ที่มา
น้ำยางพาราข้นเป็นวัตถุดิบหลักสำคัญที่ใช้ในการทำผลิตภัณฑ์หมอนและที่นอนยางพารา แต่น้ำยางพาราข้นที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีส่วนผสมของแอมโมเนียเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยางเกิดการบูดเน่า อย่างไรก็ดีแอมโมเนียเป็นสารเคมีที่ระเหยง่ายและมีกลิ่นฉุนรุนแรง ทำลายสุขภาพ สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนน้ำยางพาราข้นมักมีสมบัติไม่คงที่ จึงทำให้เกิดปัญหากับผู้ทำผลิตภัณฑ์หมอนและที่นอนยางพารา นอกจากนี้ยังต้องมีขั้นตอนการบ่มน้ำยางพาราข้นและขั้นตอนการกำจัดแอมโมเนียออกจากน้ำยางพาราข้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อนนำไปผลิตหมอนและที่นอนยางพารา

เป้าหมาย
วิจัยและพัฒนาน้ำยางข้นชนิดใหม่ (น้ำยาง ParaFIT)เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตหมอนและที่นอนยางพาราที่มีคุณภาพดีทดแทนการใช้น้ำยางพาราข้นทางการค้า

ทีมวิจัยทำอย่างไร
     • พัฒนาสูตรน้ำยาง ParaFIT ให้มีปริมาณแอมโมเนียน้อยที่สุด
     • พัฒนากระบวนการผลิตน้ำยาง ParaFIT ที่ไม่ต้องมีขั้นตอนการบ่มน้ำยางก่อนนำไปใช้ทำผลิตภัณฑ์ยาง
     • ทดลองนำน้ำยาง ParaFIT ไปผลิตหมอนและที่นอนยางพารา
     • ทดสอบสมบัติของหมอนและที่นอนยางพาราที่ผลิตจากน้ำยาง ParaFIT ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

คุณสมบัติ
     • มีปริมาณแอมโมเนียต่ำกว่าน้ำยางพาราข้นทางการค้า 30-75% จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนทำงาน
     • มีปริมาณซิงก์ออกไซด์และเตตระเมทิลไทยูแรมไดซัลไฟด์ น้อยกว่าน้ำยางพาราข้นทางการค้า (ชนิด LA และ MA) 30% จึงช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตน้ำยางพาราข้น
     • ใช้เวลาในการบ่มน้ำยางก่อนนำไปใช้งานเพียง 3 วัน หลังผลิตเสร็จ (ในขณะที่น้ำยางพาราข้นทางการค้าต้องใช้เวลา 21 วัน) จึงช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อน้ำยางพาราสดและประหยัดเงินลงทุนในการสร้างอุปกรณ์จัดเก็บน้ำยางพาราข้น

สถานภาพงานวิจัย
พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี

แผนงานในอนาคต
ขยายการใช้ประโยชน์น้ำยาง ParaFIT สู่ภาคชุมชนและภาคอุตสาหกรรม

 

Scroll Up