การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ
"กยท. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมยางพารา
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ
ตอบโจทย์การผลิตยุคใหม่และลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน"
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินนโยบายส่งเสริมโครงการนวัตกรรมยางพาราเพื่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรรม โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยที่นำไปสู่แนวทางปฏิบัติได้จริง
นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า “กยท. มีนโยบายสนับสนุนนวัตกรรมยางพาราเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง ด้วยแนวทางการสนับสนุนที่หลากหลาย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตโดยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เมื่อผลงานวิจัยพัฒนาแล้วเสร็จ กยท. จะผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมการขยายผลสู่สถาบันหรือหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึงการให้เงินอุดหนุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนการลงทุนของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร”
“เราเชื่อว่าการขับเคลื่อนภาคการผลิตยางพาราด้วยนวัตกรรมจะช่วยให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งในด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้า การลดต้นทุน และการลดปัญหาแรงงาน พร้อมคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ เป้าหมายสำคัญของ กยท. คือการเสริมความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน”
ในด้านความร่วมมือกับเอ็มเทค สวทช. เพื่อพัฒนา เครื่องผลิตแผ่นยางจับตัวแบบต่อเนื่องด้วยระบบกึ่งอัตโนมัติ นางสาวนภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กล่าวว่า “เอ็มเทค ได้ดำเนินงานตามเงื่อนไขครบถ้วน พร้อมรายงานผลตรงตามกรอบเวลา และประสบความสำเร็จในการออกแบบและพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์กวนผสมที่ควบคุมคุณภาพยางได้ตามมาตรฐาน โครงการนี้ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการบริหารการวิจัย และได้รับอนุมัติให้ดำเนินงานต่อเนื่องในปีที่ 2 เพื่อทดสอบการผลิตจริงกับกลุ่มสหกรณ์ที่มีศักยภาพ โดยภาพรวมถือว่าพึงพอใจและเชื่อมั่นว่าเอ็มเทคจะเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาในอนาคตต่อไป”
นางสาวนภาวรรณ กล่าวเสริมเรื่องการขยายผลงานวิจัยและนวัตกรรมว่า “ปัจจุบันการประกาศรับข้อเสนอโครงการสำหรับผู้เสนอขอทุน ผลงานวิจัยหรือต้นแบบที่ได้ต้องมีระดับความสำเร็จ TRL ไม่น้อยกว่าระดับ 6 พร้อมผลการทดสอบต้นแบบและข้อมูลด้านประสิทธิภาพการใช้งาน ผลความพึงพอใจจากผู้ใช้งาน และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานสามารถขยายผลได้และนำไปใช้ได้จริง”
“ที่ผ่านมา กยท. และเอ็มเทค ได้เคยร่วมกำหนดโจทย์วิจัยอย่างใกล้ชิด โดย กยท. ให้ความสำคัญกับโจทย์ที่ตอบความต้องการของผู้ใช้ ขณะที่เอ็มเทคเสนอศักยภาพด้านเทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนได้ ทำให้เกิดการบูรณาการความเชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกันยังมีข้อจำกัดและความท้าทายด้านกฎระเบียบของแต่ละองค์กร โดยเฉพาะในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้งบประมาณ ทั้งนี้ กยท. ยังอยู่ระหว่างการหาแนวทางแก้ไข”
“ที่ผ่านมา ผลงานจากเอ็มเทคส่วนใหญ่ตอบโจทย์เกษตรกรได้ดี แม้บางผลงานยังต้องพัฒนาต่อเพื่อให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น การทดสอบการผลิตจริงกับกลุ่มสหกรณ์จะช่วยเสริมความมั่นใจ ซึ่งหากผลงานสำเร็จจนจดสิทธิบัตรได้ ก็จะสร้างมูลค่ามหาศาลและช่วยลดการใช้แรงงานได้อย่างมาก”
นายดิษฐเดช ยังได้เพิ่มเติมเรื่อง “การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีผู้มีส่วนได้เสียหลายภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร สถาบันเกษตร ผู้ประกอบการ รวมถึงนโยบายภาครัฐที่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นงานวิจัยหรือนวัตกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่การศึกษาความคุ้มค่าของสูตรปุ๋ย พันธุ์ยาง และการจัดการสวนยาง การใช้ระบบเจาะแทนมีดกรีดยางแบบดั้งเดิม การใช้สารจับตัวยางก้อนถ้วยเพื่อลดกลิ่นไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำทั้งหมด ล้วนต้องอาศัยเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการรักษามาตรฐานทั้งในประเทศและระดับสากล”
“หัวใจของการให้ทุนวิจัย คือผลงานต้องช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง คุ้มค่า และตอบสนองความต้องการของเกษตรกรทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง” นายดิษฐเดช กล่าวทิ้งท้าย