ในช่วงที่ทุเรียนกำลังพัฒนาผล เป็นช่วงเวลาที่ชาวสวนต้องเผชิญกับ “ฝันร้าย” ที่สุด ทั้งหนอนเจาะผลทุเรียน เพลี้ยแป้ง และราดำ โดยเฉพาะระยะสะสมแป้งก่อนเปลี่ยนเป็นน้ำตาลซึ่งถือเป็นช่วงชี้เป็นชี้ตาย หากถูกแมลงศัตรูพืชเข้าทำลายเพียงครั้งเดียว ผลผลิตที่ดูแลมาทั้งปีอาจเสียหายจนขายไม่ได้ ชาวสวนจำนวนมากจึงเลือกใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างหนัก ซึ่งไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย แต่ยังต้องเสี่ยงกับปัญหา “สารเคมีตกค้าง” ที่อาจทำให้สินค้าถูกตีกลับจากต่างประเทศ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและรายได้อย่างมหาศาล
เพื่อตอบโจทย์ความกังวลนี้ ทีมวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ได้คิดค้นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนวิถีการทำสวนทุเรียนไปอย่างสิ้นเชิง ด้วย “ถุงห่อทุเรียน Magik Growth” ทางออกสำหรับเกษตรกรที่เน้นคุณภาพส่งออกและต้องการยกระดับสวนเข้าสู่มาตรฐาน GAP โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาวิธีทำให้ผิวทุเรียนสวย สะอาด โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีฉีดพ่นที่ตัวผล
นวัตกรรมนี้ใช้เทคโนโลยีวัสดุผ้าไม่ถักไม่ทอ (Nonwovens) ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้น้ำและอากาศไหลผ่านได้ดี แต่สามารถป้องกันแมลงศัตรูพืช ความโดดเด่นที่ทำให้ Magik Growth แตกต่างจากถุงห่อทั่วไป คือเทคโนโลยี “คัดเลือกช่วงแสง” ซึ่งทำหน้าที่กรองเฉพาะช่วงคลื่นแสงสีแดงที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตให้ผ่านเข้าไปได้ ส่งผลให้ทุเรียนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น เปลือกสะอาด ผิวสวย และมีเนื้อสีเหลืองเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การันตีความสำเร็จด้วยเสียงยืนยันจากชาวสวนที่ใช้งานจริง ซึ่งพบว่านอกจากจะได้ทุเรียนคุณภาพพรีเมียมที่ขายได้ราคาสูงขึ้นแล้ว ยังสามารถลดต้นทุนค่าสารเคมีและแรงงานลง กลายเป็นผลผลิตที่ปลอดภัยและเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดส่งออกที่เข้มงวด
ความเชื่อมั่นในนวัตกรรมไทยนี้ยิ่งตอกย้ำชัดเจนขึ้น เมื่อผลงาน “ถุงห่อทุเรียน Magik Growth” โดย ดร.ณัฐภพ สุวรรณเมฆ และคณะ ได้รับมอบประกาศนียบัตรผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award 2026 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569 ณ ไบเทค บางนา ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่านี่คือนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและสร้างคุณประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างสูงสุด
สำหรับข้อสงสัยเรื่องความคุ้มค่า แม้จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 35-40 บาทต่อถุง แต่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้มากกว่า 3 รอบการผลิต จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับสวนทุเรียนที่มุ่งเน้นคุณภาพ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) โทร.02 564 6500 หรือ www.mtec.or.th