วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมการใช้ไบโอชาร์ในงาน “ไบโอชาร์ฟื้นฟูดินให้มีชีวิต (Biochar Living Soil Regenerative)” ณ บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยและผู้สนใจเข้าใจการผลิตและใช้ประโยชน์จากไบโอชาร์มากขึ้น พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือเพื่อพัฒนาต่อยอดในพื้นที่
บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มนำไบโอชาร์มาใช้ในการปลูกอ้อยแล้ว การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากพื้นที่ พร้อมด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิตไบโอชาร์ การจัดการดิน และแนวทางสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรเห็นแนวทางการใช้ไบโอชาร์ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง ภายในงานมีการบรรยายทั้งด้านประโยชน์ของไบโอชาร์ในภาคเกษตร การใช้ร่วมกับวัสดุปรับปรุงดิน การพัฒนาตลาด และโอกาสต่อยอดสู่คาร์บอนเครดิต
เอ็มเทคโดย ดร. ชัญชณา ธนชยานนท์ นักวิจัยอาวุโส บรรยายเรื่องประโยชน์การใช้ไบโอชาร์ในการเกษตรและคาร์บอนเครดิต ขณะที่ ดร. เปรมฤดี กาญจนปิยะ หัวหน้าแผนงานวิจัยด้านไบโอชาร์ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “การส่งเสริม การผลิต การใช้และจำหน่ายไบโอชาร์เพื่อลดต้นทุนการเกษตร ลดการปลดปล่อยคาร์บอน และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม” โดยมี ดร. ศิริกาญจน์ วิเศษสุวรรณภูมิ เป็นผู้ดำเนินรายการ
เวทีเสวนารวบรวมมุมมองจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมหาจุดเชื่อมการทำงานตั้งแต่การผลิต การใช้ การรวมกลุ่ม และแหล่งทุน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านคาร์บอนเครดิต พร้อมหารือว่า หากจะพัฒนาโครงการนำร่องในพื้นที่ ควรเริ่มต้นและขับเคลื่อนอย่างไร
ข้อสรุปสำคัญจากการแลกเปลี่ยนคือ การขยายผลต้องเริ่มจากความรู้และการใช้ไบโอชาร์ที่ถูกต้อง โดยอาศัยต้นแบบที่มีในพื้นที่เป็นฐานการเรียนรู้ ควบคู่กับการฝึกอบรมเกษตรกรและผู้ผลิตให้เข้าใจการเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต คุณภาพไบโอชาร์ และวิธีใช้ให้เหมาะกับดินและพืช รวมถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้ไบโอชาร์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและเหมาะกับการนำไปใช้ประโยชน์
สำหรับการเริ่มต้นโครงการนำร่อง ควรให้ความสำคัญกับการใช้ไบโอชาร์เพื่อปรับปรุงบำรุงดินและเพิ่มผลผลิตเป็นลำดับแรก พร้อมติดตามผลการใช้งานและต้นทุนในสภาพพื้นที่จริง เพื่อสร้างข้อมูลและความเชื่อมั่นก่อนขยายผล ส่วนผู้ที่ต้องการต่อยอดสู่คาร์บอนเครดิต ควรเตรียมกระบวนการผลิต การบันทึกข้อมูล และหลักฐานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานที่เลือกใช้ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อรองรับการตรวจสอบและรับรองในอนาคต