มาริสา คุณธนวงศ์

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ตอบ

 กาวซูเปอร์กลูหรือกาวพลังช้าง (Super glue)

กาวสังเคราะห์ทางการแพทย์หรือกาวติดเนื้อเยื่อ (Medical adhesives/Tissue adhesives)

ความเหมือนที่แตกต่าง

กาวซูเปอร์กลูหรือกาวพลังช้าง (Super glue) เป็นกาวที่สังเคราะห์ขึ้นมาจากสารเมทิลไซยาโนอะคริเลต (Methyl-2- cyanoacrylate : C5H5NO2) หรือเอทิลไซยาโนอะคริเลต (Ethyl-2-cyanoacrylate : C6H7NO2

ส่วนกาวสังเคราะห์ทางการแพทย์หรือกาวติดเนื้อเยื่อ (Medical adhesives/Tissue adhesives) เป็นกาวที่สังเคราะห์จากสารบิวทิลไซยาโนอะคริเลต (n-Butyl cyanoacrylate: C8H11NO2) และออกทิลไซยาโนอะคริเลต (2-Octyl cyanoacrylate : C12H19NO2)

แม้ว่ากาวทั้งสองชนิดดังกล่าวสังเคราะห์ได้จากสารประเภทเดียวกัน คือ สารไซยาโนอะคริเลต (Cyanoacrylate) ก็ตาม แต่กาวทั้งสองนั้นมีโครงสร้างทางเคมีที่แตกต่างกัน 

 

โครงสร้างทางเคมีของกาวไซยาโนอะคริเลตชนิดต่างๆ

จากภาพสังเกตได้ว่าสายโซ่ในโครงสร้างของกาวซูเปอร์กลูนั้นจะสั้นกว่าสายโซ่ในโครงสร้างของกาวติดเนื้อเยื่อ สายโซ่ที่สั้นกว่านี่เองที่เป็นผลให้กาวซูเปอร์กลูเกิดปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชั่น (Polymerization) ได้เร็วกว่ากาวติดเนื้อเยื่อซึ่งจะมีการคายความร้อนที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังได้มากกว่า

นอกจากนี้แล้ว สายโซ่ที่สั้นกว่ายังทำให้กาวซูเปอร์กลูเกิดการสลายตัวได้เร็วกว่ากาวติดเนื้อเยื่อ โดยการสลายตัวนี้จะปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) และ อัลคิลไซยาโนอะคริเลต (Alkyl cyanoacrylate) ที่เป็นตัวการสำคัญที่เป็นพิษต่อเนื้อเยื่อออกมาอีกด้วย ดังนั้นกาวซูเปอร์กลูจึงไม่สามารถใช้งานได้เหมือนกับกาวติดเนื้อเยื่อได้นั่นเอง 

กาวทั้งสองชนิดจึงมีสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยกาวซูเปอร์กลูจะเหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมและในครัวเรือน เพราะมันสามารถติดกับวัสดุได้สนิท และแห้งไว โดยทั่วไปมักใช้ตัวย่อว่า ‘CA’ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นกาวที่ใช้สำหรับอุตสาหกรรม (Industrial grade) 

ส่วนกาวสังเคราะห์ทางการแพทย์หรือกาวติดเนื้อเยื่อ (Medical adhesives/Tissue adhesives) เป็นกาวไซยาโนอะคริเลตเกรดพิเศษที่ได้รับการพัฒนาให้ไม่เป็นพิษและเกิดการระคายเคืองกับผิวหนังน้อยที่สุด เหมาะสำหรับนำมาใช้ทางการแพทย์ ทั้งกับมนุษย์และสัตว์ (Medical grade) โดยกาวชนิดนี้สามารถนำมาใช้ติดเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่ฉีกขาดแทนการเย็บแผล หรืออาจจะใช้ร่วมกับการเย็บแผล 

ข้อมูลเพิ่มเติมจากทรัพยากรห้องสมุด

ประวัติการค้นพบกาวพลังช้าง

กาวพลังช้าง เป็นกาวที่เกิดการแข็งตัวได้เนื่องจากเกิดปฎิกิริยาเคมี มีชื่อเรียกทางเคมีว่ากาวไซยาโนอะคริเลต (Cyanoacrylate) และชื่อทางการคำว่า ซูเปอร์กลู (Super glue) 

มีประวัติการค้นพบเริ่มต้นในห้องวิจัยของบริษัทโกดัก (Kodak) เมืองรอเชสเตอร์(Rochester) รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1942 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ ดร.คูเวอร์ (Dr.Harry Coover) นักวิจัยของบริษัทได้พยายามผลิตแผ่นพลาสติกใสสำหรับติดตั้งบนปืนเพื่อใช้ในการเล็งหาเป้าหมายในการยิง 

เขาได้ทดลองผลิตพลาสติกใสประเภทอะคริลิกขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยการเลือกใช้โมโนเมอร์ประเภทอะคริเลตหลายชนิด รวมถึงสารเอทิลไซยาโนอะคริเลต (Ethyl cyanoacrylate) ด้วย แต่ไม่นาน ดร.คูเวอร์ ก็ค้นพบว่าพลาสติกที่ผลิตจากไซยาโนอะคริเลตนี้เป็นพลาสติกที่ไม่มีประโยชน์ เนื่องจากมีความเหนียวติดแน่นบนพื้นผิวอุปกรณ์ต่างๆ จึงเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานรวมทั้งยากต่อการทำความสะอาด จึงไม่ได้ให้ความสนใจในการนำมาวิจัยและพัฒนาต่อไป 

จนกระทั่งในอีก 9 ปีต่อมาจึงได้ค้นพบด้วยความบังเอิญในห้องทดลองร่วมกับทีมวิจัยของบริษัทอีสต์แมน โกดัก (Eastman Kodak) ในเมืองเทนเนสซี (Tennessee) ที่อยู่ระหว่างการวัดสมบัติหักเหแสง (refraction) ของสารเอทิลไซยาโนอะคริเลต จึงได้ทาสารนี้ลงระหว่างปริซึม2แท่ง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องมือวัด แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถหาวิธีการใดๆ ที่จะแยกปริซึมทั้ง 2 แท่งออกจากกันได้ จึงทำให้ดร.คูเวอร์สนใจและทำการทดลองต่อจนพบว่า เอทิลไซยาโนอะคริเลตมีสมบัติเป็นกาวที่มีการยึดติดที่แข็งแรงอย่างน่ามหัศจรรย์ มีความทนทานต่อแรงดึงสูง และสามารถยกวัตถุที่หนักถึง1ตันให้สูงขึ้นได้โดยการทากาวบนพื้นที่เพียง 1 ตารางนิ้วเท่านั้น 

ที่มา : “Super glue กาวมหัศจรรย์” รหัสบทความ INFO-14580 วารสารเทคโนโลยีวัสดุ ปี 2547 เล่มที่ 34

Scroll Up