เมื่อ Net Zero เปลี่ยนเกมก่อสร้างไทย: ไม้เศรษฐกิจ จะเป็นคำตอบได้หรือไม่?

เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

เมื่อเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ  Net Zero กำลังเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมทั่วโลก ภาคการก่อสร้างจึงต้องเร่งปรับตัว ตั้งแต่การออกแบบและเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการจัดการวัสดุหลังการรื้อถอน

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ “ไม้” กำลังได้รับความสนใจในฐานะวัสดุคาร์บอนต่ำ เนื่องจากสามารถปลูกทดแทนได้ และหากมาจากแหล่งผลิตที่จัดการอย่างยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ไม้ยังช่วยกักเก็บคาร์บอนได้ตลอดอายุการใช้งาน ขณะเดียวกัน การนำไม้เศรษฐกิจมาใช้ในงานก่อสร้างอาจช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปลูกทดแทนและการดูแลป่าเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จึงอาจเป็นทางเลือกที่สนับสนุนความยั่งยืนของทั้งภาคป่าไม้และภาคการก่อสร้างไปพร้อมกัน

ประเด็นดังกล่าวได้รับการแลกเปลี่ยนในงาน Future Timber Design 2026: ไม้เศรษฐกิจกับอนาคตงานสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ร่วมกับโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) จัดขึ้น เพื่อสำรวจศักยภาพและข้อจำกัดของไม้เศรษฐกิจไทยในยุค Net Zero

ปัจจุบันหลายประเทศสามารถใช้ไม้สร้างอาคารขนาดใหญ่และอาคารสูงได้ แต่เหตุใดประเทศไทยซึ่งมีศักยภาพด้านทรัพยากร จึงยังใช้ไม้ในงานโครงสร้างค่อนข้างจำกัด?

ส่วนหนึ่งของคำตอบอยู่ที่ ไม้วิศวกรรม (Engineered Wood) ซึ่งเกิดจากการแปรรูปไม้ด้วยกระบวนการเพิ่มสมรรถนะและควบคุมคุณภาพ ทำให้มีสมบัติสม่ำเสมอ แข็งแรง และรองรับงานโครงสร้างขนาดใหญ่และซับซ้อนได้ ไม้ที่ผ่านกระบวนการวิศวกรรมอย่างเหมาะสมจะมีศักยภาพเป็นวัสดุคาร์บอนต่ำ ที่แข็งแรง น้ำหนักเบา และกักเก็บคาร์บอนได้

ข้อจำกัดสำคัญของไทยอาจไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนไม้ แต่อยู่ที่การขาดมาตรฐาน การตรวจสอบและจัดชั้นคุณภาพ รวมถึงมาตรฐานระบบและอุปกรณ์ยึดต่อ (Fastening System) ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ผู้ปลูก ผู้ผลิต นักออกแบบ วิศวกร ผู้รับเหมา ไปจนถึงผู้ตรวจสอบอาคาร ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ แม้ไม้จะมีศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้หมายความว่าอาคารไม้ทุกหลังจะยั่งยืนโดยอัตโนมัติ ความยั่งยืนต้องพิจารณาตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่ที่มาของวัสดุ การออกแบบ การผลิต การก่อสร้างและบำรุงรักษา ไปจนถึงการถอดประกอบ ใช้ซ้ำ และการหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ

ขณะที่เทคโนโลยีจากต่างประเทศไม่สามารถนำมาใช้กับไม้ไทยได้ทันที หน่วยงานวิจัยจึงมีบทบาทสำคัญในการปรับเทคโนโลยีให้เหมาะกับวัตถุดิบในประเทศ พัฒนาต้นแบบ ทดสอบสมรรถนะ และลดความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการก่อนลงทุนระดับอุตสาหกรรม

การผลักดันไม้เศรษฐกิจไทยให้เป็นหนึ่งในคำตอบของภาคก่อสร้าง จึงต้องเดินหน้าพร้อมกันทั้งการวิจัย เทคโนโลยี มาตรฐาน กำลังคน และการสร้างตลาด เมื่อทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงกัน ไม้เศรษฐกิจไทยจึงจะก้าวจากวัสดุที่มีศักยภาพ ไปสู่วัสดุก่อสร้างแห่งอนาคตได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเทคโนโลยี Engineered Wood สามารถติดต่อ: 
ดร. ทิพย์จักร ณ ลำปาง นักวิจัย ทีมวิจัยวิศวกรรมไม้เพื่อความยั่งยืน
โทรศัพท์: 0-2564-6500 ต่อ 4036
อีเมล:  thipjak.nal@mtec.or.th