ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. นำโดย รศ. ดร. เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการเอ็มเทค พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากเอ็มเทคและ EECi เดินทางเยือน มหาวิทยาลัยโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19–22 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกรอบกว้างด้านวิชาการและวิจัยระหว่าง สวทช. โดย เอ็มเทค และมหาวิทยาลัยโทยามะ
พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยโทยามะ โดยมี Prof. Shigeru Saito อธิการบดีมหาวิทยาลัยโทยามะ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ได้แก่ Vice President Kitajima, Vice President Sakai, Vice President Aizawa และ Special Advisor Dohda เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน การลงนามครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสองสถาบัน โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีวัสดุ วัสดุน้ำหนักเบา อะลูมิเนียม ไทเทเนียม และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอนาคต
ภายหลังพิธีลงนาม มีการกล่าวเปิดโดย Prof. Shigeru Saito อธิการบดีมหาวิทยาลัยโทยามะ จากนั้น รศ. ดร. เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ได้นำเสนอทิศทางการวิจัยและพัฒนาของเอ็มเทคเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในอนาคต ตามด้วยการบรรยายของ รศ. ดร. พีระวัฒน์ นันทวราวงศ์ ในหัวข้อ “Machine Learning and Artificial Intelligence in Tribology Research” รวมถึงการนำเสนอผลงานวิจัยของ Advanced Aluminum International Research Center (ARC) และ Advanced Titanium International Research Center (TRC) แห่งมหาวิทยาลัยโทยามะ โดยคณาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ดร. เอกรัตน์ ไวยนิตย์ รองผู้อำนวยการเอ็มเทค ยังได้บรรยายเรื่อง “Current Status and Future Outlook of Thailand’s Aluminum Industry” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมของประเทศไทย
กิจกรรมสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือการหารือแบบ Round Table ในหัวข้อ “Future Technology Development and Collaboration on Light Materials Technology” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากไทยและญี่ปุ่นแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุน้ำหนักเบา และหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือด้านวิจัยในอนาคต
ในการเยือนครั้งนี้ คณะผู้แทนยังได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์วิจัย ARC และหน่วยงาน/บริษัทในพื้นที่โทยามะ รวมถึงการเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนทางเทคนิค ณ Central Research Institute ของ Kobe Steel Company เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยมุ่งสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยขั้นสูง การแลกเปลี่ยนบุคลากรและองค์ความรู้ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมอนาคตอย่างยั่งยืน