จากปาล์มน้ำมันไทยสู่หม้อแปลงไฟฟ้าจริง: บทบาท MTEC ในการขับเคลื่อน EnPAT ด้วยองค์ความรู้ทางวิศวกรรม

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาปิโตรเลียมโลกผันผวนอย่างหนัก ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญที่ไม่ใช่เพียงการจัดหาพลังงานราคาถูก แต่คือการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การลดการพึ่งพาการนำเข้า และการยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ

อุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตได้เกือบครบทั้งห่วงโซ่ ยกเว้นเพียงน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชนิดน้ำมันแร่ (mineral oil) ที่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ด้วยปริมาณการใช้มากถึงประมาณ 30 ล้านลิตรต่อปี ความเสี่ยงดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีทดแทนที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ และตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยควบคู่กันไป

ด้วยบทบาทของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ในการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุและกระบวนการผลิตในระดับวิศวกรรม ทีมวิจัย MTEC ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. และเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาคผู้ผลิต ผู้ใช้งาน หน่วยงานด้านนโยบายและมาตรฐาน ขับเคลื่อนการพัฒนาน้ำมันหม้อแปลงชีวภาพจากปาล์มน้ำมันไทย (EnPAT) อย่างครบวงจร ตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐาน การพัฒนากระบวนการผลิต ไปจนถึงการทดสอบใช้งานจริงในระบบไฟฟ้า

EnPAT เป็นนวัตกรรมที่สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างเทคโนโลยีของตนเอง โดยมีคุณสมบัติเด่นด้านความปลอดภัย ด้วยอุณหภูมิจุดติดไฟสูงกว่า 300 องศาเซลเซียส ช่วยลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยในหม้อแปลงไฟฟ้า อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ลดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาในระยะยาว ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ

หัวใจสำคัญที่ทำให้งานวิจัย EnPAT ก้าวข้ามจาก “ความสำเร็จในห้องปฏิบัติการ” ไปสู่ “การใช้งานจริง” คือบทบาทของ ดร.สิทธิกร ลาภาพงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณและทีมงาน MTEC ดร.สิทธิกร ได้นำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมกระบวนการผลิต (process engineering) มาใช้ในการออกแบบ พัฒนา และควบคุมระบบการผลิต EnPAT ให้สามารถขยายกำลังการผลิตจากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่ระดับโรงประลอง (pilot scale) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจุบันสามารถผลิต EnPAT ได้ที่ระดับประมาณ 300 ลิตรต่อครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับการนำร่องใช้งานในหม้อแปลงไฟฟ้าจริง

การขยายกำลังการผลิตดังกล่าวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนการนำร่องใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุ EnPAT ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้งานในระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ ดร.สิทธิกรเน้นย้ำว่า “ปัญหาเชิงโครงสร้างของงานวิจัยไทยในปัจจุบัน คือช่องว่างระหว่างห้องปฏิบัติการกับระดับอุตสาหกรรม MTEC จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปผลิตและใช้งานได้จริง EnPAT เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมมาแปลงผลงานวิจัยให้เกิดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม” ปัจจุบัน ทีมวิจัย MTEC ได้พัฒนาระบบการผลิต EnPAT ในระดับโรงประลองที่มีเสถียรภาพ สามารถรองรับการใช้งานกับหม้อแปลงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่ การเติมในหม้อแปลงไฟฟ้าเดิม หม้อแปลงเครื่องมือวัด รวมถึงหม้อแปลงสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ และยังมีความพร้อมในการต่อยอดขยายกำลังการผลิตสู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ในอนาคต

นอกจากนี้ หม้อแปลงไฟฟ้าที่บรรจุ EnPAT ได้รับการติดตั้งใช้งานจริงแล้วจำนวน 10 จุด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ภายใต้การดำเนินงานร่วมกับ กฟน. และกฟภ. ซึ่งถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึง สมรรถนะ ความปลอดภัย และความเชื่อถือได้ของ EnPAT ในสภาพการใช้งานจริง และเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันความพร้อมของเทคโนโลยีสำหรับการนำไปใช้ในระดับเชิงพาณิชย์ต่อไป

นอกจากมิติด้านพลังงานและความปลอดภัยแล้ว EnPAT ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทย โดยสามารถเปลี่ยนน้ำมันปาล์มส่วนเกินให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในอุตสาหกรรมโอลิโอเคมี (Oleochemicals) ช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกร ลดการขาดดุลการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก

ผลงาน EnPAT จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรมด้านวัสดุหรือพลังงาน แต่เป็นตัวอย่างของบทบาท MTEC ในการเชื่อมโยงงานวิจัย วิศวกรรม และอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงโครงสร้างให้กับประเทศ และเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ ปลอดภัย พึ่งพาตนเองได้ และพร้อมใช้งานจริง

สนใจติดต่อ
ดร.สิทธิกร ลาภาพงศ์
ทีมวิจัยระบบวิศวกรรมขั้นสูง กลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณ

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4322
อีเมล: sittikol@mtec.or.th