บรรลัยวิทยา: กฎของเมอร์ฟี่กับความน่าจะเป็น 0.0001%
เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ
“ทุกสิ่งที่สามารถผิดพลาด มันจะผิดพลาด (Anything that can go wrong, will go wrong)” วลีอมตะจากกฎของเมอร์ฟี่ (Murphy’s Law) มักถูกใช้อธิบายเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตประจำวัน แต่แท้จริงแล้ว กฎข้อนี้มีจุดกำเนิดมาจากวงการวิศวกรรมและเทคโนโลยี สาระสำคัญไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย หากแต่เป็นการย้ำเตือนว่า เหตุไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น การออกแบบระบบและกระบวนการทำงานจึงต้องคำนึงถึงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในทุกขั้นตอน
แนวคิดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของงานวิเคราะห์ความเสียหายทางวิศวกรรม (Failure Analysis) ซึ่งมุ่งค้นหารากสาเหตุของปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ กฎของเมอร์ฟี่เตือนให้ตระหนักว่า ในการทำงานที่มีหลายขั้นตอน หากมีวิธีใดวิธีหนึ่งที่สามารถนำไปสู่หายนะได้ บางครั้งอาจจะมีใครสักคนเลือกทำด้วยวิธีนั้นและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา ดังนั้น การยึดมั่นในขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้องจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิด
เหตุเพลิงไหม้รถบัสโดยสารบนถนนวิภาวดีรังสิต นับเป็นหนึ่งตัวอย่างของความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศ และเป็นบทเรียนราคาแพงจากความละเลยในขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้อง โดยจากการตรวจสอบและวิเคราะห์หลักฐาน พบว่าชนวนเหตุเริ่มมาจากเพลารถหัก จนรถเสียการทรงตัวพุ่งชนแบริเออร์และรถร่วมทาง แรงกระแทกส่งผลให้ข้อต่อถังก๊าซหลุดและรั่วไหล ก่อนจะลุกไหม้อย่างรุนแรงจากประกายไฟที่เกิดขึ้นระหว่างการชน
เมื่อวิเคราะห์ลึกถึงผิวหน้าตัดของเพลาที่หัก พบร่องรอย “การดัดแปลงด้วยการเชื่อม” ซึ่งทำให้โครงสร้างเหล็กเปลี่ยนเป็น “มาร์เทนไซต์” ที่มีความแข็งแต่เปราะง่าย ทั้งยังเกิดจุดอับจนกลายเป็นหลุมกัดกร่อนสะสม ส่งผลให้รอยร้าวค่อยๆ ขยายตัว ยิ่งเมื่อผนวกกับการติดตั้งถังก๊าซเพิ่มเติม จึงกลายเป็นตัวเร่งให้รอยร้าวขยายเร็วยิ่งขึ้น จนกระทั่งเกิดการแตกหักในที่สุด
กรณีนี้สะท้อนแก่นสำคัญในกฎของเมอร์ฟี่ที่ว่า ความผิดพลาดมักไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคร้าย หากแต่เกิดจากการมองข้ามรายละเอียดหรือการละเลยขั้นตอนที่ถูกต้อง เส้นทางที่นำไปสู่ปัญหาย่อมมีโอกาสถูกเลือกได้เสมอ ดังเช่นการดัดแปลงเพลารถที่นอกเหนือจากข้อกำหนดเพียงเล็กน้อย แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวในเวลาต่อมา
ดังนั้น ในมุมมองของวิศวกรรม บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยง “ความโชคร้าย” แต่คือการออกแบบระบบงาน การกำหนดมาตรฐาน และการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสที่ความผิดพลาดเล็ก ๆ จะพัฒนาไปสู่ความเสียหายขนาดใหญ่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 0.0001% ก็อาจเกิดขึ้นได้ หากเราเปิดช่องให้
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
คุณโฆษิต วงค์ปิ่นแก้ว วิศวกรอาวุโส
ทีมวิจัยการวิเคราะห์ความเสียหายและวิศวกรรมการเชื่อถือ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)
โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4735
อีเมล: kosit.won@mtec.or.th