‘ฐานข้อมูลชีวมวล’ ยกระดับโรงไฟฟ้าไทย สู่พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่ถูกจับตามองมากที่สุด เนื่องจากปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สู่ชั้นบรรยากาศราวร้อยละ 7–8 ซึ่งจัดอยู่ในลำดับต้นเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น

การผลิตเหล็กกล้าใช้เตาถลุงแบบพ่นลม (blast furnace) ร่วมกับเตาหลอมเป่าออกซิเจนพื้นฐาน (basic oxygen furnace) ทั้งนี้ทุก 1 ตันของเหล็ก จะปล่อย CO2 สูงถึง 2.0–2.5 ตัน

ด้วยเหตุนี้ ‘Green Steel’ หรือ เหล็กกล้าซึ่งกระบวนการผลิตมีการปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าในประเทศสามารถเข้าสู่ตลาดสากลที่มีการใช้ข้อบังคับและกฎระเบียบด้านควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง รวมถึงรักษาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมในประเทศ 

ทำไม Green Steel จึงสำคัญ?

  1. มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ: มาตรการอย่าง CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้กับสินค้ากลุ่มเหล็ก อะลูมิเนียม และซีเมนต์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกของไทย
  2. ความต้องการของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง: ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น ยานยนต์ จำเป็นต้องใช้กลุ่มวัสดุที่ปล่อยคาร์บอนต่ำในกระบวนการผลิต เพื่อให้สินค้าทั้งชิ้น (เช่น รถยนต์ 1 คัน) มียอดรวมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงตามมาตรฐานสากล
  3. นโยบายภาครัฐ: การผลักดันนโยบาย Green Procurement (การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว) จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว เนื่องจากการคัดเลือกวัสดุจะพิจารณาพารามิเตอร์ด้านสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. มุ่งผลักดันและเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคนโยบายและภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาที่ใช้ได้จริงในภาคธุรกิจ

เอ็มเทคมีบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคเพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิต และให้คำแนะนำในการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของไทย เช่น การพิจารณาใช้เชื้อเพลิงชีวมวล หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในระบบเตาหลอมไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ขอเชิญผู้ประกอบการอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ และผู้สนใจ เข้าร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ ‘Green Steel: Sustainable Engineering Material for the Next Move’ ในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC2026) เพื่อสำรวจเส้นทางเทคโนโลยี กลไกคาร์บอนเครดิต และการปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์เพื่อนำอุตสาหกรรมเหล็กไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวระดับโลก

งานสัมมนาเจาะลึกเทคโนโลยีการผลิต Green Steel จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เรียนรู้นโยบายและประสบการณ์จากประเทศญี่ปุ่น และแนวทาง Net-zero ของอุตสาหกรรมเหล็กในอาเซียน รวมทั้งเสวนาเกี่ยวกับบริบทของไทย โดยตัวแทนจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม, สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าฯ, สภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมด้วยองค์กรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน), บริษัท เมอแรนติ กรีน สตีล (ประเทศไทย) จำกัด และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย

ดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาฟรีได้ที่ https://www.nstda.or.th/nac/2026/  หรือสอบถาม คุณสมฤทธิ์ พุทธันบุตร กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4728 อีเมล: somrit.bud@mtec.or.th