วันที่ 26 มีนาคม 2569
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นด้านกายอุปกรณ์และอุปกรณ์ช่วยเหลือ (Prosthetics & Orthotics and Assistive Technology) ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและหารือแนวทางความร่วมมือทางวิชาการ
คณะผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นประกอบด้วย Prof. Kazuhiro Sakai จาก University of Human Arts and Sciences, Ms. Kyoko Kamada ผู้เชี่ยวชาญด้านกายอุปกรณ์ (Certified Prosthetist and Orthotist) และหัวหน้าหลักสูตร Prosthetics and Orthotics จาก Kobe College of Medical Welfare, Mr. Hironori Suda ผู้เชี่ยวชาญด้านกายอุปกรณ์และอุปกรณ์ช่วยเหลือ จาก Niigata University of Health and Welfare และ Mr. Koji Nakamura ผู้เชี่ยวชาญด้านกายอุปกรณ์ จาก National Rehabilitation Center for Persons with Disabilities โดยมี น.ส.บงกช แพรวพิพัฒน์ นักศึกษาแลกเปลี่ยนระดับปริญญาเอก สังกัดทีมวิจัยนวัตกรรมการออกแบบและผลิตกายอุปกรณ์เสริม เป็นผู้ประสานงานและนำคณะเข้าหารือครั้งนี้
ในการนี้ มีคณะนักวิจัยจากเอ็มเทคให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุมหารือ ได้แก่ ดร.พสุ สิริสาลี ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เฉพาะทางชีวภาพ ดร.วนิดา จันทร์วิกูล นักวิจัยอาวุโส ดร.บุญล้อม ถาวรยุติการต์ นักวิจัย และ น.ส.วาสนา โคสอน นักวิจัย จากทีมวิจัยนวัตกรรมการออกแบบและผลิตกายอุปกรณ์เสริม รวมถึงผู้แทนจากงานพัฒนาพันธมิตรร่วมวิจัย
ภายในกิจกรรม คณะผู้เชี่ยวชาญได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของเอ็มเทค พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี โดยเน้นถึงแนวโน้มเทคโนโลยีทางการแพทย์ในระดับโลก ซึ่งพบว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน มีการสนับสนุนการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยยังมีโอกาสในการพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะในบริบทของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุการหารือครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านกายอุปกรณ์และอุปกรณ์ช่วยเหลือที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยังคงมีข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อการใช้งาน
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายในการพัฒนาอุปกรณ์ อาทิ ความหลากหลายของรูปทรงอวัยวะ การออกแบบให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน ความจำเป็นในการเลือกใช้วัสดุที่มีความทนทานสูง รวมถึงข้อจำกัดด้านการเข้าถึงอุปกรณ์ในบางพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาอุปกรณ์จำเป็นต้องคำนึงถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานและความสามารถในการซ่อมแซม
ในด้านความร่วมมือระยะยาว ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ซึ่งครอบคลุมการวิจัยร่วม การทดสอบในห้องปฏิบัติการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยการหารือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความร่วมมือ เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีด้านกายอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และตอบสนองต่อความต้องการในระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน