บางครั้งการปรับตัวของหัวหน้าอาจเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีของทีมได้

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้
ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ

“ทำงานให้เต็มที่และเต็มความสามารถ รักษาความเป็นมืออาชีพ เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ และให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม เพราะความสำเร็จขององค์กรไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว”

คุณมาลี ผดุงพล
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปอาวุโส

ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปี บนเส้นทางการทำงานของ คุณมาลี ผดุงพล เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปอาวุโส งานธุรการ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป หนึ่งในบุคลากรที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเอ็มเทคตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้งองค์กร

จุดเริ่มต้นเส้นทางการทำงาน

จากพนักงานพิมพ์ดีด สู่เลขานุการผู้บริหาร ผู้จัดการงานธุรการ และผู้ดูแลงานสนับสนุนเบื้องหลังที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กร

คุณมาลีเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงานว่า หลังสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เมื่ออายุเพียง 18 ปี ได้เริ่มทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่กรมพัฒนาที่ดิน พร้อมกับเตรียมสอบ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) ระหว่างรอผลสอบเธอได้ไปสมัครที่บริษัทคอลเลคชั่น อินดัสเตรียล แอสโซซิเอท จำกัด (CIA) ในตำแหน่งผู้ช่วยแคชเชียร์

เมื่อสอบ ก.พ. ผ่าน จึงตัดสินใจเลือกเส้นทางราชการ แม้ในเวลานั้นจะยังไม่รู้จักหน่วยงานมากนัก แต่เมื่อมีโอกาสนั่งรถผ่านกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและพลังงาน (ปัจจุบันคือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.) ก็เกิดความสนใจและเลือกเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่นั่น พร้อมทั้งศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ สาขาการจัดการทั่วไป วิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ (ปัจจุบันชื่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์)

วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2534 คือวันแรกของการทำงานในตำแหน่งพนักงานพิมพ์ดีด ที่สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ทำงานอยู่ได้เพียง 8 เดือน ก็มีการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และเปิดโอกาสให้บุคลากรโอนย้ายเข้าสู่ศูนย์แห่งชาติแห่งใหม่ทั้ง 3 ศูนย์ กับอีก 1 หน่วยงาน คือ ไบโอเทค เอ็มเทค เนคเทค และส่วนงานกลางไว้ด้วยกัน


คุณมาลีตัดสินใจเลือกเอ็มเทคในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา เธอได้เติบโตเคียงข้างองค์กรมาโดยตลอด

9 ปีในบทบาทเลขานุการ: งานเบื้องหลังที่ต้องสร้างความไว้วางใจ

ช่วงแรกของการทำงานที่เอ็มเทค คุณมาลีเริ่มต้นจากงานธุรการ ก่อนจะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เลขานุการ และมีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงหลายท่าน โดยเฉพาะ ดร. หริส สูตะบุตร อดีตผู้อำนวยการคนแรกของเอ็มเทค ซึ่งเป็นหัวหน้างานคนแรกของเธอ

ตลอดช่วงระยะเวลา 9 ปี งานเลขานุการสำหรับคุณมาลี ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดตารางนัดหมายหรือเตรียมเอกสาร แต่ยังครอบคลุมถึงการวางแผน ติดตามงาน จัดลำดับความสำคัญ และประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารงานของผู้บริหารดำเนินไปอย่างราบรื่น ซึ่งต้องมีความรับผิดชอบสูง มีความละเอียดรอบคอบ และทักษะการสื่อสารที่ดี

“เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการทำงานมากขึ้น เราก็ต้องเรียนรู้และปรับตัวเองอยู่เสมอ เพราะงานสนับสนุนที่ดี ไม่ได้อาศัยเพียงความขยันหรือความอดทน แต่ต้องพร้อมพัฒนาตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร”

จากเลขานุการ…สู่การบริหารงานและบริหารคน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 คุณมาลีได้รับมอบหมายให้ดูแลงานธุรการอย่างเต็มตัว พร้อมรับผิดชอบงานบริหารอาคารสถานที่ และการดูแลบุคลากรในสายงานรวมกว่า 9 คน ทั้งพนักงานรับโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน และพนักงานขับรถ

ทำให้เธอได้เรียนรู้การบริหารคน การวางระบบงาน และการคัดเลือกบุคลากร ซึ่งเธอมองว่า “การเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน” คือหัวใจสำคัญ เพราะหากเริ่มต้นผิดแล้วย่อมส่งผลต่อการทำงานในระยะยาว

การบริหารคนที่ดี ต้องเริ่มจากการบริหารตัวเอง

เมื่อพูดถึงสไตล์การทำงาน คุณมาลีอธิบายว่า เธอเลือกบริหารทีมแบบพี่น้อง ควบคู่กับบทบาทของหัวหน้างาน โดยให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม การสื่อสาร และ “ความซื่อสัตย์” ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่เธอยึดถือมาโดยตลอด

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยพบปัญหา “เกี่ยวกับการเบิกค่าใช้จ่าย จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ยิ่งตอกย้ำว่า ความซื่อสัตย์เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามและเป็นสิ่งที่เธอมักย้ำกับทีมงานอยู่เสมอ”

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ท้าทาย คือ การดูแลเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จำเป็นต้องทำความเข้าใจ ความอดทน และการคัดเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน แม้ดูเหมือนงานเป็นงานที่ไม่มีอะไรแต่ในความเป็นจริงกลับเป็นเรื่องสำคัญขององค์กรอยู่ไม่น้อย

นอกจากการบริหารคนแล้ว คุณมาลียังพูดถึงการปรับตัวเองด้วยรอยยิ้ม

“เมื่อก่อนเราพูดค่อนข้างตรงและเสียงดัง พอปรับตัว พูดเบาลง ยิ้มมากขึ้น ก็รู้สึกว่าทีมกล้าเข้ามาคุย มาปรึกษา และทำงานร่วมกันได้มากขึ้น”

ประสบการณ์เล็กๆ นี้สะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งการปรับตัวของหัวหน้า ก็สามารถสร้างทั้งความสัมพันธ์ที่ดีและประสิทธิภาพของทีมได้เช่นกัน

ความภาคภูมิใจจากบทบาทเบื้องหลัง ที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า

เมื่อกล่าวถึงความภาคภูมิใจในการทำงาน คุณมาลีเล่าว่า แม้บทบาทของเธอจะเป็นงานเบื้องหลัง แต่ก็มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนความสำเร็จขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการดูแลการจัดทำสัญญาจ้าง การเตรียมการประชุมคณะกรรมการ หรือการประสานงานกับผู้บริหารและนักวิจัย ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความรอบคอบและความรับผิดชอบอย่างสูง

อีกบทบาทหนึ่งที่เธอภาคภูมิใจไม่แพ้กัน คือ การทำหน้าที่เสมือน “ผู้เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของเอ็มเทค” จากการดูแลเอกสารสำคัญของศูนย์ ทั้งรายงานประจำปี เอกสารการประชุมคณะกรรมการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งศูนย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของงานธุรการในฐานะผู้ดูแลองค์ความรู้และความทรงจำขององค์กร


หนึ่งในความทรงจำที่เธอภาคภูมิใจที่สุด คือ การได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่เชิญกรรไกรสำหรับทรงตัดริบบิ้นเปิดงานขึ้นทูลเกล้าฯ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการประชุมวิชาการ International Symposium on Alcohol Fuel ครั้งที่ 14 ณ จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2545 ซึ่งนับเป็นเกียรติและความทรงจำอันล้ำค่าที่เธอยังคงประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้

การถ่ายทอดงานเพื่อความต่อเนื่องขององค์กร

ในช่วงเวลาที่ใกล้เกษียณ คุณมาลีไม่ได้มองเพียงการทำงานของตนเองในปัจจุบัน แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งต่อความรู้เพื่อให้งานเดินต่อได้อย่างไม่สะดุด

มีการถ่ายทอดงานให้กับคุณรชาภา เกษมศักดิ์ชัย (มน) ทั้งในเรื่องเทคนิคการประสานงาน แนวทางการแก้ปัญหา ตลอดจนงานเอกสาร หนังสือราชการ การลงรับหนังสือภายนอก การรับ-ส่งไปรษณีย์ และงานสัญญาจ้างต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้จัดทำคู่มือและสรุปขั้นตอนการทำงานไว้เพื่อให้ผู้รับช่วงสามารถเรียนรู้งานได้อย่างเป็นระบบ


คุณมาลียังกล่าวด้วยความห่วงใยว่า หากในอนาคตเหลือผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียว อาจไม่เพียงพอกับภาระงาน จึงได้ปรึกษาหัวหน้าเรื่องการเสริมกำลังคนเพิ่มเติม เพราะสำหรับคุณมาลีแล้ว “การทำงานอย่างมืออาชีพ” ไม่ได้หมายถึงการทำงานให้สำเร็จเฉพาะหน้าที่ของตนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมพร้อมให้องค์กรเดินต่อได้อย่างมั่นคงแม้ในวันที่ไม่ได้ทำหน้าที่แล้ว

เอ็มเทค บ้านหลังที่สอง

เมื่อมองย้อนกลับไปจากวันแรกที่เธอเริ่มทำงาน เอ็มเทคยังมีบุคลากรไม่ถึงหนึ่งร้อยคน จากสำนักงานเล็กๆ ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สู่ตึกโยธี และเติบโตขยายสู่อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ เธอได้เห็นการเติบโตขององค์กร ทั้งด้านบุคลากร งานวิจัย และการสร้างประโยชน์มากมายให้กับประเทศชาติ


สิ่งที่ทำให้เธอผูกพันกับเอ็มเทคมากที่สุด คือการเป็นองค์กรที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ พร้อมด้วยวัฒนธรรมการทำงานที่เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ และความร่วมมือกัน

ฝากถึงคนรุ่นใหม่

ก่อนจบบทสนทนา คุณมาลีฝากข้อคิดไว้อย่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความหมายว่า

“ทำงานให้เต็มที่และเต็มความสามารถ รักษาความเป็นมืออาชีพ เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ และให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม เพราะความสำเร็จขององค์กร ไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว”


แม้จะเหลือเวลาอีกไม่นานก่อนเกษียณ แต่เธอยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมวางแผนถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนรุ่นต่อไป เพื่อให้งานสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น


สำหรับชีวิตหลังเกษียณ เธอวางแผนไว้อย่างเรียบง่าย อาจร่วมเปิดร้านนวดหรือร้านอาหารตามสั่งกับครอบครัว และใช้เวลาว่างเลี้ยงแมวที่เธอรัก


จากวันแรกของการเริ่มต้นทำงานจนถึงวันนี้ เรื่องราวของคุณมาลีสะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าของการทำงานไม่ได้วัดจากตำแหน่งหรือบทบาท หากแต่อยู่ที่ความรับผิดชอบ การปรับตัว การส่งต่อความรู้ และความภาคภูมิใจที่ได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร


เธอจึงกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า


“องค์กรให้ทุกอย่างกับเรา จนรู้สึกว่าเอ็มเทคคือบ้านหลังที่สอง”