ผลของการใช้ไบโอชาร์ต่อการปลูกข้าวในพื้นที่ดินเค็ม
เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ
บรรยายโดย
ดร.บัวหลวง ฝ้ายเยื่อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การประชุมระดมสมอง Biochar Consortium ครั้งที่ 4
NAC2026
ปัญหาดินเค็ม (Saline Soil) เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำนาข้าวในไทย โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีพื้นที่ดินเค็มรวมกว่า 11.5 ล้านไร่ โดยนิยามดินเค็มคือดินที่มีเกลือละลายน้ำได้อยู่ในปริมาณสูง ซึ่งจะมีค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายที่สกัดจากดินที่อิ่มน้ำ (ค่า ECe) สูงกว่า 4 dS/m และส่งผลเสียอย่างมากต่อการปลูกข้าวซึ่งเป็นพืชที่ไม่ทนต่อสภาวะดินเค็ม
การนำไบโอชาร์มาใช้ในการฟื้นฟูดินเค็มถือเป็นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์จากสมบัติเด่นในการมีรูพรุนสูง ส่งผลให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากและช่วยอุ้มน้ำได้ดี อีกทั้งพื้นผิวนั้นประกอบด้วยประจุลบของหมู่ฟังก์ชันคาร์บอกซิลและฟีนอลิก จึงสามารถช่วยดูดซับประจุบวกของโซเดียม (Na+) จากดินเค็มไว้ในตัวและลดปริมาณโซเดียมที่จะเข้าสู่ต้นพืช พร้อมกับช่วยเพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก (CEC) เพื่อกักเก็บธาตุอาหารที่จำเป็น เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม ไว้ในดินได้ดีขึ้น เป็นต้น
จากการศึกษาการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ในพื้นที่ดินเค็มจัดและประสบภัยน้ำทะเลหนุน พบว่าการใช้ไบโอชาร์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร (เช่น แกลบ ไม้ไผ่) ในอัตราที่เหมาะสม สามารถช่วยลดการสะสมโซเดียมในใบธงและลำต้นของข้าวได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตราการรอดชีวิต ความสูง น้ำหนักลำต้นและราก และผลผลิตเมล็ดข้าว เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้ในสภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำหรือน้ำเค็มหนุน อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยระบุว่าอัตราการใช้ไบโอชาร์ที่เหมาะสมสำหรับดินเค็มจัด อยู่ในระดับค่อนข้างสูงถึงประมาณ 5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (หรือ 8 ตันต่อไร่) ซึ่งเกษตรกรสามารถลดต้นทุนได้ด้วยการทยอยใส่ร่วมกับการจดบันทึก หรือรวมกลุ่มกันผลิตเพื่อใช้เองในชุมชน
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่เกษตรกรควรคำนึงถึง คือเทคนิคการเตรียมไบโอชาร์ด้วยการบ่ม (charge) ก่อนนำไปใช้ เนื่องจากไบโอชาร์ที่เพิ่งผลิตใหม่อาจดูดซับธาตุอาหารจากดินจนเกิดการแย่งอาหารจากต้นกล้าข้าวในระยะแรกได้ โดยแนะนำให้ใส่ไบโอชาร์ร่วมกับปุ๋ยหมักลงในแปลงนาที่เตรียมไว้ และเติมน้ำหมักทิ้งไว้ประมาณ 14 วันก่อนการปักดำ เพื่อให้ไบโอชาร์อิ่มตัวด้วยจุลินทรีย์และธาตุอาหาร และพร้อมส่งเสริมการเจริญเติบโตของข้าวโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบ
ในอนาคต การใช้ไบโอชาร์จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในกรอบความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเข้ากับระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบดิจิทัล (dMRV) เพื่อสร้างคาร์บอนเครดิตผ่านโครงการ T-VER ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ แม้ว่าไบโอชาร์จะมีโครงสร้างที่คงทนและสามารถกักเก็บคาร์บอนในดินได้นานนับร้อยปี แต่ประสิทธิภาพของการแก้ปัญหาดินเค็มในระยะยาว รวมถึงการกำหนดอัตราส่วนการใช้งานตามสภาพดินเฉพาะถิ่น ยังคงเป็นหัวข้อที่ต้องได้รับการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรดินและยกระดับเกษตรกรรมไทยได้อย่างยั่งยืน