บุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ข่าวการจับกุมชาวต่างชาติที่ถูกตั้งข้อหาว่าเกี่ยวพันกับขบวนการก่อการร้าย โดยเนื้อข่าวระบุว่า ชาวต่างชาติผู้นี้มีปุ๋ยเคมีไว้จำนวนมาก ซึ่งตำรวจระบุว่า ปุ๋ยเคมีดังกล่าวเป็นสารประกอบสำหรับทำระเบิด!

ตามเนื้อข่าวระบุถึงปุ๋ยยูเรีย (urea, CO(NH2)2) และปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรต (ammonium nitrate, NH4NO3) ซึ่งหลายคนทราบดีว่า ปุ๋ยทั้ง 2 ชนิดนี้มีธาตุไนโตรเจน (N) ซึ่งเป็นหนึ่งในธาตุอาหารหลักของพืช คำถามคือ ปุ๋ยเคมีสำหรับบำรุงพืชพันธุ์ไม้เกี่ยวข้องกับระเบิดที่ใช้ทำลายได้อย่างไร? จากธาตุไนโตรเจน ซึ่งพบได้ในปุ๋ยทั้ง 2 ชนิดเกี่ยวข้องกับระเบิดหรือไม่?

ในอัฟกานิสถาน ปุ๋ยเคมีในกระสอบเหล่านี้อาจนำไปทำวัตถุระเบิด ไม่ใช่บำรุงพืช

ระเบิดปุ๋ย

การนำปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำระเบิดมีมานานแล้วโดยนำไปผสมกับเชื้อเพลิง เนื่องจากระเบิดที่ได้ใช้งานง่าย และมีราคาถูก จึงนิยมใช้มากในเหมืองถ่านหิน เหมืองหิน เหมืองแร่โลหะ และอื่นๆ สำหรับการนำปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตไปใช้ทำระเบิดเพื่อก่อการร้ายเริ่มครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1970 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันประเทศในแถบตะวันออกกลาง เช่น อัฟกานิสถาน เป็นต้น ก็ยังนิยมทำและใช้อยู่ เนื่องจากระเบิดแบบนี้ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นส่วนประกอบ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ระเบิดปุ๋ย (fertilizer bomb)

  การระเบิดของสารแอมโมเนียมไนเตรต

องค์ประกอบระเบิด  

1.เชื้อเพลิง (fuel) เป็นวัตถุที่เกิดการลุกไหม้
2.สารออกซิไดเซอร์ (oxidizer) หรือสารที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งก๊าซออกซิเจน (O2) เนื่องจากการเผาไหม้สสารหรือวัตถุในที่เปิดโล่งสามารถใช้ก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศ แต่การเผาไหม้วัสดุในวัตถุปิดผนึกไม่มีอากาศจำเป็นต้องอาศัยก๊าซออกซิเจนจากสารที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ เช่น ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรต จากสูตรเคมี NH4NO3 หากพิจารณาเฉพาะส่วนของไนเตรต (NO3) จะเห็นได้ชัดเจนว่า ไนโตรเจน 1 อะตอมประกอบด้วยออกซิเจนถึง 3 อะตอม ดังนั้นสารนี้จึงเหมาะที่จะใช้เป็นแหล่งจ่ายก๊าซออกซิเจน

สำหรับระเบิดยุคใหม่ เช่น ระเบิดทีเอ็นที (TNT) ผลิตจากสารไตรไนโตรโทลูอีน (trinitrotoluene,C6H2(NO2)3CH3) ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดประเภททูอินวันคือ โมเลกุลของสารเคมีมีทั้งแหล่งให้ก๊าซออกซิเจน และส่วนที่เป็นเชื้อเพลิงครบสมบูรณ์ใน 1 โมเลกุล

ภาพการทดสอบแรงระเบิดปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตหนัก 1 ตัน

กลไกการระเบิด

การระเบิดเริ่มต้นจากการระเบิดของเชื้อปะทุ (วัสดุที่มีวัตถุระเบิดปริมาณเล็กน้อย) และปลดปล่อย คลื่นระเบิด (detonation wave) ซึ่งมีความเร็วประมาณ 3.2-4.8 กิโลเมตร/วินาทีออกมา ส่งผลให้สารแอมโมเนียมไนเตรตในเม็ดปุ๋ยระเหิด* กลายเป็นก๊าซทันที และจุดเชื้อเพลิงให้ลุกไหม้

พลังงานจากคลื่นระเบิดที่ทะลุผ่านสารแอมโมเนียมไนเตรตทำให้โมเลกุลสลายตัว อะตอมออกซิเจนถูกปลดปล่อยออกมา และรวมตัวเป็นก๊าซออกซิเจน เร่งปฏิกิริยาหรือกระบวนการเผาไหม้ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้ผลิตผลต่อเนื่องเป็นก๊าซร้อนต่างๆ

ก๊าซร้อนที่เกิดในเวลาสั้นเหล่านี้ทำให้เกิดคลื่นความดัน (pressure wave) ซึ่งเคลื่อนที่เร็วเท่าอัตราเร็วเสียง (330 เมตรหรือ 1,100 ฟุต/วินาที) คลื่นนี้อาจทำอันตรายต่อชีวิต วัตถุ สิ่งของต่างๆ โดยรอบ นอกจากนี้ความร้อนสูงซึ่งเกิดขึ้นจากการเผาไหม้ยังทำให้วัตถุโดยรอบไหม้ไฟได้ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดระบุว่า อำนาจการทำลายส่วนใหญ่มาจากคลื่นความดัน

ลักษณะปุ๋ยยูเรีย

ปุ๋ยยูเรีย

สำหรับปุ๋ยเคมีชนิดนี้ไม่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดได้โดยตรง ต้องดัดแปลงให้เป็นยูเรียไนเตรต (urea nitrate, (NH2)2COHNO3) ก่อน และเนื่องจากยูเรียเป็นสารประกอบชนิดหนึ่งในปัสสาวะมนุษย์ จึงมีผู้เรียกระเบิดชนิดนี้ว่า ระเบิดปัสสาวะ (urine bomb)

นอกจากปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรต และปุ๋ยยูเรียที่กล่าวถึงไปแล้ว ยังมีปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (ammonium sulfate, (NH4)2SO4) และปุ๋ยแคลเซียมแอมโมเนียมไนเตรต (calcium ammonium nitrate, ปุ๋ยผสมประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตร้อยละ 20-30 และแอมโมเนียมไนเตรตร้อยละ 70-80) ซึ่งถูกระบุว่า สามารถใช้เป็นส่วนประกอบวัตถุระเบิดได้

ปุ๋ยเคมี ≠ ระเบิด

แม้จะมีการระบุว่า ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรต รวมถึงปุ๋ยบางชนิดสามารถนำมาผลิตเป็นระเบิดได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดระบุว่า ส่วนผสมของปุ๋ยเคมีและเชื้อเพลิงที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดได้มีสัดส่วนค่อนข้างจำเพาะ หากผสมคลาดเคลื่อน จะมีผลให้ส่วนผสมทั้งหมดเกิดปฏิกิริยาติดไฟลุกไหม้ และไม่ระเบิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

R. Karen (2010) How Do Fertilizer Bombs Work? : https://www.lifeslittlemysteries.com/499-how-do-fertilizer-bombs-work-.html
Ammonium nitratehttps://en.wikipedia.org/wiki/Ammonium_nitrate
ANFO : https://en.wikipedia.org/wiki/ANFO
Urea nitrate : https://en.wikipedia.org/wiki/Urea_nitrate

* การระเหิดเป็นการเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นก๊าซโดยไม่ผ่านสถานะของเหลว ตัวอย่างปรากฏการณ์การระเหิดที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ การใช้ก้อนน้ำแข็งแห้ง (คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง) รักษาความเย็นของถังไอศกรีมในรถเข็นแทนน้ำแข็ง เมื่อก้อนน้ำแข็งแห้งระเหิดจะเปลี่ยนสถานะเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กระจายออกไปสู่บรรยากาศ ไม่เหลือสภาพของเหลวเหมือนการใช้น้ำแข็ง อีกตัวอย่างที่แสดงถึงการระเหิดได้คือ การวางลูกเหม็นในที่อากาศถ่ายเท เมื่อลูกเหม็นระเหิดไปขนาดจะเล็กลงทีละน้อย โดยไม่ปรากฏของเหลวในบริเวณที่วาง

Scroll Up