เอ็มเทค สวทช. เข้าร่วมประชุมหารือและเยี่ยมชมหน่วยงาน เสริมความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมผู้สูงอายุ จ.เชียงใหม่

วันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ส่งเสริมพฤฒพลังผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ฟื้นฟูดูแลสุขภาพเซโกะแคร์ สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร. ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากทีมวิจัยการออกแบบเพื่อการเป็นอยู่ที่ดี ทีมวิจัยผลิตภัณฑ์ยางรูปแบบใหม่ และฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมประชุมหารือความร่วมมือและเยี่ยมชมหน่วยงาน

ในการประชุมช่วงเช้า ณ ศูนย์ส่งเสริมพฤฒพลังผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการดำเนินงานและหารือแนวทางความร่วมมือ โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากร ส่งผลให้เกิดความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

ประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ เช่น รถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และอุปกรณ์ลดการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหว รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา อาทิ วัสดุศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิศวกรรมชีวการแพทย์ และอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อขยายผลการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูง ทั้งนี้ การดำเนินงานวิจัยจะเน้นการวิเคราะห์ปัญหา (Pain point) ของผู้สูงอายุในพื้นที่จริงเป็นสำคัญ และใช้รูปแบบความร่วมมือแบบ Multi-helix ระหว่างภาครัฐ เอกชน วิชาการ และท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ในช่วงบ่าย คณะได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์ฟื้นฟูดูแลสุขภาพเซโกะแคร์ สันกำแพง ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่นำแนวคิดและมาตรฐานการดูแลแบบญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ โดยเน้นการฟื้นฟูสุขภาพเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสนับสนุนการดูแลแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือเพิ่มเติม อาทิ การทดลองใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีร่วมกัน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเครือข่ายต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และการเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ ได้แก่ Sensor, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Digital Health อุปกรณ์ช่วยเหลือและอุปกรณ์สวมใส่ รวมถึงการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design)

การประชุมและการเยี่ยมชมในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง รองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนในอนาคต