ปูนเกร้าท์ไม่หดตัว จากเถ้าลอยสู่นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง
เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ
กระบวนการผลิตไฟฟ้าด้วยการเผาไหม้เชื้อเพลิงแข็งจะก่อให้เกิดเถ้าสองส่วนหลัก ได้แก่ เถ้าลอย ซึ่งมีอนุภาคละเอียด น้ำหนักเบา จึงปลิวไปกับก๊าซร้อนและถูกดักจับด้วยระบบควบคุมมลพิษ และ เถ้าหนัก ซึ่งมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่า จึงตกสะสมอยู่บริเวณก้นเตาเผา ทั้งนี้ หากนำเถ้าทั้งสองชนิดกลับมาใช้ประโยชน์ จะช่วยลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปฝังกลบ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
เถ้าลอยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ โดยพิจารณาจากองค์ประกอบทางเคมีและความเหมาะสมกับสมบัติของวัสดุ ทั้งนี้ ภายใต้โครงการของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีทีมวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เป็นที่ปรึกษา นำโดย ดร.อนุชา วรรณก้อน หัวหน้าโครงการ และ ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ ได้ศึกษาคุณสมบัติและศักยภาพของเถ้าลอยจากบริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด (SCGP) เพื่อต่อยอดสู่การใช้งานจริง
ผลการศึกษาพบว่า เถ้าลอยดังกล่าวเป็นวัสดุเหลือทิ้งกลุ่ม Aluminosilicate Waste ซึ่งมีสารประกอบของซิลิกอนและอะลูมิเนียมเป็นองค์ประกอบ มีค่าโลหะหนักเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และมีศักยภาพพัฒนาเป็นวัตถุดิบทางเลือกสำหรับผลิตภัณฑ์ก่อสร้างได้
งานวิจัยนี้นำไปสู่ความร่วมมือกับบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) บริษัทฯ จึงสนใจพัฒนา ปูนเกร้าท์ไม่หดตัว (Non-Shrink Grout) โดยการนำเถ้าลอยมาประยุกต์ใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนซีเมนต์บางส่วน
ปูนเกร้าท์ไม่หดตัวมีสมบัติการไหลที่ดี นิยมใช้สำหรับการเทอุดช่องว่างในงานโครงสร้าง เช่น ช่องว่างใต้ฐานเครื่องจักร หรือแผ่นฐานเสาเหล็ก โดยเมื่อแข็งตัวแล้วต้องรับแรงและน้ำหนักได้ดีโดยไม่เกิดการหดตัว ผลการพัฒนาพบว่า เถ้าลอยสามารถนำมาใช้ทดแทนซีเมนต์ในผลิตภัณฑ์ปูนเกร้าท์ไม่หดตัวได้ในสัดส่วน 20% และเพิ่มความแข็งให้กับผลิตภัณฑ์ได้ถึง 53% เมื่อเทียบกับซีเมนต์เกร้าท์ชนิดไม่หดตัวแบบเดิม มีกำลังอัดสูงขึ้น และมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 2701-2559 จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง
ความสำเร็จของโครงการสะท้อนถึงศักยภาพในการนำวัสดุเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมกลับมาใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่า โดยสามารถนำมาพัฒนาเป็นวัตถุดิบทดแทนในผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ลดของเสีย และสนับสนุนการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
สนใจรายละเอียดติดต่อ ทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน (ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์) โทร. 0-2564-6500 ต่อ 4048 อีเมล sitthisp@mtec.or.th หรือ คุณณัฐพงศ์ ณ ลำพูน กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กพร. โทร. 0 2430 6842 ต่อ 4211 อีเมล: Nattapong_n@dpim.go.t