เมื่อโลกตั้งกติกาใหม่ พลาสติก PCR ไม่ใช่เรื่องสมัครใจอีกต่อไป
เรียบเรียงโดย
งานสื่อสารและขับเคลื่อนความรู้ ฝ่ายเผยแพร่เทคโนโลยีวัสดุ
เม็ดพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-Consumer Recycled Resin: PCR) มีบทบาทสำคัญในระบบการหมุนเวียนพลาสติก โดยช่วยดึงวัสดุใช้แล้วเข้าสู่ระบบการผลิต และสนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ
อย่างไรก็ตาม การใช้พลาสติก PCR ในภาคอุตสาหกรรมยังมีข้อจำกัดและความท้าทายหลายด้าน ทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และโครงสร้างของระบบ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการและผู้กำหนดนโยบายต้องร่วมกันพิจารณาให้รอบด้าน
ความท้าทายหลักคือ ความสม่ำเสมอของคุณภาพวัสดุ เนื่องจากพลาสติก PCR มาจากวัสดุหลังการใช้งาน จึงมีความหลากหลายทั้งชนิด องค์ประกอบ แหล่งที่มา และที่สำคัญคือเรื่อง สารปนเปื้อนและความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดและกลไกการตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจนและเชื่อถือได้
ในเชิงเศรษฐศาสตร์ เม็ดพลาสติก PCR ที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับเม็ดพลาสติกใหม่ยังมีต้นทุนสูงกว่า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวม คัดแยก และแปรรูป รวมถึงความผันผวนของปริมาณวัสดุหลังการใช้งานที่เข้าสู่ตลาด แต่ความท้าทายนี้ก็เป็น “ตัวเร่ง” ให้หลายประเทศปรับกฎหมายและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้มข้นขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ตลาดใช้วัสดุรีไซเคิล และสนับสนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนเช่นกัน
ในเชิงโครงสร้างของระบบ กฎหมายและมาตรการระดับสากลเริ่มมีบทบาทชัดเจนมากขึ้น เช่น กฎหมาย Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดทั้งแนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลได้จริง และสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ ข้อกำหนดเหล่านี้ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และทำให้พลาสติก PCR เปลี่ยนสถานะจาก “วัสดุทางเลือก” เป็น “ข้อกำหนดเชิงธุรกิจ” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภายใต้บริบทนี้ คุณภาพของพลาสติก PCR มิใช่เพียงประเด็นทางเทคนิค แต่เป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่มีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงตลาดโลกของแต่ละประเทศ สำหรับผู้ประกอบการไทย แม้กติกาใหม่จะเพิ่มความท้าทายในการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ การปรับกระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพ แต่ก็เปิดโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาเม็ดพลาสติก PCR คุณภาพสูง ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ ย่อมได้เปรียบในการเข้าถึงตลาดส่งออก
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมพลาสติกไปสู่ระบบที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ในการรีไซเคิล การเชื่อมโยงผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการยกระดับระบบควบคุมคุณภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาพลาสติก PCR คุณภาพสูงให้เป็นวัตถุดิบรอบสองที่สำคัญของประเทศ พร้อมทั้งเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ติดต่อสอบถามข้อมูล
ดร.ศิริกาญจน์ วิเศษสุวรรณภูมิ หรือคุณชัญฐิศา ประพันธ์พจน์
งานกลยุทธ์และขับเคลื่อนแผนการวิจัยและนวัตกรรม ฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม
โทรศัพท์ 0-2564-6500 ต่อ 4283
อีเมล: sirikarn.wis@mtec.or.th