมมือและร่วมพัฒนากับองค์กรหรือบุคคลในเครือข่ายการพัฒนานวัตกรรม 

บริษัท ทีพีเอส การ์เด้น เฟอร์นิเจอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไม้ซุง ไม้สัก ไม้สักแปรรูป เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ แบบครบวงจร ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นบริษัทหนึ่งที่เข้าร่วมในแผนงานนี้   

บริษัทฯ ต้องการเพิ่มยอดขายในประเทศ พัฒนาศักยภาพของบุคลากร สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างยาวนาน สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มการปลูกป่า เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอนาคต และก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโซลูชันงานไม้ เฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง และการตกแต่งภายในแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์หลักในการรักษาตลาดส่งออกไม้แปรรูป เพิ่มรายได้จากการให้บริการโซลูชันงานไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม้ครบวงจรในประเทศ

ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เอ็มเทค ได้มีส่วนในการทำแผนธุรกิจของบริษัทฯ วิเคราะห์ประเด็นที่ควรเสริมศักยภาพ และเสาะหาที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในมิติต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดไปได้

การส่งเสริมด้านนวัตกรรมได้มุ่งเน้นในหลายมิติ ได้แก่ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ได้แนะนำทีมวิจัยวิศวกรรมไม้เพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค เพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การเลือกเครื่องจักร การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าไม้สัก และการทดสอบสมบัติที่สำคัญ ซึ่งจะสามารถผลักดันให้เกิดการสร้างตลาดใหม่และรายได้ให้กับองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านนวัตกรรมการตลาด ได้แนะนำผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ การจัดการโครงสร้างและความสัมพันธ์ของแบรนด์ทั้งหมดภายในบริษัทให้เป็นระบบและสอดคล้องกัน

ด้านนวัตกรรมองค์กร มีการจัดอบรมพัฒนาทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และด้านนวัตกรรมกระบวนการ ได้ออกแบบขั้นตอนและกระบวนการทางธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นมาตรฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะนำระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning, ERP) มาใช้ และการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนปลูกป่าสักและโมเดลแพลตฟอร์มปลูกป่าผสมผสานเชิงเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ยังเกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเอ็มเทค ภายใต้โครงการการจัดทำมาตรการรองรับการกีดกันทางการค้าด้วยข้อกฎหมายด้านการนำเข้าสินค้าที่มีส่วนในการตัดไม้ทำลายป่า EUDR (EU Deforestation Regulation) ระดับประเทศ เพื่อประโยชน์ในภาพรวมของอุตสาหกรรมไม้

สอบถามเพิ่มเติม:
คุณระพีพันธ์ ระหงษ์
งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4789
อีเมล: rapeepr@mtec.or.th

The post ยกระดับอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์ไทยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน appeared first on MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ.

]]>