เยี่ยมชม “ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท” ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม Calcium Masterbatch ที่ผลิตโดยใช้กากตะกอนปูนจากอุตสาหกรรมน้ำตาล

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาทีมที่ปรึกษาจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ นำโดยคุณวัชรี สอนลา วิศวกรอาวุโส ทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน และ ดร.บงกช หะรารักษ์ นักวิจัย ทีมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติก พร้อมด้วยผู้แทนจาก กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด และ หจก. โพลี่เพ็ท ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมประชุมและเยี่ยมชมสถานประกอบการภายใต้ “โครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (ปีที่ 2) ณ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพลี่เพ็ท (Polypet Ltd., Part.) จังหวัดสมุทรปราการ การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมไทย นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

ไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมคือการเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต Calcium Masterbatch ของ หจก. โพลี่เพ็ท ซึ่งจะเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์พลาสติกในอนาคตของการใช้กากตะกอนปูนจากโรงงานน้ำตาลผสมในเม็ดพลาสติกไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังเป็นการใช้ทรัพยากรแร่ธาตุอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
คณะผู้แทนจาก กพร. และทีมที่ปรึกษาได้ร่วมหารือกับ คุณปิยพงศ์ ลายพิทักษ์ ผู้บริหารของ หจก. โพลี่เพ็ท ถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตให้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเน้นไปที่:

  • การเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในกระบวนการผลิต
  • การลดของเสีย (Zero Waste) จากสายการผลิต
  • การเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนทีมที่ปรึกษา ด้านองค์ความรู้ เทคนิค และคำปรึกษาเชิงลึกแก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 2 นี้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว” อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสมดุลตามแนวทาง BCG Model ต่อไป