วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) จัดการประชุมเผยแพร่ผลการศึกษา “การจัดทำฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศไทย” ภายใต้โครงการ “การพัฒนาฐานข้อมูลตลอดวัฏจักรชีวิตและการประยุกต์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการค้า (ระยะที่ 2)” เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และกำหนดทิศทางการพัฒนาฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศไทยในระยะต่อไป
ภายในงานมีการเปิดตัว เว็บไซต์ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศไทย (Thailand National LCI Database) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสิ่งแวดล้อมของประเทศ รองรับการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการรองรับมาตรการการค้าระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม โดยเว็บไซต์ดังกล่าวเปิดให้ใช้งานที่ https://thainationallci.nstda.or.th/
ในการกล่าวเปิดงาน รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงรัตน์ มุ่งเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินวัฏจักรชีวิต กล่าวว่า การพัฒนาฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศไทยเป็นภารกิจที่เอ็มเทคและเครือข่ายดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นจากการถ่ายทอดองค์ความรู้และความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น ก่อนพัฒนาสู่ฐานข้อมูลของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำว่าแนวคิด Life Cycle Thinking ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของมาตรการและกลไกด้านความยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึง Digital Product Passport ที่จะมีบทบาทสำคัญในอนาคตอันใกล้ ทำให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศอย่างต่อเนื่อง
ภายในงานมีการบรรยายและเสวนาจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ประกอบด้วย
คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา Chief Sustainability Officer บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดมุมมองการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ พร้อมย้ำว่าการใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น Carbon Footprint และ LCA เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงรัตน์ มุ่งเจริญ นำเสนอพัฒนาการของ Life Cycle Assessment และ National LCA Database ของประเทศไทย พร้อมสะท้อนบทบาทของฐานข้อมูลระดับชาติในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และการกำหนดนโยบาย รวมถึงการผลักดันประเทศไทยสู่ความเป็นผู้นำด้าน LCA ในภูมิภาค
คุณภคมน สุภาพพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO กล่าวถึงการพัฒนาระบบรับรอง Carbon Footprint ของประเทศไทย ซึ่งอาศัย National LCI Database ที่เอ็มเทคและเครือข่ายร่วมพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบรับรองด้านคาร์บอนของประเทศ
ช่วงเสวนา “การใช้ข้อมูลก๊าซเรือนกระจกเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและการสร้างคุณค่าแก่ชุมชน” ได้รับเกียรติจาก คุณกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ กรรมาธิการที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วุฒิสภา และ คุณวราภรณ์ ธนะสุริยะเกียรติ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ในเมือง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของข้อมูลที่มีคุณภาพ มาตรฐานสากล และการนำข้อมูลไปใช้สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.จิตติ มังคละศิริ หัวหน้าโครงการเป็นผู้ดำเนินรายการ
ปิดท้ายด้วยการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการโดย คุณอธิวัตร จิรจริยาเวช หัวหน้าทีมวิจัยพัฒนาฐานข้อมูลตลอดวัฏจักรชีวิตและการประยุกต์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการค้า (LIDAST) สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) สรุปความก้าวหน้าของการจัดทำฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศไทย ปัจจุบันมีการพัฒนาฐานข้อมูลแล้ว 766 ฐาน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลระดับประเทศ 563 ฐาน ผ่านกระบวนการพัฒนาที่เป็นไปตามมาตรฐาน ISO และผ่านการทวนสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งเปิดตัวเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลและค่าสัมประสิทธิ์ด้านสิ่งแวดล้อมได้สะดวกยิ่งขึ้น และมีเป้าหมายยกระดับฐานข้อมูลให้เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลในระดับสากลThe Global LCA Data Access (GLAD) ต่อไปในอนาคต
การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ เอ็มเทค สวทช. โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ในการเป็นหน่วยงานหลักที่ผลักดันและพัฒนา ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ตั้งแต่การวางรากฐานองค์ความรู้ การพัฒนามาตรฐาน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา จนปัจจุบันสามารถพัฒนาและเปิดให้บริการ เว็บไซต์ Thailand National LCI Database (https://thainationallci.nstda.or.th/) ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน การยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย และการตอบสนองต่อกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลกในอนาคต