บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด

งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ

บริษัทฯ เชื่อมั่นในทีมวิจัยเอ็มเทค
การทำงานที่ผ่านมา
รู้สึกพึงพอใจมากและภูมิใจกับผลงานนี้
เพราะเป็นการคิดค้นใหม่ ใช้งานได้จริง
ตรงกับบริบทของบริษัท

บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด เป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมบิลเลต ซึ่งเป็นวัสดุกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมหลายชนิด เช่น อะลูมิเนียมเส้น (extruded profiles) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมมายาวนาน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงมีนโยบายด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ต่างๆ

โจทย์หนึ่งที่บริษัทฯ สนใจคือ การพัฒนากระบวนการกำจัดสีฝุ่นเคลือบผิวบนอะลูมิเนียมสำหรับกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งได้ดำเนินการร่วมกับทีมวิจัยเทคโนโลยีการผลิตอะลูมิเนียม กลุ่มวิจัยกระบวนการทางวัสดุและการผลิตอัตโนมัติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช.

คุณวันชัย จงจิตรนันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แคป โกลบอล อลูมิเนียม จำกัด เล่าที่มาของความร่วมมือว่า “กรอบอะลูมิเนียมประตูหน้าต่างที่เห็นในปัจจุบันมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป จากแต่ก่อนซึ่งกรอบมีสีเงิน ชา หรือดำ โดยใช้กระบวนการแอโนไดซ์ (anodizing) แต่ปัจจุบันเราจะเห็นสีขาวหรือลายไม้ ซึ่งมีความสวยงามมากขึ้น แต่เมื่อนำกรอบอะลูมิเนียมเหล่านี้ไปหลอมเพื่อรีไซเคิลจะเกิดควันและกลิ่นปริมาณมากเกินกว่าระบบควบคุมมลพิษของโรงงานทั่วไปจะรับได้ ทำให้การหลอมแต่ละครั้งต้องใช้กรอบอะลูมิเนียมเหล่านี้ในปริมาณที่ลดลงมากกว่า 50% เพื่อลดกลิ่นและควัน”

“บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับทีมวิจัยเอ็มเทค เพื่อศึกษาว่าในขณะที่รีไซเคิลกรอบอะลูมิเนียมเคลือบสีฝุ่นมีก๊าซชนิดใดเกิดขึ้นบ้าง มีปริมาณเท่าไหร่ และเกิดที่ช่วงเวลาใด ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราจัดการได้อย่างเหมาะสม เพราะการรีไซเคิลอะลูมิเนียมเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นกลไกสำคัญในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)”

เมื่อถามถึงแนวทางการดำเนินงานและอุปสรรคที่เกิดขึ้น คุณวันชัยกล่าวว่า “บริษัทฯ เคยเห็นแนวทางของประเทศกลุ่มยุโรป แต่เนื่องจากปริมาณอะลูมิเนียมของเราน้อยกว่าเขามาก จึงต้องปรึกษากับทีมวิจัยเพื่อหาแนวทางที่เหมาะกับบริบทของเรา และมีต้นทุนที่เหมาะสม”

“ในระหว่างที่ทำงานก็พบอุปสรรคที่ไม่คาดคิดมาก่อน แต่ทีมวิจัยมีความตั้งใจ และมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา ทำให้อุปสรรคไม่ใช่เรื่องใหญ่”

“องค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ได้นำไปใช้ในการออกแบบเครื่องจักร เพื่อขยายสเกลจากห้องปฏิบัติการที่ระดับ 200 กิโลกรัม/ชั่วโมง เป็นระดับอุตสาหกรรมคือ 4 ตัน/ชั่วโมง คาดว่าจะสำเร็จในไตรมาสแรกของปี 2569 ในการขยายสเกลแม้จะมีอุปสรรคบ้าง เพราะมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงมากมายแต่ทีมวิจัยก็เข้าใจปัญหาดี สามารถคาดการณ์และคิดเผื่อไว้ล่วงหน้า ทำให้การทำงานร่วมกันสำเร็จอย่างราบรื่น”

“บริษัทฯ เชื่อมั่นในทีมวิจัยเอ็มเทค การทำงานที่ผ่านมารู้สึกพึงพอใจมาก และภูมิใจกับผลงานนี้ เพราะเป็นการคิดค้นใหม่ ใช้งานได้จริง ตรงกับบริบทของบริษัท” 

สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น คุณวันชัยกล่าวว่า “การทำงานที่ผ่านมาเห็นว่า นักวิจัยมีงานล้นมือ จึงควรเพิ่มจำนวนนักวิจัย อีกทั้งงานในบางส่วน เช่น การเก็บก๊าซเพื่อมาวิเคราะห์ อาจไม่ใช่ความชำนาญของนักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านโลหะวิทยา จำเป็นต้องอาศัยนักวิจัยจากทีมอื่นมาช่วยด้วย”

คุณวันชัยได้กล่าวถึงแผนงานในอนาคตว่า “จากความร่วมมือที่ผ่านมา ทำให้ทีมวิจัยเห็นประเด็นในกระบวนการผลิตที่ยังสามารถปรับปรุงได้ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลดรอส ซึ่งกระบวนการเดิมใช้ฟลักซ์ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น และชนิดของฟลักซ์อาจยังไม่เหมาะสมกับบริบทของบริษัทซึ่งในประเด็นนี้อาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อลดต้นทุนลดการใช้สารเคมี และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ดีขึ้น”

“นอกจากการรีไซเคิลอะลูมิเนียมกรอบประตูหน้าต่างแล้ว การรีไซเคิลอะลูมิเนียมประเภทอื่น เช่น กระป๋องเครื่องดื่มใช้แล้ว (Used Beverage Can, UBC) หรือวัสดุประเภทขี้กลึง ขี้เลื่อยที่มีขนาดเล็ก ก็ต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งเอ็มเทคก็น่าจะเป็นหน่วยงานที่เก็บข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานเติมเต็มไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรีไซเคิลอะลูมิเนียมก้าวหน้าได้เร็วขึ้น” คุณวันชัยกล่าวทิ้งท้าย