21 พฤศจิกายน 2568
โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
เอ็มเทค สวทช. ร่วมกับ บพข. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย และสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง จัดงานประชาพิจารณ์/รับฟังข้อคิดเห็นต่อ “ร่างมาตรฐานการจัดการผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพยั่งยืน” ภายใต้โครงการ “การพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Biochemical Products) เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) และอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics)” โดยมีหน่วยงานภาครัฐด้านพลังงาน การเกษตร ผู้ประกอบการด้านเคมีชีวภาพ และสถาบันการศึกษาหลายแห่งเข้าร่วมงาน
ดร.เสกสรร พรหมนิช ประธานกรรมการวิชาการด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพยั่งยืน และรองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ เดินหน้าผลักดันการจัดทำมาตรฐานการจัดการผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพของประเทศ ครอบคลุมวัตถุดิบสำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย และปาล์มน้ำมัน เพื่อยกระดับหลักเกณฑ์การผลิต–แปรรูป และสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมเอทานอลและน้ำมันปาล์ม รองรับความต้องการของผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศที่มีความพร้อมในการลงทุนในอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพในประเทศไทย สำหรับการผลิต SAF และ Bioplastics
การจัดทำร่างมาตรฐานดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน ประกอบด้วยภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน โดยเป็นผู้ประกอบการ ภายใต้สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย สมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง และผู้ประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โดยมีส่วนร่วมในการสนับสนุนข้อมูลประกอบการจัดทำตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
การประชาพิจารณ์นี้ จัดขึ้นเพื่อรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในร่างมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมไทย มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยคาร์บอน และตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความตื่นตัวให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.อศิรา เฟื่องฟูชาติ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า การจัดทำร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพยั่งยืนนี้ เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนฯ ซึ่งมี ดร.เสกสรร พาป้อง เป็นหัวหน้าโครงการ และทีมวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) หน่วยงานภายใต้เอ็มเทค สวทช. ร่วมดำเนินการกับหน่วยงานพันธมิตร โดยนอกจากการจัดทำร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพยั่งยืนของประเทศแล้ว ยังได้พัฒนาข้อมูลฐานของประเทศ หรือ National Baseline ด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ พร้อมทั้งจัดทำตัวชี้วัดความยั่งยืนในประเด็นสำคัญ เพื่อสะท้อนศักยภาพด้านความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพไทย สำหรับเตรียมความพร้อมในการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต SAF และพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย ซึ่งมีความต้องการใช้วัตถุดิบที่ผ่านมาตรฐานความยั่งยืนดังนั้น การที่ประเทศไทยมีมาตรฐานความยั่งยืนระดับชาติ จะช่วยส่งเสริมการผลิตสินค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร รองผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า ปัจจุบันภาครัฐได้กำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพและขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2050 แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของไทย โดย “ร่างมาตรฐานการจัดการผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพยั่งยืน” ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. ในบทบาทของทีมวิจัยในการประยุกต์ใช้ข้อมูลสารสนเทศสำหรับใช้วิเคราะห์ในด้านสิ่งแวดล้อม และภาคอุตสาหกรรม ที่ประกอบด้วย กลุ่มพลังงานหมุนเวียน สอท. สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย และสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง โดยมีสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย บพข. ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการ อันมีเป้าหมายเพื่อยกระดับกระบวนการผลิตในทุกห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเอทานอลและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้แปรรูป จนถึงผู้ผลิตปลายทาง ที่สามารถต่อยอดธุรกิจการผลิต SAF และพลาสติกชีวภาพ
เมื่อมาตรฐานนี้ ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และถูกประกาศใช้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ดึงดูดการลงทุน และเสริมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้เติบโตอย่างมั่นคง โดย บพข. จะยังคงทำหน้าที่ผลักดันสนับสนุนและบริหารทุนวิจัย เพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในอุตสาหกรรม
พร้อมกันนี้ นายพิจักษ์ เพิ่มประเสริฐ วิศวกรอาวุโส งานวิศวกรรมซอฟต์แวร์และทดสอบผลิตภัณฑ์ (SEPT) ฝ่ายสนับสนุนบริการและเทคโนโลยี (TSS) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช. หนึ่งในทีมวิจัย ได้ร่วมนำเสนอสาระสำคัญของร่างมาตรฐานฯ ครอบคลุมหลักการจัดการความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ กระบวนการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อกำหนดและแนวทางการประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในด้านต่างๆ และรวบรวมข้อเสนอแนะจากการประชาพิจารณ์ในครั้งนี้ เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงร่างมาตรฐานดังกล่าวให้ครอบคลุม และเป็นแนวทางให้ภาคอุตสาหกรรมวางแผนการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ ตอบโจทย์การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง