เอ็มเทค สวทช. เข้าร่วมหารือความร่วมมืองานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเพื่อสังคมผู้สูงอายุ

วันที่ 13 มีนาคม 2569
ณ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร. ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากทีมวิจัยการออกแบบเพื่อการเป็นอยู่ที่ดี ทีมวิจัยผลิตภัณฑ์ยางรูปแบบใหม่ และฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมประชุมหารือความร่วมมือด้านงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมเยี่ยมชมหน่วยงาน ณ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

การหารือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ระบบสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันยังมีความท้าทายด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะภายหลังการถ่ายโอนภารกิจของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ โดยเน้นการนำองค์ความรู้ด้านการวิจัยไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการใช้งานจริง (Research to Product to Implementation) รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และภาควิชาการ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ระบบเซนเซอร์และแอปพลิเคชัน เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

ในส่วนของความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน สถาบันฯ ได้เปิดโอกาสให้เอ็มเทคนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเข้าร่วมจัดแสดงในงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “Life Security” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความมั่นคงด้านสุขภาพ จิตใจ การเงิน เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ งานดังกล่าวยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคส่วนต่าง ๆ และการต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลงานที่ตอบโจทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย และรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างยั่งยืนในอนาคต