วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการผลิตเนื้อเทียมจากโปรตีนพืชด้วยเทคโนโลยีเอ็กซ์ทรูชันความชื้นสูง ให้แก่บุคลากรจากภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา โดยเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร “เทคโนโลยีเอ็กซ์ทรูชันเพื่อการผลิตอาหารแห่งอนาคต ขนมขบเคี้ยวสุขภาพ และอาหารสัตว์เลี้ยง” (Extrusion Technology for Future Food, Healthy Snack and Pet Food) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ตุลาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและเอ็มเทค
หลักสูตรนี้จัดโดยสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และเอ็มเทค ภายใต้มาตรการ BOI STEM++ ซึ่งมีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเป็นหน่วยงานฝึกอบรมหลัก มุ่งพัฒนากำลังคนทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะการแปรรูปอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่า ผ่านการเรียนรู้หลักการควบคู่กับการลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การควบคุมกระบวนการผลิต ไปจนถึงการประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตของหน่วยงาน
สำหรับการฝึกอบรมที่เอ็มเทค ดร.ชัยวุฒิ กมลพิลาส ดร.นิสภา ศีตะปันย์ และ ดร.กมลวรรณ อิศราคาร จากทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาอาหารจากโปรตีนพืช ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่
- เคมีและสมบัติของโปรตีนพืช โดย ดร.กมลวรรณ อิศราคาร
- หลักการของกระบวนการ High-Moisture Extrusion (HME) สำหรับการผลิตเนื้อเทียมความชื้นสูงจากโปรตีนพืช โดย ดร.นิสภา ศีตะปันย์
- การวิเคราะห์เนื้อสัมผัสของเนื้อเทียมจากโปรตีนพืชด้วยเทคนิคเชิงกล โดย ดร.ชัยวุฒิ กมลพิลาส
นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังได้ฝึกปฏิบัติการผลิตเนื้อเทียมความชื้นสูงจากโปรตีนพืชด้วยกระบวนการ HME พร้อมประเมินคุณภาพเนื้อสัมผัสด้วยเทคนิคเชิงกลและการประเมินทางประสาทสัมผัส ภายใต้คำแนะนำของทีมวิจัย เพื่อเชื่อมโยงความเข้าใจเรื่องสมบัติของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตเข้ากับคุณภาพของผลิตภัณฑ์
การฝึกอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากภาคเอกชนกว่า 20 หน่วยงาน ครอบคลุมอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร วัตถุดิบและส่วนผสมอาหาร อาหารสัตว์เลี้ยง ตลอดจนการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ สะท้อนถึงความสนใจและการให้ความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมต่อเทคโนโลยีเอ็กซ์ทรูชัน ทั้งเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ และยกระดับกระบวนการผลิตให้ตอบโจทย์ตลาดอาหารแห่งอนาคต